thansettakij
thansettakij
EPCO ลุยโรงไฟฟ้าในประเทศ-ต่างประเทศ เป้า 150 เมกะวัตต์ ดัน ‘อีสเทิร์น พาวเวอร์ฯ’เข้าตลาดหุ้น

EPCO ลุยโรงไฟฟ้าในประเทศ-ต่างประเทศ เป้า 150 เมกะวัตต์ ดัน ‘อีสเทิร์น พาวเวอร์ฯ’เข้าตลาดหุ้น

19 ก.พ. 59 | 08:30 น.
อัปเดตล่าสุด :10 พ.ค. 59 | 18:38 น.
โรงพิมพ์ตะวันออก เดินหน้าขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าทั้งใน-ต่างประเทศตามแผน เป้า 150 เมกะวัตต์ ดัน"อิสเทิร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป" เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ปีนี้ แย้มมีดีลในมือเพียบที่ใกล้ได้ข้อสรุป พร้อมลุยโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ครบวงจร คาดกำไรปีนี้เพิ่มไม่ต่ำกว่า 30% บอร์ดไฟเขียว EP เพิ่มทุน 750 ล้านบาท เปิดทางพันธมิตรถือหุ้น 25%

[caption id="attachment_32122" align="aligncenter" width="500"] ราคาหุ้น EPCO ราคาหุ้น EPCO[/caption]

นายยุทธ ชินสุภัคกุล ประธานกรรมการ บริษัท โรงพิมพ์ตะวันออก จำกัด (มหาชน) (EPCO) เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานปี 2559 ว่า ตั้งเป้ากำไรเพิ่มไม่ต่ำกว่า 30% เทียบปีก่อน ยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้มีกำลังการผลิตครบ 150 เมกะวัตต์ ก่อนนำบริษัท อีสเทิร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (EP) (เดิมคือ บริษัท บ่อพลอย โซล่าร์ จำกัด) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในปีนี้ตามแผน

ก่อนหน้านี้ ผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติให้ EPCO เข้าลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 5 โครงการ กำลังการผลิตรวม 25.325 เมกะวัตต์ มูลค่าประมาณ 2.47 พันล้านบาท ผ่านบริษัท เอ็ปโก้ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (EPCOE) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทางอ้อมที่ถือหุ้นในสัดส่วน 100% ของจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว โดยบริษัท เอ็ปโก้ กรีน พาวเวอร์ พลัส จำกัด (EPCOG) และบริษัท บ่อพลอย โซล่าร์ จำกัด ตามลำดับ ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทฯ มีกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศเพิ่มเป็น 66 เมกะวัตต์

นอกจากนี้ คณะกรรมการของบริษัทฯ ยังมีมติอนุมัติให้จัดตั้งบริษัทย่อยของ บริษัท บ่อพลอย โซล่าร์ จำกัด (BP) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้น 100% ของจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว โดยบริษัทย่อยทางอ้อมดังกล่าวจะจัดตั้งภายใต้ชื่อ บริษัท เอ็ปโก้ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด เพื่อประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งได้จดทะเบียนจัดตั้งแล้วเสร็จในเดือนมกราคม 2559 ที่ผ่านมา

ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติให้ EP ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ถือหุ้น 100% เพิ่มทุนจดทะเบียน 3,000 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.10 บาท คิดเป็นสัดส่วน 25% ของจำนวนหุ้นหลังเพิ่มทุน และจัดสรรหุ้นให้แก่นักลงทุนแบบเฉพาะเจาะจง ( PP )ที่ราคาหุ้นละ 0.25 บาท

โดย PP ที่จะเข้ามาซื้อหุ้นจะต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ ประสบการณ์ในธุรกิจปัจจุบันของบริษัท หรือมีความเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจปัจจุบัน เพื่อให้มีส่วนช่วยส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจพลังงานทดแทน ให้เติบโตอย่างมั่นคง รวมถึงเป็นบุคคลที่มีแหล่งเงินทุนสามารถลงทุนกับบริษัทได้

ทั้งนี้ EP มีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในปัจจุบันและอนาคต รวมจำนวน 10 โครงการ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ภายใต้บริษัท อาร์ พีวี พลังงาน จำกัด (โครงการ RPV) ขนาด 5 เมกะวัตต์ ในอ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี,โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ภายใต้บริษัท เจเคอาร์ พลังงาน จำกัด (โครงการ JKR) ขนาด 5 เมกะวัตต์ ในอ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ภายใต้บริษัท ลพบุรี โซล่า จำกัด (โครงการ LOPBURI) ขนาด 5 เมกะวัตต์ ในอ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ภายใต้บริษัท เอ็ปโก กรีน พาวเวอร์ พลัส จำกัด (โครงการลูฟท็อป) จำนวน 8 แห่ง ขนาดรวม 1.5 เมกะวัตต์,โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ณ ประเทศญี่ปุ่น โครงการคูริฮาร่า (โครงการ Kurihara) ขนาด 23 เมกะวัตต์,โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ณ ประเทศญี่ปุ่น โครงการเจ็นบิ (โครงการ Genbi) ขนาด 10 เมกะวัตต์,โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ณ ประเทศญี่ปุ่น โครงการเกียวโต (โครงการ Kyoto) ขนาด 9.99 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ณ ประเทศญี่ปุ่น โครงการชิราคาตะ 1-3 (โครงการ Shirakata 1-3) รวม 5.33 เมกะวัตต์

สำหรับประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับบริษัทจากการขายหุ้นเพิ่มทุนของ EP ให้กับ PP นั้น จะชำระคืนเงินกู้ธนาคารของ EP ซึ่งจะส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง, ลดภาระการหาแหล่งเงินทุนของบริษัท เนื่องจากการขายหุ้นให้แก่บุคคลอื่น เป็นราคาที่สูงกว่ามูลค่ายุติธรรมถึงประมาณ 50% รวมถึงเปิดโอกาสให้ EP มีผู้ถือหุ้นใหม่ที่มีศักยภาพในการช่วยส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจของบริษัทให้เติบโตอย่างมั่นคง และเกิดประโยชน์ต่อบริษัทในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ ยังอนุมัติให้เพิ่มวงเงินการออกและเสนอขายตั๋วแลกเงิน เพื่อใช้เป็นเงินทุนสำหรับการลงทุนและเป็นเงินทุนหมุนเวียนทั่วไป จากเดิมมูลค่าคงค้างไม่เกิน 500 ล้านบาท ณ ขณะใดขณะหนึ่ง เป็นมูลค่าคงค้างไม่เกิน 1 พันล้านบาท

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,132 วันที่ 18 - 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market