thansettakij
thansettakij
แบงก์ Q2 กำไรพุ่ง 17% -11 ธนาคารรวม 5.3 หมื่นล้าน KTB นำโด่ง 139%

แบงก์ Q2 กำไรพุ่ง 17% -11 ธนาคารรวม 5.3 หมื่นล้าน KTB นำโด่ง 139%

25 ก.ค. 61 | 07:16 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ก.ค. 61 | 14:16 น.
โบรกเกอร์ยังชอบหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่ยังแนะนำ “ซื้อ” BBL, KBANK, SCB และ KTB ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2561 ออกมาดีกว่าตลาดคาด KTB กำไรเพิ่มสูงสุดถึง 139% ขณะที่ SCB และ TMB มีกำไรลดลง 13%

ธนาคารพาณิชย์ประกาศผลประกอบการในไตรมาส 2/2561 มีกำไร 53,541 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 45,702 ล้านบาทในไตรมาส 2/2560 จำนวน 7,839 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 17% ซึ่งถือว่าออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แม้รายได้จากค่าธรรมเนียมลดลง แต่จากการปรับตัวลดต้นทุนการดำเนินงานทำให้ชดเชยกับรายได้ที่ลดลง ธนาคารหลายแห่งกำไรเพิ่มขึ้นอย่างน่าสนใจ ทำให้ราคาหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้นในปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา “ฐานเศรษฐกิจ” ได้รวบรวมผลประกอบการธนาคารพาณิชย์ และมุมมองของโบรกเกอร์ต่อหุ้นแต่ละตัว mp17-3385-a

ธนาคารกรุงไทย หรือ KTB มีผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้นมากที่สุด ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ กำไรเพิ่มขึ้น 139% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 7,712 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.55 บาท บล.ฟิลลิปฯ และบล.ไทยพาณิชย์ฯ แนะนำ “ซื้อ” KTB ให้ราคาเป้าหมาย 19.40 และ 23 บาท ตามลำดับ

ธนาคารเกียรตินาคิน หรือ KKP มีผลงานเติบโต 31% โดยมีกำไรสุทธิ 1,551 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 1.83 บาท บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ฯ และบล.ฟิลลิปฯ แนะนำ “ซื้อ” KKP ให้ราคาเป้าหมาย 86 บาทและ 82 บาท ตามลำดับ

บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ปฯ หรือ LHFG เติบโต 31% เท่ากับ KKP มีกำไรสุทธิ 806 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.038 บาท บล.เอเซียพลัสฯ และบล.ฟิลลิปฯ แนะนำ “ซื้อ” LHFG ให้ราคาเป้าหมาย 1.70 บาทและ 1.84 บาท ตามลำดับ บล.ไทยพาณิชย์ฯ แนะนำ “ถือ” ให้ราคาเหมาะสม 1.55 บาท
Download-Bank-PNG-Picture ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK มีกำไรเติบโต 22% โดยมีกำไรสุทธิ 10,917 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 4.56 บาท บล.เอเซียพลัสฯ, บล.ฟิลลิปฯ, บล.แลนด์แอนด์เฮ้าส์ฯ และบล.ทิสโก้ฯ แนะนำ “ซื้อ” KBANK ให้ราคาเป้าหมาย 227, 226, 235 และ 223 บาทตามลำดับ

บริษัท ทุนธนชาตฯ หรือ TCAP เติบโตเท่ากับ KBANK ในอัตรา 22% เช่นกัน มีกำไรสุทธิ 2,051 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 1.76 บาท ในจำนวนโบรกเกอร์ 12 รายที่วิเคราะห์หุ้น TCAP มีโบรกเกอร์ 8 รายแนะนำ “ซื้อ” TCAP ราคาที่เหมาะสม 55-65 บาท โบรกเกอร์ 4 รายแนะนำ “ถือ” ให้ราคาเหมาะสม 51-55 บาท

บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียล กรุ๊ปฯ หรือ TISCO มีกำไรเติบโต 14% โดยมีกำไรสุทธิ 1,709 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 2.14 บาท ในจำนวนโบรกเกอร์ 13 รายที่ให้ความเห็นต่อหุ้น TISCO  มีโบรกเกอร์ 11 รายแนะนำ “ซื้อ” TISCO ให้ราคาเป้าหมาย 96-103 บาท มี 2 รายแนะนำ “ถือ” ให้ราคาเหมาะสม 90-96 บาท มีโบรกเกอร์ 1 รายแนะนำ “ขาย” ให้ราคาเหมาะสม 65 บาท

ธนาคารกรุงเทพ หรือ BBL กำไรเติบโตเท่ากับ TISCO 14% โดยมีกำไรสุทธิ 9,194 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 4.82 บาท  โบรกเกอร์ 8 รายแนะนำ “ซื้อ” BBL ให้ราคาเหมาะสมในช่วง 207-260 บาท

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ BAY มีกำไรสุทธิ 6,273 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.85 บาท เติบโต 7% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน บล.ฟิลลิปฯ และ บล.เอเชียเวลท์ฯ แนะนำ “ซื้อ” BAY ให้ราคาเป้าหมาย 47 บาท และ 46 บาทตามลำดับ บล.ไทยพาณิชย์ และ บล.เอเซียพลัสฯ แนะนำ “ถือ” BAY ให้ราคาเหมาะสม 43 บาทและ 42 บาทตามลำดับ

ลำดับถัดไปจะเป็นธนาคารพาณิชย์ที่กำไรลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2560 โดยธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB มีกำไรสุทธิลดลง 7% โดยมีกำไรสุทธิ 11,111 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 3.27 บาท โบรกเกอร์ 5 รายแนะนำ “ซื้อ” SCB ให้ราคาเหมาะสม 145-155 บาท โบรกเกอร์ 3 รายแนะนำ “ถือ” ให้ราคาเหมาะสม 132-138 บาท

ธนาคารทหารไทย หรือ TMB มีกำไรลดลง 13% โดยมีกำไรสุทธิ 2,026 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.0462 บาท โบรกเกอร์ 5 รายแนะนำ “ซื้อ” TMB ให้ราคาเหมาะสม 2.60-2.98 บาท โบรกเกอร์ 2 รายแนะนำ “ถือ” ให้ราคาเหมาะสม 2.50-2.65 บาท

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย CIMBT มีกำไรสุทธิลดลงจำนวนมากที่สุดถึง 46% จากไตรมาส 2/2560 มีกำไรสุทธิ 357 ล้านบาทลดลงเหลือกำไรสุทธิ 191 ล้านบาทในไตรมาส 2/2561 และกำไรต่อหุ้น 0.01 บาท หุ้น CIMBT มีมูลค่าการซื้อขายประมาณ 1 ล้านบาทต่อวัน ไม่มีบทวิเคราะห์จากโบรกเกอร์ ราคาหุ้น CIMBT อยู่ที่ประมาณ 0.88-0.90 บาท ราคาต่อกำไรต่อหุ้น หรือ P/E 62 เท่า

TMB มีผลการดำเนินงานที่ลดลง 13% นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TMB ระบุว่าแนวโน้มความต้องการสินเชื่อยังไม่กลับมามากนัก โดย 2 ไตรมาสที่ผ่านมาสินเชื่อเติบโตไม่มากตามที่ตลาดคาดไว้ สาเหตุจากธุรกิจขนาดกลางขนาดเล็กยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควร แม้ TMB จะมีการขยายตัวเพิ่มจากเดิมติดลบในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่รายใหญ่ขยายตัวบางอุตสาหกรรมและรายย่อยที่ธนาคารต้องระมัดระวังจากคำเตือนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)เรื่องหนี้ครัวเรือนที่มาจากการใช้จ่ายเพื่ออุปโภคบริโภคแตกต่างจากต่างประเทศที่เป็นภาระหนี้จากที่อยู่อาศัย

“สภาพคล่องของแบงก์ถูกปล่อยกู้ในสินเชื่อรายใหญ่ สินเชื่อบ้านและลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ หรือ NIM แคบต่อเนื่องมา 1-2 ปีแล้ว”

หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL ปัจจุบันทรงๆ แต่ต้องระมัดระวังในกลุ่มหนี้จัดชั้นที่กล่าวถึงเป็นพิเศษ(SM)ที่ยังอยู่ในอาการยื้อ หากยื้อต่อไม่ไหวจะไหลเป็น NPL ในที่สุด

หน้า 17 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับ 3,385 วันที่ 22-25 กรกฎาคม 2561
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว


 
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market