thansettakij
thansettakij
กําไร บจ.โตต่อเนื่อง หลังไตรมาสแรกพุ่งกว่า 2.8 แสนล้าน

กําไร บจ.โตต่อเนื่อง หลังไตรมาสแรกพุ่งกว่า 2.8 แสนล้าน

29 พ.ค. 61 | 06:24 น.
อัปเดตล่าสุด :29 พ.ค. 61 | 13:42 น.
บจ.ไตรมาส 1/61 กำไรสุทธิ 2.86 แสนล้านบาท โตจากไตรมาสก่อน 15.55% ยอดขายรวม 2.83 ล้านล้านบาท “เกศรา” มองกำไรทั้งปีโตต่อเนื่อง ปัจจัยบวกเศรษฐกิจ-ลงทุน ต้นทุนธุรกิจตํ่า  บล.เอเซียพลัสฯ   คาดผลประกอบการบจ.ไตรมาส 2 ชะลอ เหตุรายได้ค่าฟีกลุ่มแบงก์ลด แต่ทั้งปีคาดกำไรโต 11%

[caption id="attachment_285423" align="aligncenter" width="503"] เกศรา มัญชุศรี เกศรา มัญชุศรี[/caption]

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) งวดไตรมาส 1/2561  จำนวน บจ.ที่กำไรมี 449 บริษัท คิดเป็น 82.45% ของบจ.ที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด  (นำส่งงบ 544 บริษัท คิดเป็น 93.79% จากทั้งหมด 580 บริษัท) โดยมีกำไรสุทธิรวม 2.86  แสนล้านบาท เติบโต 15.5% จากไตรมาส 4/2560 แต่เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เติบโต 0.29%  (ไตรมาส 1/2560 เป็นไตรมาสที่บจ.มีผลประกอบการเติบโตสูงสุดในรอบ 20 เดือน)  และไตรมาสแรกปีนี้ ยังมีปัจจัยจากต้นทุนราคานํ้ามันปรับเพิ่มขึ้นถึง 20% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่อยู่ระดับ 53 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล

สำหรับยอดขายรวมของ บจ.ไตรมาส 1/2561 อยู่ที่ 2.83 ล้านล้านบาท เติบโต 5.61% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบจ.ส่วนใหญ่มียอดขายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหมวดธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับราคานํ้ามันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี  ขณะที่สัดส่วนหนี้สินต่อทุน (ไม่รวมอุตสาห-กรรมการเงิน) บจ.โดยรวมอยู่ที่ 1.15 เท่า MP17-3368-A**

หมวดธุรกิจที่มีกำไรไตรมาสแรกเติบโตสูงสุด 5 อันดับแรกได้แก่ หมวดการแพทย์มีกำไรสุทธิ 6,232 ล้านบาท โตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 38.86%, หมวดการท่องเที่ยวและสันทนาการ กำไรสุทธิ 2,114 ล้านบาท โต 28.75%, หมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กำไรสุทธิ  14,498 ล้านบาท โต 17.35%, หมวดพาณิชย์ กำไรสุทธิ 13,420  ล้านบาท โต 13.28% และหมวดขนส่งและโลจิสติกส์ กำไรสุทธิ 12,701 ล้านบาท โต 11.19%

ด้านผลประกอบการ บจ.ในตลาดหลักทรัพย์ฯ เอ็มเอ ไอ (MAI) ไตรมาส1/2561 มีกำไรสุทธิ 1.81 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 69.56%จากไตรมาส 4/2560

“กำไรของบจ.ปีนี้ยังเติบโตได้ต่อเนื่อง จากปัจจัยบวก เศรษฐกิจในประเทศ ไตรมาสแรกเติบโตถึง 4.8% ดีกว่าคาด  การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชนเกิดการลงทุนตาม  ประกอบกับต้นทุนตํ่า โดยคาดดอกเบี้ยในประเทศยังไม่น่าจะปรับขึ้นในปีนี้ ส่วนในเรื่องสถานการณ์การเมืองในประเทศ ยังไม่น่ากังวลเป็นเพียงการแสดงความคิดเห็น หลังจากรัฐบาล คสช.บริหารประเทศมา 4 ปี โดยเชื่อว่ารัฐจะบริหารจัดการได้ อีกทั้งรัฐบาลยืนยันว่าการเลือกตั้งจะมีขึ้นในปี 2562”

[caption id="attachment_285422" align="aligncenter" width="503"] เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม[/caption]

ด้านนายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซียพลัส  จำกัด (มหาชน) (ASP) กล่าวถึงแนวโน้มกำไรของบจ.ในไตรมาส 2/2561 จะชะลอตัวเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2561  เนื่องจากกำไรกลุ่มธนาคารพาณิชย์ทรงตัว  หรืออาจจะชะลอตัว จากรายได้ค่าธรรมเนียมลดลง ต้นทุนสูงขึ้น ขณะที่กลุ่มไอซีที  กำไรคาดจะทรงตัวหรือดีขึ้นเล็กน้อย  ส่วนกลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรมกำไรอ่อนตัวแรงในไตรมาส 2- 3 ซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซัน

กำไรบจ.ในไตรมาส 2 ที่จะเป็นกลุ่มขับเคลื่อนตลาดหุ้น ยังเป็นกลุ่มพลังงานที่มีแนวโน้มดีขึ้นจากราคานํ้ามันดิบทรงตัวระดับสูง ฝ่ายวิจัย ASP เตรียมปรับเพิ่มสมมติฐานราคานํ้ามัน จากที่ให้ไว้ 65 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรลปีนี้ และ 70 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรลปีหน้า รวมถึงกลุ่มส่งออกจะได้รับผลบวกจากเงินบาทอ่อนค่า และเป็นไฮซีซันของกลุ่มส่งออกด้วย

ฝ่ายวิจัย ASP ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2561 ที่ 1.09 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จาก 9.82 แสนล้านบาทในปี2560 และคงเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยที่ 1766 จุด คาด P/E ที่ 16.09 เท่า สอดคล้องกับตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย 16.53 เท่า, ฟิลิปปินส์ 17.80 เท่า แต่สูงกว่าอินเดีย ซึ่งอยู่ที่ 15.60 เท่า, อินโดนีเซีย 14.93 เท่า และจีน 12.56 เท่า

หน้า 17 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับวันที่ 24-26 พ.ค. 2561 e-book-1-503x62-7
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market