
AMATA-WHA เปรี้ยงรับอีอีซี
โบรกเกอร์แนะนำหุ้นเด่นได้รับประโยชน์จากสนช.ผ่านกฎหมายอีอีซีและเตรียมประกาศใช้ เผย AMTA-WHA-BBL และ KTB รับประโยชน์สุด
สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ผ่านร่างกฎหมาย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 หลังจากนี้นายกรัฐมนตรีจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษาบังคับใช้ต่อไป นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศในการเลือกเข้ามาลงทุนพัฒนาและขับเคลื่อน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย และส่งผลเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
นักวิเคราะห์ให้นํ้าหนักในหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม รับเหมาก่อสร้าง และธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ที่จะได้รับประโยชน์จากโครงการก่อสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการลงทุน
นายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)กรุงศรีฯ กล่าวกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าหุ้นในกลุ่มนี้ที่แนะนำ อาทิ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) (AMATA) แม้ราคา AMATA จะเกินเป้าหมายที่บล.กรุงศรีฯ วางไว้ที่ 25 บาทไปแล้วก็ตาม และหุ้นบมจ.ธนาคารกรุงเทพ(BBL) ที่ราคาเป้าหมาย 240 บาท
นอกจากนี้ทั้งบล.ไทยพาณิชย์ฯ และบล.ทิสโก้ฯ เห็นสอดคล้องกันถึง 5 หลักทรัพย์ที่แนะนำคือ AMATA บมจ.ดับบลิวเอชเอ (WHA) บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) BBL และบมจ.ธนาคารกรุงไทย (KTB)
นายอิสระ อรดีดลเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า หุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม แม้จะปรับขึ้นไปมากแล้ว แต่รอจังหวะเข้าซื้อได้ โดยมอง AMATA และ WHA ส่วนหุ้นกลุ่มแบงก์แนะนำ BBL เพราะมีพอร์ตสินเชื่อคอร์ปอเรตขนาดใหญ่ และ KTB ที่ได้ประโยชน์จากโครงการลงทุนของรัฐ
จากบทวิเคราะห์ของบล.เคจีไอ (ประเทศไทย)ฯ คาดการว่าผลจากพ.ร.บ.อีอีซี ทำให้ประมาณการสมมติฐานยอดขายที่ดินของ AMATA ในปี 2561 น่าจะบรรลุที่ 1,300 ไร่จากยอดขายทั้งปี 2560 อยู่ที่ 400 ไร่ ลดลงจากปี 2559 ที่ 600 ไร่ โดยคาดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัทหลังเห็นความชัดเจน พ.ร.บ.อีอีซี ยอดขายที่ดินน่าจะเลื่อนมาขายในไตรมาส1/2561 และไตรมาส 2/2561
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,340 วันที่ 15 - 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ผ่านร่างกฎหมาย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 หลังจากนี้นายกรัฐมนตรีจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษาบังคับใช้ต่อไป นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศในการเลือกเข้ามาลงทุนพัฒนาและขับเคลื่อน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย และส่งผลเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
นักวิเคราะห์ให้นํ้าหนักในหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม รับเหมาก่อสร้าง และธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ที่จะได้รับประโยชน์จากโครงการก่อสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการลงทุน
นายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)กรุงศรีฯ กล่าวกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าหุ้นในกลุ่มนี้ที่แนะนำ อาทิ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) (AMATA) แม้ราคา AMATA จะเกินเป้าหมายที่บล.กรุงศรีฯ วางไว้ที่ 25 บาทไปแล้วก็ตาม และหุ้นบมจ.ธนาคารกรุงเทพ(BBL) ที่ราคาเป้าหมาย 240 บาท
นายอิสระ อรดีดลเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า หุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม แม้จะปรับขึ้นไปมากแล้ว แต่รอจังหวะเข้าซื้อได้ โดยมอง AMATA และ WHA ส่วนหุ้นกลุ่มแบงก์แนะนำ BBL เพราะมีพอร์ตสินเชื่อคอร์ปอเรตขนาดใหญ่ และ KTB ที่ได้ประโยชน์จากโครงการลงทุนของรัฐ
จากบทวิเคราะห์ของบล.เคจีไอ (ประเทศไทย)ฯ คาดการว่าผลจากพ.ร.บ.อีอีซี ทำให้ประมาณการสมมติฐานยอดขายที่ดินของ AMATA ในปี 2561 น่าจะบรรลุที่ 1,300 ไร่จากยอดขายทั้งปี 2560 อยู่ที่ 400 ไร่ ลดลงจากปี 2559 ที่ 600 ไร่ โดยคาดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัทหลังเห็นความชัดเจน พ.ร.บ.อีอีซี ยอดขายที่ดินน่าจะเลื่อนมาขายในไตรมาส1/2561 และไตรมาส 2/2561
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,340 วันที่ 15 - 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561






