
ก.ล.ต.เชือดผู้แนะนำลงทุนบล.เอเซีย พลัส พักไลเซนส์ 12 ดือน
ก.ล.ต. สั่งพักการให้ความเห็นชอบเป็นผู้แนะนำการลงทุนด้านตลาดทุน สังกัดบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด รายนายสิทธิกันต์ ปิ่นเมธา เป็นเวลา 12 เดือน ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ
สำนักงานคณะกรรมกากำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับรายงานการตรวจสอบจากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด และตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า นายสิทธิกันต์ชักชวนให้ลูกค้าลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยรับประกันผลตอบแทนและลูกค้ายินยอมให้นายสิทธิกันต์ตัดสินใจซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแทนได้ และต่อมาพบว่า นายสิทธิกันต์ได้ปกปิดข้อเท็จจริงต่อลูกค้าเกี่ยวกับรายการซื้อขายและสถานะทางบัญชีเมื่อเกิดผลขาดทุน
การกระทำของนายสิทธิกันต์ข้างต้น เป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบและรอบคอบเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ เป็นการไม่ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน 1 ก.ล.ต. จึงสั่งพักการให้ความเห็นชอบเป็นผู้แนะนำการลงทุนด้านตลาดทุนของนายสิทธิกันต์ เป็นเวลา 12 เดือน 2 มีผลตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2560 ทั้งนี้ บล. เอเซีย พลัส ได้เลิกจ้างนายสิทธิกันต์แล้วตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2559
ก.ล.ต. ขอย้ำให้ผู้ลงทุนหมั่นตรวจสอบเงินลงทุนในบัญชีซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่บริษัทหลักทรัพย์ส่งให้เป็นประจำ รวมทั้งไม่หลงเชื่อการรับประกันการซื้อขายในบัญชี เนื่องจากการลงทุนในตลาดทุนมีความเสี่ยง อาจมีโอกาสได้ทั้งกำไรหรือขาดทุน
สำนักงานคณะกรรมกากำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับรายงานการตรวจสอบจากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด และตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า นายสิทธิกันต์ชักชวนให้ลูกค้าลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยรับประกันผลตอบแทนและลูกค้ายินยอมให้นายสิทธิกันต์ตัดสินใจซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแทนได้ และต่อมาพบว่า นายสิทธิกันต์ได้ปกปิดข้อเท็จจริงต่อลูกค้าเกี่ยวกับรายการซื้อขายและสถานะทางบัญชีเมื่อเกิดผลขาดทุน
การกระทำของนายสิทธิกันต์ข้างต้น เป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบและรอบคอบเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ เป็นการไม่ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน 1 ก.ล.ต. จึงสั่งพักการให้ความเห็นชอบเป็นผู้แนะนำการลงทุนด้านตลาดทุนของนายสิทธิกันต์ เป็นเวลา 12 เดือน 2 มีผลตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2560 ทั้งนี้ บล. เอเซีย พลัส ได้เลิกจ้างนายสิทธิกันต์แล้วตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2559
ก.ล.ต. ขอย้ำให้ผู้ลงทุนหมั่นตรวจสอบเงินลงทุนในบัญชีซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่บริษัทหลักทรัพย์ส่งให้เป็นประจำ รวมทั้งไม่หลงเชื่อการรับประกันการซื้อขายในบัญชี เนื่องจากการลงทุนในตลาดทุนมีความเสี่ยง อาจมีโอกาสได้ทั้งกำไรหรือขาดทุน






