
DELTA งบ Q3 กำไร 1.4 พันล้าน เพิ่มขึ้น 0.3%
DELTA กำไรสุทธิไตรมาส 3 จำนวน 1.4 พันล้านบาท เติบโต 0.3% จากงวดปีก่อน ส่วน 9 เดือนกำไร 3.6 พันล้าน ลดลง 9.61% เหตุค่าใช้จ่ายด้านวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่มยานยนต์สูงขึ้น ขณะที่ยอดขายยังโต
บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA แจ้งว่า บริษัทมีกำไรสุทธิในงวดไตรมาสที่ 3 ปี 2560 จำนวน 1,409.17 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 1.13 บาท เพิ่มขึ้น 0.3% จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 1,404.84 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 1.13 บาท
ส่วนงวด 9 เดือน ปี 2560 กำไรสุทธิ 3,600.28 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 2.89 บาท ลดลง 9.61% จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 3,983.10 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 3.19 บาท
บริษัทชี้แจงผลดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2560 ยอดขายเพิ่มขึ้น 4.6% จากจำนวน 11,612 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เป็น 12,148 ล้านบาท โดยยอดขายหลักมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ EVSBG (Electric Vehicle Solutions) เพิ่มขึ้น 49.3% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากบริษัทให้ความสำคัญกับการเติบโตของธุรกิจยานยนต์อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้มีการเพิ่มขึ้นของยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์ EPSBG (ผลิตภัณฑ์หลักในกลุ่ม ได้แก่ เพาเวอร์ซัพพลายประเภทต่างๆ และดีซี-ดีซี คอนเวอร์เตอร์ ) เพิ่มขึ้น 9.7% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากกลุ่มเพาเวอร์ซัพพลายที่ออกแบบเฉพาะลูกค้า จากความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้นในตลาดสหรัฐฯ โดยเฉพาะธุรกิจกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ ส่วนยอขายกลุ่มผลิตภัณฑ์ ICTBG ลดลง 8.8% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และมียอดขายเพิ่มขึ้นจากบริษัททั้งสองแห่งในประเทศสโลวาเกียรวม 99 ล้านบาทและบางส่วนจากบริษัทย่อยในอินเดีย
บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาเพิ่มขึ้นค่อนข้างสูง เนื่องจากมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มยานยนต์เป็นกลุ่มที่คาดว่ามีแนวโน้มเติบโต ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1,353 ล้านบาท เป็น 1,390 ล้านบาท แต่มีอตราต่อยอดขายลดลงจาก 11.7% เป็น 11.4%
นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทมีการประชุมเมื่อวันที่ 24 ต.ค.2560 มีมติอนุมัติให้ปิดบริษัท ดีอีที วีดีโอ เทคโนโลยี ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ไม่ได้ดำเนินการกิจการ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการของบริษัทฯ และไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 5-6 เดือน
บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA แจ้งว่า บริษัทมีกำไรสุทธิในงวดไตรมาสที่ 3 ปี 2560 จำนวน 1,409.17 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 1.13 บาท เพิ่มขึ้น 0.3% จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 1,404.84 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 1.13 บาท
ส่วนงวด 9 เดือน ปี 2560 กำไรสุทธิ 3,600.28 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 2.89 บาท ลดลง 9.61% จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 3,983.10 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 3.19 บาท
บริษัทชี้แจงผลดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2560 ยอดขายเพิ่มขึ้น 4.6% จากจำนวน 11,612 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เป็น 12,148 ล้านบาท โดยยอดขายหลักมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ EVSBG (Electric Vehicle Solutions) เพิ่มขึ้น 49.3% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากบริษัทให้ความสำคัญกับการเติบโตของธุรกิจยานยนต์อย่างต่อเนื่อง
บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาเพิ่มขึ้นค่อนข้างสูง เนื่องจากมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มยานยนต์เป็นกลุ่มที่คาดว่ามีแนวโน้มเติบโต ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1,353 ล้านบาท เป็น 1,390 ล้านบาท แต่มีอตราต่อยอดขายลดลงจาก 11.7% เป็น 11.4%
นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทมีการประชุมเมื่อวันที่ 24 ต.ค.2560 มีมติอนุมัติให้ปิดบริษัท ดีอีที วีดีโอ เทคโนโลยี ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ไม่ได้ดำเนินการกิจการ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการของบริษัทฯ และไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 5-6 เดือน






