thansettakij
thansettakij
หุ้น 30 อันดับแรกใน SET50โดดเด่น

หุ้น 30 อันดับแรกใน SET50โดดเด่น

12 มิ.ย. 60 | 07:00 น.
อัปเดตล่าสุด :12 มิ.ย. 60 | 12:34 น.
บริษัทหลักทรัพย์ภัทร จำกัด (มหาชน) วิเคราะห์ว่า การลงทุนภายใต้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำเป็นประวัติการณ์ และภาวะเศรษฐกิจรวมถึงตลาดการเงินที่ผันผวน ส่งผลให้ผู้ลงทุนเผชิญกับความท้าทายในการบริหารจัดการสินทรัพย์ การจัดสรรเงินลงทุน จึงต้องให้ความสำคัญกับการเลือกประเภทสินทรัพย์ และรูปแบบผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้สถาบันการเงินมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์การบริหารเงินและบริหารความเสี่ยงออกมาหลากหลาย

[caption id="attachment_146915" align="aligncenter" width="503"] ออมหุ้นกันดีกว่า... ออมหุ้นกันดีกว่า...[/caption]

ส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ที่เคยให้อัตราผลตอบแทนสูงเป็นตัวเลข 2 หลัก และสูงกว่าการลงทุนในสินทรัพย์ใดๆในกรณีลงทุนระยะยาว แต่ในปี 2560 ดัชนีหุ้นขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยให้ผลตอบแทนประมาณ 1% เศษ ในช่วง 5 เดือนแรก และภาวะการซื้อขายที่เงียบเหงา ตลาดหุ้นซึมลง ทำให้นักลงทุนไม่รู้ว่าจะเลือกลงทุนหุ้นตัวไหนดี เพราะมีปัจจัยเสี่ยงเกิดขึ้นมากมายจากต่างประเทศ

ในช่วงนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถือโอกาสประชาสัมพันธ์ การประมวลภาพรวมหุ้น 30 อันดับแรกใน SET 50 ที่มีกำไรเติบโตดี และมีปัจจัยพื้นฐานโดดเด่น สนับสนุนให้ดัชนีผลตอบแทนรวม(Total return index) โตเฉลี่ย 16% ในรอบ 1 ปี และอัตราผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ย 4%

หากนำไปเปรียบเทียบผลตอบแทนการลงทุนในรอบ 1 ปี กับสินทรัพย์ประเภทต่างๆ(เมษายน 2559-เมษายน2560) หุ้น 30 อันดับแรกในSET 50 จะให้ผลตอบแทนสูงกว่าดัชนีหุ้นโดยรวมที่ 9% ทองคำ 7% พันธบัตรรัฐบาล 5% และเงินฝาก 1%

เหตุผลหนึ่งที่สนับสนุนให้ผลตอบแทนในหุ้นกลุ่มนี้สูงกว่าการลงทุนในประเภทอื่น ๆ คือกำไรสุทธิของหุ้นเหล่านี้ เติบโตมากในไตรมาส 1/2560 เมื่อเปรียบเทียบกับในไตรมาส 1/2559 นำโดยกลุ่มปิโตรเคมี โชว์กำไรสุทธิเติ MP18-3269-h บโต 100% หมวดพลังงาน โต 76%วัสดุก่อสร้าง เพิ่มขึ้น 29% พาณิชย์ เติบโต 18% และขนส่งโตขึ้น 16%

แต่กำไรที่เพิ่มขึ้นมากในไตรมาส 1 จะไม่โตอย่างต่อเนื่อง เริ่มมีเสียงเตือนจากนักวิเคราะห์ว่าจะเริ่มชะลอตัวลงในไตรมาส 2 โดยเฉพาะกลุ่ม ปิโตรเคมี จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์(มาร์จิ้น) ลดลง จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ราคาหุ้นไม่ปรับขึ้นไปได้อีก และหันไปเลือกหุ้นที่ราคายังขยับขึ้นไม่มาก แรงเชียร์หุ้นรับเหมาก่อสร้างเริ่มมีมากขึ้น หลังจากภาครัฐมีความคืบหน้าในการลงทุนโครงการขนาดใหญ่

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์บางบริษัทหลักทรัพย์ ประกาศลดน้ำหนักการลงทุนหุ้นไทย และแนะนำให้ถือเงินสดหรือนำเงินออกไปลงทุนในหุ้นต่างประเทศจะดีกว่า แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ในการตัดสินใจ ท่ามกลางภาวะตลาดเงินและตลาดทุนที่ผันผวน ข้อแนะนำให้ถือเงินสดเพื่อรอช้อนหุ้นดีราคาถูกน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในขณะนี้ ก็เป็นไปได้ดีทีเดียว

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,269 วันที่ 11 - 14 มิถุนายน พ.ศ. 2560
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market