thansettakij
thansettakij
วิชัย”ตั้งธงปลดเอสพี“ไอเฟค”เร็วที่สุด

วิชัย”ตั้งธงปลดเอสพี“ไอเฟค”เร็วที่สุด

09 พ.ค. 60 | 03:05 น.
อัปเดตล่าสุด :09 พ.ค. 60 | 10:33 น.
“วิชัย” ระบุ ไอเฟคเร่งปลดเอสพีให้เร็วที่สุด ควบคู่แก้หนี้ต่อเนื่อง ล่าสุดเจ้าหนี้หลายรายยอมยืดหนี้กว่า 1,000 ล้านเดินหน้าปิดงบการเงินปี59 ลุยขับเคลื่อนธุรกิจโรงไฟฟ้าทดแทนคู่ขนานตามแผนงานที่วางไว้ เพื่อสร้างรายได้ ดันธุรกิจมีกำไร

นายวิชัย ถาวรวัฒนยงค์ ประธานกรรมการ บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีส เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือIFEC เปิดเผยถึงแนวทางการปลดเครื่องหมาย SP และแผนการผลักดันธุรกิจของบริษัทจากนี้ไปว่า บริษัทต้องเร่งแก้ไขปัญหาหนี้ โดยมีแผนในการแก้หนี้ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
โดยขณะนี้บริษัทได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้มาอย่างต่อเนื่อง ได้เจรจากับเจ้าหนี้ และมีการยืดหนี้ไปแล้วกว่า 1,000 ล้านบาท เดือนมีนาคมที่ผ่านมาเราโรโอเวอร์ได้เกือบหมด ได้แก่ บลจ.ยูโอบี บลจ.ซีไอเอ็มบี ซึ่งบริษัทได้แจ้งและเปิดเผยข้อมูลความคืบหน้าดังกล่าวผ่านตลาดหลักทรัพย์ นักลงทุนได้รับทราบแล้ว

“หนี้ตั๋วบีอีของบริษัทกว่า 3,000 ล้านบาท ตอนนี้เจ้าหนี้บริษัทเข้าใจสถานการณ์บริษัทดีขึ้น การเจรจาประนอมหนี้ก็เป็นที่น่าพอใจ และเจ้าหนี้เองก็ไม่ต้องการที่จะให้หุ้นของบริษัทต้องเข้าไปอยู่ในกลุ่มรีแฮบโก้”
สำหรับภาระหนี้ของไอเฟค ณ วันที่ 19 เมษายน 2560 บริษัทมีภาระหนี้ของตั๋วบีอีจำนวน 3,066 ล้านบาท และภาระหนี้อื่นๆอีก 3,000 ล้านบาท โดยมีนายฉัตรณรงค์ ฉัตรภูติ กรรมการบริษัท ทำหน้าที่เป็นตัวแทนคณะกรรมการในการแก้ไขปัญหาหนี้ดังกล่าว

นายวิชัย กล่าวต่อว่า ในส่วนของการปิดงบการเงินของบริษัทปี 2559 และงบการเงินไตรมาสแรก ปี 2560 บริษัทคาดจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด และจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้

โดยทิศทางการดำเนินงานของบริษัทนั้น โอกาสทางธุรกิจของไอเฟคมีมูลค่ามหาศาล สำหรับโครงการใหม่ๆ ระหว่างนี้มีการหารือกับพันธมิตรต่างประเทศ และในประเทศ ซึ่งมีหลายแห่งให้ความสนใจมาโดยตลอด และการดำเนินธุรกิจของไอเฟคได้ทำควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาต่างๆ ตลอดเวลา

ในส่วนของธุรกิจโซลาร์ฟาร์ม หรือธุรกิจโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งพื้นดินสำหรับหน่วยงานราชการละสหกรณ์การเกษตรพ.ศ. 2560 หรือโซลาร์ฟาร์มกลุ่มราชการ และสหกรณ์การเกษตร ซึ่ง ไอเฟค เป็นบริษัทที่มีศักยภาพในการเข้าร่วมการคัดเลือก โดยภายในสิ้นเดือนนี้ ไอเฟค มีแผนเข้าร่วมการคัดเลือกโครงการดังกล่าว1 แห่ง อีกทั้งยังมีแผนที่จะรุกธุรกิจโซลาร์ฟาร์มในกลุ่มซีแอลเอ็มวีอีกด้วย ส่วนธุรกิจพลังงานไฟฟ้าจากขยะยังคงเดินหน้าต่อ

อย่างไรก็ตาม ไอเฟค ได้วางวิชั่นระยะกลางและยาว เข้าสู่ยุค 4.0 หรือเรียกว่า “พลังงาน 4.0” ซึ่งเป็นยุคที่พลังงานจะผสานเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ และสอดคล้องกับแน้วโน้มพัฒนาเมืองอัฉริยะ (Smart City) ที่ทุกประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย กำลังมุ่งมั่นพัฒนาขณะนี้ ซึ่งรัฐบาลวางแผนดำเนินการที่ จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดภูเก็ต”

“ไอเฟค มีความพร้อมเข้าสู่ธุรกิจอุตสาหกรรม ที่รองรับ Smart City โดยวางแผนเข้าสู่โครงการ Smart Grid ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัฉริยะ ซึ่งเป็นการปรับความสมดุลการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งมิเตอร์ไฟฟ้า มิเตอร์น้ำประปา เป็นต้น อนาคตประเทศไทยจะใช้พลังงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งรัฐบาลกำลังสนับสนุน ดังนั้นหน่วยธุรกิจที่จะมารองรับความต้องการนี้ จะเติบโตขึ้นอีกมาก”

ส่วนการประชุมคณะกรรมการในวันที่ 11 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ คณะกรรมการบริษัทมีความมุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นายทวิช เตชะนาวากุล ในฐานะกรรมการบริษัท จะให้ความร่วมมือแก่บริษัท ในการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการในวันดังกล่าว เนื่องจากจะได้ร่วมกันผลักดันแผนงานต่างๆ ของไอเฟค ให้เดินหน้าต่อไป เป้าหมายเพื่อผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทุกคน
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market