
CPALL เตรียมขายหุ้นกู้ 4,500 ล้าน
บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศจัดอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกันชุดใหม่ของ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP ALL ที่ 'A(tha)' หุ้นกู้ดังกล่าวมีจำนวนเงินรวมไม่เกิน 4,500 ล้านบาท ครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2572 เพื่อนำเงินจะนำไปชำระคืนหุ้นกู้ของบริษัทฯ ที่ครบกำหนดไถ่ถอน
หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกันได้รับการจัดอันดับเครดิตต่ำกว่าอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ 'A(tha)' ของบริษัทผู้ออกหนึ่งอันดับ เนื่องจากหนี้สินส่วนใหญ่ เป็นหนี้ที่มีหลักประกัน โดยมีอัตราส่วนหนี้สินมีหลักประกันต่อกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย (Secured Debt to EBITDA) ในปี 2559 อยู่ที่ 3.5 เท่า
ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนหนี้สินของ CP ALL ที่วัดจากหนี้สินสุทธิที่ปรับปรุงแล้วต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียน น่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงกว่า 3.5 เท่าหลังจากปี 2561 การลดลงของอัตราส่วนหนี้สินของ CP ALL มีความล่าช้ากว่าที่คาด เนื่องจากสภาวะทางเศรษฐกิจไทยที่อ่อนแอในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ส่วนการขายหุ้นในบริษัทย่อย ซึ่งได้แก่ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) บางส่วน ฟิทช์คาดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นในช่วง 12 เดือนข้างหน้า
กระแสเงินสดเติบโตในระดับปานกลางแต่มั่นคง ฟิทช์คาดว่ารายได้ของ CPALL จะเติบโต 9-10% ต่อปีในช่วงปี 2560-2561 มาจากสาขาที่เปิดใหม่และการฟื้นตัวของอัตราการเติบโตของยอดขายต่อร้านค้าเดิม
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงได้รับประโยชน์จากการมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ค่อนข้างแน่นอน เนื่องจากสินค้าที่ขายส่วนใหญ่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ซึ่งมีความผันผวนของรายได้และอัตราส่วนกำไรที่ค่อนข้างต่ำ ในขณะที่ศักยภาพในการเติบโตของบริษัทฯ ในอีก 3-4 ปีข้างหน้า ยังคงได้รับปัจจัยสนับสนุนจากสภาวะของธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ในประเทศไทยที่ยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
ฟิทช์เชื่อว่า CP ALL จะสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำทางการตลาดไว้ได้ แม้ว่าธุรกิจค้าปลีกจะมีการแข่งขันที่สูง CP ALL มีจำนวนร้านสะดวกซื้อภายใต้เครื่องหมายการค้า 7-Eleven มากกว่า 9,500 ร้านทั่วประเทศ โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่า 60% ในด้านจำนวนร้าน ซึ่งสูงกว่าผู้ประกอบการรายใหญ่อันดับสองเป็นอย่างมาก ความเป็นผู้นำในตลาดของ CP ALL มีปัจจัยสนับสนุนจากการที่บริษัทฯ มีร้านค้าในเครือจำนวนมากและครอบคลุมพื้นที่อย่างกว้างขวาง รวมถึงการมีหน่วยงานในเครือที่สนับสนุนกิจการค้าปลีกของบริษัทฯ ได้แก่การบริการด้านลอจิสติกส์ การซ่อมแซมและบำรุงรักษาร้านค้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
สภาพคล่องที่แข็งแกร่ง CP ALL มีหนี้สินประมาณ 2 แสนล้านบาท ณ สิ้นปี 2559 โดย 15.8 %จะครบกำหนดชำระคืนในอีก 12 เดือนข้างหน้านับจากสิ้นปี 2559 ประมาณ 96% ของหนี้สินทั้งหมดของ CP ALL เป็นหุ้นกู้สกุลเงินบาท ในจำนวนนี้มี 67% เป็นหุ้นกู้มีหลักประกันเป็นหุ้นของ Makro สภาพคล่องของ CP ALL มีปัจจัยสนับสนุนหลักจากเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นจำนวน 3.5 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นปี 2559 และความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด รวมถึงความสามารถในการออกหุ้นกู้ในตลาดตราสารหนี้
หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกันได้รับการจัดอันดับเครดิตต่ำกว่าอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ 'A(tha)' ของบริษัทผู้ออกหนึ่งอันดับ เนื่องจากหนี้สินส่วนใหญ่ เป็นหนี้ที่มีหลักประกัน โดยมีอัตราส่วนหนี้สินมีหลักประกันต่อกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย (Secured Debt to EBITDA) ในปี 2559 อยู่ที่ 3.5 เท่า
ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนหนี้สินของ CP ALL ที่วัดจากหนี้สินสุทธิที่ปรับปรุงแล้วต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียน น่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงกว่า 3.5 เท่าหลังจากปี 2561 การลดลงของอัตราส่วนหนี้สินของ CP ALL มีความล่าช้ากว่าที่คาด เนื่องจากสภาวะทางเศรษฐกิจไทยที่อ่อนแอในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ส่วนการขายหุ้นในบริษัทย่อย ซึ่งได้แก่ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) บางส่วน ฟิทช์คาดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นในช่วง 12 เดือนข้างหน้า
กระแสเงินสดเติบโตในระดับปานกลางแต่มั่นคง ฟิทช์คาดว่ารายได้ของ CPALL จะเติบโต 9-10% ต่อปีในช่วงปี 2560-2561 มาจากสาขาที่เปิดใหม่และการฟื้นตัวของอัตราการเติบโตของยอดขายต่อร้านค้าเดิม
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงได้รับประโยชน์จากการมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ค่อนข้างแน่นอน เนื่องจากสินค้าที่ขายส่วนใหญ่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ซึ่งมีความผันผวนของรายได้และอัตราส่วนกำไรที่ค่อนข้างต่ำ ในขณะที่ศักยภาพในการเติบโตของบริษัทฯ ในอีก 3-4 ปีข้างหน้า ยังคงได้รับปัจจัยสนับสนุนจากสภาวะของธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ในประเทศไทยที่ยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
ฟิทช์เชื่อว่า CP ALL จะสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำทางการตลาดไว้ได้ แม้ว่าธุรกิจค้าปลีกจะมีการแข่งขันที่สูง CP ALL มีจำนวนร้านสะดวกซื้อภายใต้เครื่องหมายการค้า 7-Eleven มากกว่า 9,500 ร้านทั่วประเทศ โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่า 60% ในด้านจำนวนร้าน ซึ่งสูงกว่าผู้ประกอบการรายใหญ่อันดับสองเป็นอย่างมาก ความเป็นผู้นำในตลาดของ CP ALL มีปัจจัยสนับสนุนจากการที่บริษัทฯ มีร้านค้าในเครือจำนวนมากและครอบคลุมพื้นที่อย่างกว้างขวาง รวมถึงการมีหน่วยงานในเครือที่สนับสนุนกิจการค้าปลีกของบริษัทฯ ได้แก่การบริการด้านลอจิสติกส์ การซ่อมแซมและบำรุงรักษาร้านค้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
สภาพคล่องที่แข็งแกร่ง CP ALL มีหนี้สินประมาณ 2 แสนล้านบาท ณ สิ้นปี 2559 โดย 15.8 %จะครบกำหนดชำระคืนในอีก 12 เดือนข้างหน้านับจากสิ้นปี 2559 ประมาณ 96% ของหนี้สินทั้งหมดของ CP ALL เป็นหุ้นกู้สกุลเงินบาท ในจำนวนนี้มี 67% เป็นหุ้นกู้มีหลักประกันเป็นหุ้นของ Makro สภาพคล่องของ CP ALL มีปัจจัยสนับสนุนหลักจากเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นจำนวน 3.5 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นปี 2559 และความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด รวมถึงความสามารถในการออกหุ้นกู้ในตลาดตราสารหนี้






