
ฟิทช์ คาดธุรกิจบรอดแบนด์เดือด ‘เอไอเอส’จัดหนักกระตุ้นตลาด
ฟิทช์ เรทติ้ง มองธุรกิจอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง 2-3 ปีข้างหน้าแข่งเดือด เอไอเอส รุกหนักแข่งขันด้านราคา คาดช่วยเร่งการเติบโตของจำนวนผู้ใช้บริการ ส่วนทีโอทีเป็นเสือลำบาก
ฟิทช์ เรทติ้งส์ คาดว่า การแข่งขันในธุรกิจการให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบรอดแบนด์ ในประเทศไทยจะมีความรุนแรงขึ้นในช่วงที่เหลือของปี 2559 และปี 2560 บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ที่สุดในประเทศ ได้เปิดให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในปี 2558 และมีการเสนอแพ็คเกจที่มีการแข่งขันด้านราคา โดยบริษัทมีเป้าหมายที่จะเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงรายใหญ่ของประเทศในอนาคต
ส่วนบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT ซึ่งเป็นบริษัทโทรคมนาคมของรัฐและเป็นผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงรายใหญ่อันดับ 3 น่าจะได้รับผลกระทบจากการแข่งขันที่รุนแรง โดยบริษัทได้สูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดซึ่งวัดจากจำนวนผู้ใช้บริการให้แก่คู่แข่ง ซึ่งได้แก่ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE , บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS และ AIS ส่วนTRUE ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่อันดับที่ 3 เป็นผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงรายใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีลูกค้าจำนวน 2.6 ล้านราย หรือคิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาด 38%
ณ สิ้นปี 2558 JAS เป็นผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงรายใหญ่อันดับที่ 2 มีส่วนแบ่งทางการตลาด 32% ตามมาด้วย TOT ซึ่งมีส่วนแบ่งทางการตลาด 21% ส่วนแบ่งทางการตลาดของ TOT ได้ปรับตัวลดลงจาก 31% ณ สิ้นปี 2556
ฟิทช์คาดว่าธุรกิจอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงของไทย จะมีการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า เนื่องจากอัตราส่วนครัวเรือนที่มีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ประมาณ 30% ในปี 2558 การเติบโตของสื่อบันเทิงในเครือข่ายอินเตอร์เน็ต และการบริโภคสื่อผ่านระบบออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น น่าจะส่งผลให้มีความต้องการในการใช้งานข้อมูลและความเร็วในการใช้บริการอินเตอร์เน็ตที่สูงขึ้น ซึ่งจะช่วยผลักดันความต้องการการใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ผ่านระบบไฟเบอร์ออพติก (FTTx)มากขึ้น
การเข้าสู่ตลาดการให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงของ AIS ซึ่งมีการเสนอแพ็คเกจที่มีราคาต่ำกว่าคู่แข่งในขณะที่มีความเร็วของบริการในระดับเดียวกัน น่าจะช่วยเร่งการเติบโตของจำนวนผู้ใช้บริการ ขณะเดียวกันก็อาจส่งผลให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรงระหว่างผู้ประกอบการ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ (ARPU) และการเติบโตของรายได้
กลยุทธ์ของ AIS มุ่งเน้นเสนอการให้บริการผ่านระบบ FTTx ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ซึ่งมีคุณภาพและรองรับการให้บริการที่ระดับความเร็วที่สูงกว่าเทคโนโลยีADSL ซึ่งปัจจุบันยังคงเป็นเทคโนโลยีหลักที่ใช้ในการให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในประเทศไทยในขณะที่ลูกค้าอินเตอร์เน็ตของAIS ยังคงอยู่ในระดับตํ่าที่ประมาณ 200,000 ราย ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 ของปี 2559 หรือคิดเป็นสัดส่วนทางการตลาดที่ 3% บริษัทมีแผนที่จะขยายจำนวนลูกค้าเป็น300,000รายภายในปี 2559 และมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่อันดับ 2ภายใน 5 ปี
ฟิทช์มองว่าความต้องการให้บริการอินเตอร์เน็ตที่มีความเร็วสูงขึ้น และการปรับเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยี FTTx น่าจะเป็นการส่งผลดีต่อผู้ประกอบการที่มีเครือข่ายที่ครอบคลุมและมีคุณภาพ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการที่สามารถเสนอบริการโทรคมนาคมที่หลากหลายเช่น โทรศัพท์พื้นฐาน และโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งได้แก่ AIS และTRUE น่าจะอยู่ในสถานะที่ดีกว่าในการเสนอการให้บริการที่แตกต่าง โดยการรวมการให้บริการเช่น โทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกและบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ไว้ในแพ็คเกจเดียว ซึ่งน่าจะช่วยรักษาฐานลูกค้าในช่วงที่มีการแข่งขันรุนแรง
ฟิทช์คาดว่าสถานะทางการตลาดของ TOT จะได้รับผลกระทบจากการแข็งขันที่รุนแรงดังกล่าวเนื่องจากบริษัทเสนอบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเพียงอย่าเดียวและการขยายเครือข่ายFTTxของบริษัทยังคงล่าช้ากว่าคู่แข่งรายอื่นในขณะที่กลยุทธ์ของJasminที่เน้นตลาดในต่างจังหวัดซึ่งมีการแข่งขันที่รุนแรงน้อยกว่าน่าจะช่วยลดผลกระทบจากความเสี่ยงดังกล่าวอย่างน้อยก็ในระยะสั้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,199 วันที่ 9 - 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559
ฟิทช์ เรทติ้งส์ คาดว่า การแข่งขันในธุรกิจการให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบรอดแบนด์ ในประเทศไทยจะมีความรุนแรงขึ้นในช่วงที่เหลือของปี 2559 และปี 2560 บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ที่สุดในประเทศ ได้เปิดให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในปี 2558 และมีการเสนอแพ็คเกจที่มีการแข่งขันด้านราคา โดยบริษัทมีเป้าหมายที่จะเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงรายใหญ่ของประเทศในอนาคต
ส่วนบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT ซึ่งเป็นบริษัทโทรคมนาคมของรัฐและเป็นผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงรายใหญ่อันดับ 3 น่าจะได้รับผลกระทบจากการแข่งขันที่รุนแรง โดยบริษัทได้สูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดซึ่งวัดจากจำนวนผู้ใช้บริการให้แก่คู่แข่ง ซึ่งได้แก่ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE , บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS และ AIS ส่วนTRUE ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่อันดับที่ 3 เป็นผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงรายใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีลูกค้าจำนวน 2.6 ล้านราย หรือคิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาด 38%
ณ สิ้นปี 2558 JAS เป็นผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงรายใหญ่อันดับที่ 2 มีส่วนแบ่งทางการตลาด 32% ตามมาด้วย TOT ซึ่งมีส่วนแบ่งทางการตลาด 21% ส่วนแบ่งทางการตลาดของ TOT ได้ปรับตัวลดลงจาก 31% ณ สิ้นปี 2556
ฟิทช์คาดว่าธุรกิจอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงของไทย จะมีการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า เนื่องจากอัตราส่วนครัวเรือนที่มีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ประมาณ 30% ในปี 2558 การเติบโตของสื่อบันเทิงในเครือข่ายอินเตอร์เน็ต และการบริโภคสื่อผ่านระบบออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น น่าจะส่งผลให้มีความต้องการในการใช้งานข้อมูลและความเร็วในการใช้บริการอินเตอร์เน็ตที่สูงขึ้น ซึ่งจะช่วยผลักดันความต้องการการใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ผ่านระบบไฟเบอร์ออพติก (FTTx)มากขึ้น
การเข้าสู่ตลาดการให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงของ AIS ซึ่งมีการเสนอแพ็คเกจที่มีราคาต่ำกว่าคู่แข่งในขณะที่มีความเร็วของบริการในระดับเดียวกัน น่าจะช่วยเร่งการเติบโตของจำนวนผู้ใช้บริการ ขณะเดียวกันก็อาจส่งผลให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรงระหว่างผู้ประกอบการ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ (ARPU) และการเติบโตของรายได้
กลยุทธ์ของ AIS มุ่งเน้นเสนอการให้บริการผ่านระบบ FTTx ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ซึ่งมีคุณภาพและรองรับการให้บริการที่ระดับความเร็วที่สูงกว่าเทคโนโลยีADSL ซึ่งปัจจุบันยังคงเป็นเทคโนโลยีหลักที่ใช้ในการให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในประเทศไทยในขณะที่ลูกค้าอินเตอร์เน็ตของAIS ยังคงอยู่ในระดับตํ่าที่ประมาณ 200,000 ราย ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 ของปี 2559 หรือคิดเป็นสัดส่วนทางการตลาดที่ 3% บริษัทมีแผนที่จะขยายจำนวนลูกค้าเป็น300,000รายภายในปี 2559 และมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่อันดับ 2ภายใน 5 ปี
ฟิทช์มองว่าความต้องการให้บริการอินเตอร์เน็ตที่มีความเร็วสูงขึ้น และการปรับเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยี FTTx น่าจะเป็นการส่งผลดีต่อผู้ประกอบการที่มีเครือข่ายที่ครอบคลุมและมีคุณภาพ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการที่สามารถเสนอบริการโทรคมนาคมที่หลากหลายเช่น โทรศัพท์พื้นฐาน และโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งได้แก่ AIS และTRUE น่าจะอยู่ในสถานะที่ดีกว่าในการเสนอการให้บริการที่แตกต่าง โดยการรวมการให้บริการเช่น โทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกและบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ไว้ในแพ็คเกจเดียว ซึ่งน่าจะช่วยรักษาฐานลูกค้าในช่วงที่มีการแข่งขันรุนแรง
ฟิทช์คาดว่าสถานะทางการตลาดของ TOT จะได้รับผลกระทบจากการแข็งขันที่รุนแรงดังกล่าวเนื่องจากบริษัทเสนอบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเพียงอย่าเดียวและการขยายเครือข่ายFTTxของบริษัทยังคงล่าช้ากว่าคู่แข่งรายอื่นในขณะที่กลยุทธ์ของJasminที่เน้นตลาดในต่างจังหวัดซึ่งมีการแข่งขันที่รุนแรงน้อยกว่าน่าจะช่วยลดผลกระทบจากความเสี่ยงดังกล่าวอย่างน้อยก็ในระยะสั้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,199 วันที่ 9 - 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559






