
ปลดล็อกปุ๋ยแพง รัฐดัน 'ปุ๋ยสั่งตัด' วิเคราะห์ดินแม่นยำ ลดต้นทุนได้เกินครึ่ง
รัฐบาลเดินหน้าลดภาระเกษตรกร จับมือ อว. -เกษตรฯ ขยายผลโมเดล 'ปุ๋ยสั่งตัด' ตามค่าวิเคราะห์ดิน เผยผลสำเร็จนำร่องอุดรธานี ช่วยชาวนาประหยัดค่าปุ๋ยเคมีกว่าครึ่ง เตรียมขยายผลทั่วประเทศ
KEY
POINTS
- รัฐบาลโดยกระทรวง อว. และกระทรวงเกษตรฯ ร่วมมือผลักดันโครงการ "ปุ๋ยสั่งตัด" เพื่อแก้ปัญหาปุ๋ยราคาแพง
- โครงการใช้วิธีวิเคราะห์ดินเพื่อคำนวณสูตรปุ๋ยที่เหมาะสมกับพืชและสภาพดินแต่ละแปลง ทำให้ใส่ปุ๋ยได้แม่นยำและลดการใช้ปุ๋ยที่ไม่จำเป็น
- โครงการนำร่องที่ จ.อุดรธานี ประสบความสำเร็จ สามารถช่วยเกษตรกรลดการใช้ปุ๋ยเคมี
7 พฤศจิกายน 2569 ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลเดินหน้าเชิงรุกปลดล็อกปัญหาค่าครองชีพภาคการเกษตร ลดต้นทุนปุ๋ยเคมีแพงด้วยเทคโนโลยีและงานวิจัย โดยล่าสุด กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จับมือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ขยายผลโครงการ "ปุ๋ยสั่งตัดเพื่อ(เกษตรกร)ไทย" เปลี่ยนวิถีการทำเกษตรแบบเดิม สู่การบริหารจัดการสารอาหารพืชตามค่าวิเคราะห์ดินจริง พร้อมเพิ่มทางเลือกให้เกษตรกรสามารถผลิตปุ๋ยใช้เองได้
การผนึกกำลังครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นระหว่างการลงพื้นที่ ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โดยเป็นการบูรณาการข้ามกระทรวงอย่างจริงจัง นำโดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) สังกัด อว. ร่วมกับ 4 หน่วยงานหลักกระทรวงเกษตรฯ ได้แก่ กรมส่งเสริมสหกรณ์, กรมพัฒนาที่ดิน, กรมวิชาการเกษตร และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อส่งตรงนวัตกรรมถึงมือเกษตรกรในระดับฐานราก
แนวทางการดำเนินโครงการฯ
- มีการผลตรวจวิเคราะห์ดินมาใช้คำนวณสูตรปุ๋ยให้เหมาะสมกับธาตุอาหารที่มีอยู่ในดินและความต้องการของพืชแต่ละชนิด
- เกษตรกรสามารถผสมปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ยเคมี เพื่อลดสัดส่วนการใช้ปุ๋ยเคมีที่ไม่จำเป็น
- นำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาผลิตเป็นปุ๋ยได้
- ช่วยลดรายจ่ายและปรับปรุงคุณภาพดินในระยะยาว
ยัน ลดใช้ปุ๋ยเคมีลงได้มากกว่าครึ่งหนึ่งทันที
ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ เปิดเผยตัวเลขความสำเร็จเบื้องต้นในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีว่า มีเกษตรกรนำร่องแล้ว 442 ราย จาก 8 อำเภอ ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกกว่า 2,818 ไร่ ซึ่งเกษตรกรสามารถลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้มากกว่าครึ่งหนึ่งในทันที โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้า ธ.ก.ส. อุดรธานี จำนวน 41 ราย ที่เปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยสั่งตัดรวม 17,150 กิโลกรัม หรือ 343 กระสอบสามารถประหยัดเงินค่าปุ๋ยเคมีรวมกันสูงถึง 139,200 บาท สะท้อนชัดเจนว่าเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์แก้ไขปัญหาปากท้องได้จริง
อย่างไรก็ตาม เพื่อต่อยอดให้เกษตรกรพึ่งพาตนเองได้อย่างครบวงจร รัฐบาลได้ส่งมอบเครื่องจักรผสมปุ๋ยอัตโนมัติ จำนวน 5 ชุดให้แก่สหกรณ์แม่ข่ายในอุดรธานีด้วยเพื่อใช้เป็นฐานการผลิตและกระจายบริการแก่สมาชิก ซึ่งรัฐบาลพร้อมขยายผลยุทธศาสตร์ "ปุ๋ยสั่งตัด" จากอุดรธานีโมเดลไปยังจังหวัดอื่นทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเข้มแข็งและภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจให้แก่ภาคเกษตรกรรมไทยอย่างถาวร







