thansettakij
thansettakij
อว. เดินหน้าปรับเกณฑ์ TCAS เฟ้นเด็กตามความถนัด รับมือยุค AI

อว. เดินหน้าปรับเกณฑ์ TCAS เฟ้นเด็กตามความถนัด รับมือยุค AI

05 พ.ย. 69 | 02:38 น.
อัปเดตล่าสุด :05 พ.ย. 69 | 02:56 น.

อว. เดินหน้าปรับเกณฑ์ TCAS ทั้งพอร์ตโฟลิโอ สัดส่วนสอบ โควตา หวังสร้างความเท่าเทียมให้เด็กไทยทุกกลุ่มพร้อมปรับหลักสูตรหนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตรับมือโลกยุค AI

KEY

POINTS

  • กระทรวง อว. ปรับปรุงเกณฑ์การคัดเลือก TCAS เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยทบทวนการใช้แฟ้มสะสมผลงาน การสัมภาษณ์ และระบบโควตาให้เป็นธรรมมากขึ้น
  • ส่งเสริมให้นักเรียนเลือกเรียนตามความถนัดและความสนใจของตนเอง เพื่อพัฒนาความเชี่ยวชาญในสาขานั้นๆ ควบคู่ไปกับการปรับตัวให้ทันเทคโนโลยีในยุค AI
  • มุ่งเน้นการคัดเลือกนักเรียนที่มีทักษะหลากหลายและสอดคล้องกับโลกอนาคต แทนการตัดสินความสำเร็จจากการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเพียงอย่างเดียว

5 พฤศจิกายน 2569 ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้าร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาระบบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย หรือ TCAS ให้มีความเป็นธรรมและเปิดโอกาสแก่นักเรียนทุกกลุ่มมากขึ้น

โดยมุ่งทบทวนแนวทางการใช้แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) ในการคัดเลือกและสัมภาษณ์ สัดส่วนการสอบ และระบบโควตา เพื่อลดข้อจำกัดที่อาจสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้สมัคร ซึ่งคาดว่านักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในปัจจุบันจะเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาดังกล่าว

 

ส่งเสริมการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลก

นอกจากนี้กระทรวง อว. ยังส่งเสริมการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเฉพาะทักษะที่จำเป็นในอนาคตและการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพและพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง

รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้ให้แนวคิดสำคัญว่า การเข้ามหาวิทยาลัยเป็นเพียงหนึ่งในหมุดหมายของชีวิต ไม่ใช่เครื่องตัดสินความสำเร็จทั้งหมด นักเรียนจึงควรเลือกศึกษาต่อตามความสนใจและความถนัดของตนเอง พร้อมพิจารณาเนื้อหาหลักสูตรและโอกาสในการนำความรู้ไปต่อยอด ขณะเดียวกัน การทำกิจกรรม กีฬา ชมรม และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนต่างสาขา ล้วนช่วยพัฒนาทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่นและการปรับตัวในสังคม

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

สำหรับโลกยุค AI ที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เยาวชนไม่จำเป็นต้องเลือกเรียนเฉพาะสาขาที่เกี่ยวข้องกับ AI แต่ควรพัฒนาความรู้และความเชี่ยวชาญในสาขาที่ตนเองสนใจ ควบคู่กับการเรียนรู้และปรับตัวให้เท่าทันเทคโนโลยี เพื่อสร้างโอกาสในการทำงานและการประกอบอาชีพในอนาคต

รัฐบาลต้องการให้เด็กไทยทุกคนมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเป็นธรรม ไม่ว่าจะมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจหรือสังคมแตกต่างกันเพียงใด พร้อมสนับสนุนให้เยาวชนได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง เพราะการศึกษาที่ดีไม่ใช่เพียงการสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่ต้องช่วยให้คนรุ่นใหม่มีความรู้ มีทักษะ และสามารถสร้างอนาคตของตนเองได้อย่างมั่นคง