thansettakij
thansettakij
พาณิชย์ ขอผู้ผลิตตรึงราคาสินค้า จับตา "ปลากระป๋อง" จ่อขึ้นราคา

พาณิชย์ ขอผู้ผลิตตรึงราคาสินค้า จับตา "ปลากระป๋อง" จ่อขึ้นราคา

30 ต.ค. 69 | 12:40 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ต.ค. 69 | 12:44 น.

"วัฒนศักย์" อธ.กรมการค้าภายใน เผยผู้ประกอบการเริ่มหารือขอขึ้นราคาสินค้า หลังต้นทุนพลังงาน ขนส่ง และวัตถุดิบพุ่ง จ่อเรียกถกแยกรายกลุ่มสินค้า พร้อมย้ำไทยมีสินค้าเพียงพอ ไม่มีปัญหาขาดแคลน

KEY

POINTS

  • กรมการค้าภายในขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้ตรึงราคาสินค้าให้นานที่สุด เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
  • ผู้ผลิตปลากระป๋องได้ยื่นขอปรับขึ้นราคาตามต้นทุนแผ่นเหล็กเคลือบดีบุก (ทินแพลต) ที่สูงขึ้น แต่กรมฯ ได้ขอให้ตรึงราคาไว้ก่อน
  • กรมฯ จะติดตามสถานการณ์ต้นทุนสินค้าอย่างใกล้ชิด และเตรียมเชิญผู้ประกอบการมาหารือเป็นรายกลุ่มเพื่อประเมินสถานการณ์และกำกับดูแลราคา

นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการติดต่อเข้ามาขอหารือเกี่ยวกับการขึ้นราคาสินค้า จากสถานการณ์ปัจจุบัน กรมการค้าภายในได้ขอความร่วมมือให้พยายามปรับตัวโดยการลดต้นทุนและพยายามรักษาระดับราคาไว้ให้ได้มากที่สุด เนื่องจากตระหนักดีว่าการปรับราคาสินค้าขึ้น จะส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคในทันที 

โดยเบื้องต้นจะขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการตรึงราคาสินค้าให้นานที่สุด เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

ทั้งนี้ ยอมรับว่า เริ่มมีสินค้าบางรายการ ขอให้กรมพิจารณาเรื่องการปรับขึ้นราคา เช่น ปลากระป๋อง เพราะต้นทุนทินแพลต (แผ่นเหล็กเคลือบดีบุก) มีราคาสูงขึ้น แต่กรมได้ขอความร่วมมือให้ตรึงราคาไปก่อน เพื่อบรรเทาภาระผู้บริโภค

ขณะที่ปุ๋ยเคมี แม้ต้นทุนจะได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น แต่ยังไม่มีการพิจารณาปรับราคา เนื่องจากสถานการณ์ตลาดยังเป็นปกติ และไม่ใช่ช่วงฤดูกาลเพาะปลูกที่มีความต้องการใช้ปุ๋ยสูง อย่างไรก็ตาม กรมจะติดตามต้นทุนและราคาจำหน่ายอย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับสินค้าอุปโภคบริโภครายการอื่น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปรับขึ้นราคาเกินความจำเป็น

หลังจากนี้ กรมฯ เตรียมนัดผู้ประกอบการเป็นรายกลุ่มสินค้า มาหารือถึงสถานการณ์ด้านต้นทุนที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ ทั้งค่าพลังงานที่สูงขึ้น ค่าขนส่งที่สูงขึ้น และวัตถุดิบที่เป็นต้นทุนในการผลิต เพื่อประเมินสถานการณ์ร่วมกัน และวางแผนในการกำกับดูแลราคาสินค้าให้มีความสมดุล ทั้งฝ่ายผู้ประกอบการและผู้บริโภค

ส่วนประเด็นที่ขณะนี้ หลาย ๆ ประเทศ แจ้งเตือนให้ประชาชนเตรียมตัวเรื่องสินค้าให้เพียงพอ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะผิดปกติ ยืนยันว่า ไทยไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ เพราะเป็นแหล่งผลิตสำคัญ ทั้งเกษตร อาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค แต่ก็เพิ่มความตระหนัก แต่ไม่ตระหนก และขอให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ

นอกจากนี้ ยังได้มีการติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าทุกรายการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสินค้าที่อยู่ในบัญชีควบคุม เพื่อไม่ให้มีการกักตุนสินค้าหรือฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงวิกฤต

นายวัฒนศักย์ กล่าวว่า ด้านสถานการณ์ราคาเนื้อสัตว์และอาหารสด เนื้อสุกรกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ปริมาณสินค้าเข้าสู่ตลาดเพียงพอและราคาเริ่มทรงตัว โดยหมูเป็นเฉลี่ย 68.90 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) ส่วนหมูเนื้อแดงไม่ตัดแต่งอยู่ที่ 130-135 บาทต่อ กก. ขณะที่ราคาไก่ยังอยู่ในระดับปกติ ไก่มีชีวิตเฉลี่ย 45.50 บาทต่อ กก. น่อง-สะโพก 89.69 บาทต่อ กก. เนื้อน่อง 89.81 บาทต่อ กก. เนื้อสะโพก 94.81 บาทต่อ กก. และเนื้ออก 85.38 บาทต่อ กก.

ส่วนราคาสัตว์น้ำ ปลานิลเฉลี่ย 81.50 บาทต่อ กก. ปลาทับทิม 112.50 บาทต่อ กก. ปลาดุกบิ๊กอุย 70.30 บาทต่อ กก. และกุ้งขาวขนาด 70 ตัวต่อ กก. อยู่ที่ 195 บาท ขณะที่ไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเฉลี่ยฟองละ 4 บาท ราคาไข่ไก่เบอร์ 3 เฉลี่ย 4.56 บาทต่อฟอง โดยแนวโน้มราคาเริ่มปรับลดลง

ขณะที่สถานการณ์ผักสดเริ่มคลี่คลาย โดยราคาขายส่ง ณ ตลาดสี่มุมเมือง วันที่ 30 ต.ค. 2569 พบว่าผักส่วนใหญ่ปรับลดลง ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ราคาขายปลีกและตลาดอื่น ๆ ปรับลดลงตามไปด้วย หลังจากก่อนหน้านี้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมจนราคาพุ่งสูงขึ้น

ส่วนผักสดราคาขายส่ง ณ ตลาดสี่มุมเมือง วันที่ 30 ต.ค. 2569 ส่วนใหญ่ปรับลดลง และจะมีผลให้ราคาตลาดขายปลีกและตลาดอื่น ๆ ลดลงตาม เช่น ผักบุ้งจีน 12 บาทต่อ กก. จาก 16 บาท และเคยขึ้นสูงสุด 100 บาท ช่วงน้ำท่วม ผักกาดขาว (ลุ้ย) 14 บาทต่อ กก. จาก 15-16 บาท และสูงสุด 18 บาท ต้นหอม 150 บาทต่อ กก. จากสูงสุด 180 บาท