thansettakij
thansettakij
ส่งออกข้าวส่อหลุดเป้า 7ล้านต้น ต่ำสุดรอบ 5 ปี จีทูจีจีนล่ม

วิกฤตรุมหนัก ส่งออกข้าว-มันสำปะหลัง ทั้งปี 69 จ่อพลาดเป้า

30 ต.ค. 69 | 12:14 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ต.ค. 69 | 12:39 น.

กรมการค้าต่างประเทศ ยอมรับส่งออกข้าวปี 2569 พลาดเป้า เหตุราคาสูงกว่าคู่แข่ง 11-21% อิรักปิดตลาด อินโดนีเซีย งดนำเข้า ขณะมันสำปะหลังส่งออกร่วง 55% จากปัญหาผลผลิตขาดแคลน

KEY

POINTS

  • การส่งออกข้าวไทยปี 2569 คาดว่าจะทำได้เพียง 6.5 ล้านตัน ไม่ถึงเป้าที่ตั้งไว้ 7 ล้านตัน ซึ่งจะถือเป็นปริมาณส่งออกที่ต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี
  • สาเหตุหลักมาจากราคาข้าวไทยที่สูงกว่าประเทศคู่แข่ง, ความต้องการในตลาดโลกที่ลดลง, ปัญหาการส่งออกไปยังตลาดสำคัญอย่างอิรัก และค่าเงินบาทที่ผันผวน
  • การเจรจาขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) กับจีนไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากไม่สามารถตกลงเรื่องราคาได้ ทำให้การส่งมอบข้าวไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์การส่งออกข้าวไทย ช่วง 9 เดือน ปี 2569 (ม.ค.-ก.ย.) มีปริมาณ 4.99 ล้านตัน ลด 19.26% มูลค่า 2,962 ล้านดอลลาร์ ลด 16.84% ซึ่งไม่ใช่แค่ไทยที่ส่งออกลด แต่ประเทศที่เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ 5 อันดับแรก ยอดส่งออกลดลงเช่นกัน ทั้งเวียดนาม ปากีสถาน สหรัฐฯ ยกเว้นอินเดีย ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากความต้องการในตลาดโลกลดลง และ ราคาข้าวของไทยสูงกว่าคู่แข่ง

โดยข้าวขาว 5% ของไทย สูงกว่าอินเดีย 21.3% ปากีสถาน 12.2% เวียดนาม 11.6% และภาวะเศรษฐกิจโลก ที่ทุกประเทศเจอวิกฤตจากสงคราม ราคาพลังงาน ทำให้ต้องรัดเข็มขัด ราคาจึงเป็นเรื่องสำคัญ ตลาดอิรัก ที่เคยส่งออกได้กว่า 1 ล้านตัน มีปัญหาส่งออกไปไม่ได้ จากสงคราม ตลาดอินโดนีเซีย งดนำเข้าข้าว และเงินบาทผันผวน แข็งค่าขึ้น รวมถึงค่าระวางเรือสูงขึ้น ซึ่งล้วนแต่มีผลกระทบต่อการส่งออก คาดว่าการส่งออกข้าว 

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่ายอดการส่งออกข้าวทั้งปี จะไม่เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ที่ 7 ล้านตัน เพราะถึง 30 ต.ค.2569 ดูตามใบอนุญาตส่งออกข้าว รวมแล้วได้ 5 ล้านตันกว่า ถ้าจะทำให้ได้ตามเป้า อีก 2 เดือน (พ.ย.-ธ.ค.) ก็ต้องส่งออกให้ได้ถึงเดือนละ 8-9 แสนตัน ดังนั้น อาจจะได้ 6.5 ล้านตัน ซึ่งจะต่ำสุดในรอบ 5 ปี นับจากปี 2565 ที่ส่งออกได้ 7.69 ล้านตัน

ดีลจีทูจี จีนล่มส่งมอบไม่สำเร็จ

ขณะเดียวกันการขายข้าวจีทูจีให้กับจีน ได้มีการเจรจากับคอฟโก (COFCO) รัฐวิสาหกิจจีนอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่จีนอยากซื้อ แต่เนื่องจากข้าวไทยราคาสูง ทำให้การเจรจาตกลงกันไม่ได้ คุยกันไปถึง 5 ครั้ง ก็ยังตกลงไม่ได้ ทำให้การส่งมอบไม่บรรลุเป้าหมาย 

โดยสัญญาข้าวจีทูจีกับจีนล่าสุด 1.22 ล้านตัน ส่งมอบไปแล้ว 7.6 แสนตัน ซึ่งกรมจะพยายามเจรจาต่อเนื่องในช่วง 2 เดือนที่เหลือ เพื่อตกลงราคาและส่งมอบข้าวต่อไป

ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศ เดินหน้าแผนรุกตลาด เพื่อเร่งผลักดันการส่งออกข้าวผ่านแผนการจัดคณะผู้แทนภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อพบปะหารือกับผู้นำเข้าข้าวสำคัญ เช่น ฮ่องกง ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และแอฟริกาใต้ รวมถึงสหรัฐ ที่จะหันไปเจาะตลาดข้าวครัวเรือน เพื่อให้รักษาตลาด 

นอกจากนี้ยังมีแผนการจัดงานประชุมข้าวนานาชาติ เพื่อสนับสนุนการเจรจาธุรกิจการค้าระหว่างผู้ส่งออกข้าวไทยกับผู้นำเข้าข้าวจากนานาประเทศ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ข้าวไทย เพื่อกระจายในหลายภูมิภาคเป็นการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง และกระตุ้นให้เกิดคำสั่งซื้อรองรับผลผลิตข้าวไทย

ส่งออกสำปะหลัง ลด 55.12%

นางอารดา กล่าวว่า สำหรับมันสำปะหลัง ในช่วง 9 เดือน ส่งออก 3.24 ล้านตัน ลดลง 55.12% มูลค่า 1,697.80 ล้านดอลลาร์ ลดลง 28.47% โดยสาเหตุที่ทำให้ยอดส่งออกลดลง เนื่องจากปีนี้ ไทยมีปัญหาขาดแคลนผลผลิตเป็นอย่างมาก โดยปี 2568/69 มีผลผลิตเพียง 24 ล้านตัน จากปกติ 30 ล้านตันขึ้นไป และยังมีการนำเข้าจากเพื่อนบ้านลดลง เหลือ 1.46 ล้านตัน 

โดยนำเข้าจาก สปป.ลาว เป็นหลัก เมียนมาเล็กน้อย ส่วนกัมพูชา ไม่มี แต่ยังดีที่ราคาขายปรับตัวสูงขึ้น โดยมันอัดเม็ดเพิ่ม 10.56% แป้งมันสำปะหลังดิบ เพิ่ม 30.74% แป้งแปรรูป เพิ่ม 8.53% โดยเป้าทั้งปี ตั้งไว้ที่ 6.1-7 ล้านตัน มีแนวโน้มที่จะทำไม่ได้ตามเป้า ซึ่งก็ต้องยอมรับ

“ยอมรับว่า ปัจจัยมหภาคที่มีผลกระทบต่อสินค้าโภคภัณฑ์ คือความผันผวนจากปัจจัยภายนอก ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงคราม ภัยพิบัติ เอลนีโญ ส่งผลกระทบโดยตรงอย่างรุนแรง ทำให้สินค้าโภคภัณฑ์เกิดความผันผวนและคาดการณ์การบริโภคหรือการผลิตได้ยากกว่าที่เคยเป็นมา ส่งผลให้การส่งออกทั้งข้าวและมันสำปะหลัง ทำไม่ได้ตามเป้า  อย่าไปโทษรัฐบาล ดิฉันเป็นอธิบดี ขอรับผิดชอบเอง เพราะเป็นหน้าที่โดยตรง” นางอารดากล่าว