thansettakij
thansettakij
บีโอไอเร่งทรานส์ฟอร์ม 5 อุตสาหกรรม ดันลงทุนจริง มั่นใจตัวเลขโตแซงปี 68

บีโอไอเร่งทรานส์ฟอร์ม 5 อุตสาหกรรม ดันลงทุนจริง มั่นใจตัวเลขโตแซงปี 68

22 ต.ค. 69 | 06:35 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ต.ค. 69 | 06:35 น.

บีโอไอเดินหน้าเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมไทย 3 ด้าน Green-Digital-New Industries ยกระดับ 5 อุตสาหกรรมเดิมสู่อุตสาหกรรมอนาคต ชู 3 มาตรการหนุนผู้ประกอบการไทย คาดคำขอลงทุนปี 2569 สูงกว่าปีก่อน มุ่งสร้างการลงทุนจริง จ้างงาน พัฒนาคน และเชื่อมซัพพลายเชนในประเทศ

KEY

POINTS

  • บีโอไอเร่งผลักดันการเปลี่ยนผ่าน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเดิม ได้แก่ ยานยนต์, อิเล็กทรอนิกส์, เกษตรและอาหาร, เคมีภัณฑ์ และเครื่องจักรกล ไปสู่อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีและมีมูลค่าสูงขึ้น
  • ออกมาตรการสนับสนุน 3 ด้านเพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนจริง คือ การยกระดับอุตสาหกรรมสู่ Smart & Sustainable, การพัฒนาทักษะบุคลากร (Skill Bridge) และการสนับสนุนเงินทุนเพื่อปรับเปลี่ยนธุรกิจ
  • ตั้งเป้าให้การลงทุนเกิดขึ้นจริงเพื่อสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทย และคาดการณ์ว่ายอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปี 2569 จะมีมูลค่าสูงกว่าปี 2568

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ทิศทางการส่งเสริมการลงทุนในระยะต่อไปของบีโอไอ ไม่ได้มุ่งเพียงสร้างฐานอุตสาหกรรมสำคัญให้มีความมั่นคงในประเทศไทย แต่ต้องเร่งให้ผู้ประกอบการไทยปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง โดยเน้นการเปลี่ยนผ่าน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Transformation) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation) และการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ (Transition to New Industries) เพื่อรองรับการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมโลก

บีโอไอเร่งทรานส์ฟอร์ม 5 อุตสาหกรรม ดันลงทุนจริง มั่นใจตัวเลขโตแซงปี 68

ยุทธศาสตร์ดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบาย Investment-Led Growth ของรัฐบาล ที่ใช้การลงทุนเป็นตัวนำการเติบโต โดยมีเป้าหมายยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยให้อยู่ใน 20 อันดับแรกของโลก ผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตมากกว่า 3% ต่อปี เพิ่มสัดส่วนการลงทุนให้มากกว่า 30% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) และนำไทยก้าวพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลางสู่ประเทศรายได้สูง

บีโอไอดัน 5 อุตสาหกรรมเดิม สู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสูง

หัวใจสำคัญคือการยกระดับอุตสาหกรรมเดิมที่ไทยมีความแข็งแกร่ง ควบคู่กับการสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่ โดยบีโอไอมุ่งผลักดัน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมให้ก้าวสู่กิจการที่มีเทคโนโลยีและมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น

กลุ่มแรกคือยานยนต์ ซึ่งต้องเปลี่ยนผ่านจากเครื่องยนต์สันดาปภายในไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้าครอบคลุมทุกประเภท ทั้งไฮบริด ปลั๊กอินไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ รวมถึงการผลิตชิ้นส่วนสำคัญอย่างแบตเตอรี่ กลุ่มที่สองคือเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งต้องต่อยอดจากฐานการผลิตเดิมไปสู่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง

กลุ่มเกษตรและอาหารจะยกระดับการผลิตด้วยเกษตรอัจฉริยะ พร้อมพัฒนาอาหารแห่งอนาคต เช่น อาหารออร์แกนิก โปรตีนทางเลือก และอาหารทางการแพทย์ ขณะที่กลุ่มเคมีภัณฑ์ต้องปรับจากการผลิตแบบดั้งเดิมไปสู่เคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเคมีภัณฑ์เฉพาะทาง ส่วนกลุ่มเครื่องจักรกลจะมุ่งสู่ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์อุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและรองรับการผลิตสมัยใหม่

ชู 3 มาตรการหนุนธุรกิจไทย เร่งทรานส์ฟอร์มรับอุตสาหกรรมใหม่

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านจะเกิดขึ้นได้จริงต้องมีมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างเป็นรูปธรรม บีโอไอร่วมกับรัฐบาลจึงขับเคลื่อน 3 มาตรการหลัก ได้แก่ มาตรการยกระดับอุตสาหกรรมสู่ Smart & Sustainable Industry ที่ให้สิทธิประโยชน์แก่การปรับเปลี่ยนเครื่องจักรให้ทันสมัย นำระบบอัตโนมัติและดิจิทัลมาใช้ เพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดพลังงาน และส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน

 มาตรการที่สองคือ Skill Bridge สนับสนุนการพัฒนาทักษะบุคลากร ทั้งการเพิ่มทักษะเดิมและการเรียนรู้ทักษะใหม่ เพื่อเตรียมแรงงานไทยให้พร้อมต่อความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมาย ส่วนมาตรการที่สามคือ Business Transformation ซึ่งสนับสนุนเงินทุนเพื่อเร่งให้ธุรกิจปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เป้าหมายคือช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเติบโตและแข่งขันในตลาดโลกได้ พร้อมสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่ให้ประเทศ

นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

บีโอไอมั่นใจยอดขอลงทุนปี 69 โตต่อ เร่งดึงเม็ดเงินจริงเข้าระบบ

 สำหรับแนวโน้มการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปี 2569 นายนฤตม์ประเมินว่า มีโอกาสสูงกว่าปีก่อน โดยในปี 2568 มีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริม 3,370 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 1.876 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) 2,421 โครงการ มูลค่า 1.359 ล้านล้านบาท

 อุตสาหกรรมขับเคลื่อนสำคัญยังอยู่ใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความต้องการของตลาดโลก ยานยนต์และชิ้นส่วน โดยเฉพาะรถยนต์ไฮบริด รถยนต์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ รวมถึงพลังงานสะอาด เกษตรและอาหารอนาคต ซึ่งมีโอกาสจากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก

 นายนฤตม์กล่าวว่า สิ่งสำคัญกว่ามูลค่าคำขอรับการส่งเสริมคือการทำให้โครงการเกิดการลงทุนจริง และสร้างประโยชน์ต่อคนไทยให้มากที่สุด ทั้งการจ้างงาน การพัฒนาทักษะบุคลากร และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยมีส่วนร่วมในโอกาสทางธุรกิจที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เพียงเป็นฐานรองรับการลงทุนจากต่างประเทศ