thansettakij
thansettakij
มะพร้าวพุ่ง 13 บาทต่อผล จี้รัฐยกเลิกราคาอ้างอิง  หวั่นกดราคารับซื้อทั่วประเทศ

มะพร้าวพุ่ง 13 บาทต่อผล จี้รัฐยกเลิกราคาอ้างอิง หวั่นกดราคารับซื้อทั่วประเทศ

15 ต.ค. 69 | 03:21 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ต.ค. 69 | 03:21 น.

ราคามะพร้าวผลแก่ขยับแรงแตะ 12-13 บาทต่อผล ขณะที่เนื้อมะพร้าวขาวพุ่ง 25 บาทต่อกิโลกรัม พาณิชย์ประจวบคีรีขันธ์งดประกาศราคากลางงวด 12-16 ต.ค. หลังราคาตลาดสูงกว่าเป้าหมาย ด้านเครือข่ายเกษตรกรจี้รัฐเลิกล็อกราคา หวั่นเป็นดาบสองคม กดราคารับซื้อทั่วประเทศ

KEY

POINTS

  • ราคามะพร้าวในตลาดปรับตัวสูงขึ้นถึง 12-13 บาทต่อผล ซึ่งสูงกว่าราคาเป้าหมายที่ภาครัฐกำหนดไว้
  • กลุ่มเกษตรกรเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการกำหนดราคาอ้างอิง เนื่องจากกังวลว่าผู้รับซื้อจะใช้เป็นข้ออ้างในการกดราคารับซื้อผลผลิต
  • ข้อเสนอแนะคือให้ปล่อยให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาดเมื่อราคาซื้อขายจริงสูงกว่าราคาเป้าหมาย เพื่อให้เกษตรกรได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่

โครงการดูดซับมะพร้าวผลแก่ ปี 2569 ของกระทรวงพาณิชย์ นำร่องในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ใช้งบกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) 46.6 ล้านบาท ตั้งเป้ารับซื้อมะพร้าวผลแก่ 10 ล้านผล และแปรรูปผลผลิตตกค้างเป็นเนื้อมะพร้าวแห้ง 500 ตัน ครอบคลุม 8 จังหวัดแหล่งผลิตสำคัญ เพื่อระบายผลผลิตและพยุงราคาจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 โดยกำหนดราคาเป้าหมายมะพร้าวผลใหญ่ 10 บาทต่อผล และเนื้อมะพร้าวแห้ง 20 บาทต่อกิโลกรัม

อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาตลาดสูงกว่าเป้าหมาย กลับเกิดข้อกังวลว่าการใช้ราคาอ้างอิงอาจกระทบเกษตรกรนอกพื้นที่โครงการ ซึ่งต้องเผชิญกับการนำราคากลางไปใช้อ้างอิงในการรับซื้อผลผลิต

นายพงษ์ศักดิ์ บุตรรักษ์ แกนนำและผู้ประสานงานกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นายพงษ์ศักดิ์ บุตรรักษ์ แกนนำและผู้ประสานงานกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ได้เข้าร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสมาพันธ์มะพร้าวและสำนักงานพาณิชย์จังหวัด โดยเสนอให้ยกเลิกการกำหนดราคากลางมะพร้าวที่ 9 บาทต่อผล เนื่องจากไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดปัจจุบัน

ขณะนี้ราคามะพร้าวผลแก่ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 12-13 บาทต่อผล สูงกว่าราคาอ้างอิงอย่างชัดเจน หากยังใช้ราคา 9 บาทต่อผล อาจเปิดช่องให้ผู้รับซื้อบางรายนำไปกดราคารับซื้อจากเกษตรกร แทนที่จะช่วยเพิ่มรายได้ตามเจตนารมณ์ของโครงการ  ส่วนเนื้อมะพร้าวขาว ซึ่งโครงการกำหนดสัดส่วนมะพร้าวผลใหญ่ 2 ผล เทียบเท่าเนื้อมะพร้าวขาว 1 กิโลกรัม และตั้งราคาเป้าหมายไม่เกิน 20 บาทต่อกิโลกรัม ปัจจุบันราคาตลาดขึ้นไปถึงประมาณ 25 บาทต่อกิโลกรัม สอดคล้องกับราคาน้ำกะทิคั้นจากมะพร้าวขูดที่ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน

ตัวอย่างราคากลาง โครงการดูดซับมะพร้าวผลแก่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นายพงษ์ศักดิ์กล่าวว่า เมื่อราคาตลาดสูงกว่าเป้าหมาย รัฐควรปล่อยให้ซื้อขายตามกลไกตลาด ไม่ควรคงราคาอ้างอิงที่ต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะทำให้เกษตรกรเสียโอกาสรับประโยชน์จากราคาที่สูงขึ้น โดยเฉพาะการนำราคาอ้างอิงของประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตมะพร้าวสำคัญอันดับหนึ่งของประเทศ ไปใช้เป็นราคากลางในจังหวัดอื่น ทั้งที่แต่ละพื้นที่มีต้นทุนและสถานการณ์รับซื้อแตกต่างกัน

นอกจากนี้ การประกาศราคาอ้างอิงสัปดาห์ละครั้งยังไม่ทันต่อความเคลื่อนไหวของตลาดที่เปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน เมื่อราคาซื้อขายปรับขึ้น แต่ราคาอ้างอิงยังอยู่ในระดับต่ำ เกษตรกรจึงเสี่ยงเสียโอกาสขายผลผลิตในราคาที่เหมาะสม ขณะที่โรงงานผลิตน้ำกะทิอาจได้ประโยชน์จากการจัดหาวัตถุดิบเนื้อมะพร้าวขาวในราคาต่ำกว่าตลาด ส่งผลให้ผลดีจากราคามะพร้าวที่สูงขึ้นไม่ถึงมือชาวสวนอย่างเต็มที่

เครือข่ายเกษตรกรจึงเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์ทบทวนและยกเลิกมาตรการชดเชยส่วนต่างที่ผูกกับราคากลาง โดยยึดแนวทางเดียวกับสินค้าเกษตรอื่น เช่น ข้าวและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เมื่อราคาตลาดสูงกว่าระดับประกัน รัฐควรหยุดชดเชยและปล่อยให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาด  พร้อมเสนอให้ปรับงบประมาณไปใช้กับมาตรการระยะยาว ทั้งการขยายตลาด เพิ่มช่องทางจำหน่าย พัฒนาคุณภาพผลผลิต และยกระดับการแปรรูป เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองให้เกษตรกรและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา

ด้านแหล่งข่าวจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า การกำหนดราคากลางมะพร้าวงวดที่ 7 ระหว่างวันที่ 12-16 ตุลาคม 2569 จะไม่มีการประกาศราคากลาง เนื่องจากราคาซื้อขายในตลาดสูงกว่าราคาเป้าหมายของโครงการที่กำหนดไว้ 10 บาทต่อผลแล้ว จากการติดตามตลาดในสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าราคามะพร้าวซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 10-14 บาทต่อผล ประกอบกับแนวโน้มราคายังอยู่ในทิศทางที่ดี จึงไม่มีความจำเป็นต้องกำหนดราคากลางเพื่อชดเชยส่วนต่างในงวดดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจะประชุมพิจารณาราคากลางอีกครั้งในสัปดาห์ถัดไป โดยกำหนดประกาศราคากลางทุกวันจันทร์ เพื่อประเมินสถานการณ์และปรับแนวทางดำเนินโครงการให้สอดคล้องกับราคาซื้อขายจริง

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,244 วันที่ 15 - 17 ตุลาคม พ.ศ. 2569