
พาณิชย์อุ้มมะพร้าวแกง จ่อของบกลางพยุงราคา สั่งชะลอนำเข้า
กระทรวงพาณิชย์รับซื้อมะพร้าวแกงทะลุเป้า 11 ล้านลูก เตรียมของบกลางรับซื้อนำตลาดเพิ่ม พร้อมชะลอนำเข้า หวังพยุงราคาผลผลิตและช่วยเกษตรกรที่ยังตกหล่นจากมาตรการ
KEY
POINTS
- กระทรวงพาณิชย์เข้าช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว โดยรับซื้อผลผลิตแล้วกว่า 11 ล้านลูก เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้เพื่อพยุงราคา
- เตรียมเสนอของบประมาณกลางเพื่อใช้รับซื้อมะพร้าวในราคานำตลาดเพิ่มเติม รองรับผลผลิตอีกกว่า 69 ล้านลูกที่จะออกสู่ตลาดในเดือน ก.ค.-ส.ค.
- ขอความร่วมมือผู้นำเข้าและโรงงานแปรรูปให้ชะลอการนำเข้ามะพร้าวในช่วงที่ผลผลิตในประเทศออกสู่ตลาดมาก เพื่อให้ความสำคัญกับวัตถุดิบในประเทศก่อน
กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าพยุงราคามะพร้าวแกง หลังรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรแล้วกว่า 11 ล้านลูก สูงกว่าเป้าหมาย 10 ล้านลูก พร้อมเตรียมของบกลางรับซื้อนำตลาดเพิ่มเติม ควบคู่ขอความร่วมมือโรงงานชะลอนำเข้า รองรับผลผลิตอีกกว่า 69 ล้านลูกที่จะทยอยออกสู่ตลาดช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้
วันนี้ (14 กรกฎาคม 2569) นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่แหล่งปลูกมะพร้าว ได้แก่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และชุมพร ได้ประสานโรงงานและผู้ประกอบการเข้ารับซื้อมะพร้าวแกงจากเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยรับซื้อแล้วกว่า 11 ล้านลูก จากเป้าหมาย 10 ล้านลูก แยกเป็น จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 5.88 ล้านลูก จังหวัดนครศรีธรรมราช 0.724 ล้านลูก และจังหวัดสุราษฎร์ธานี ชุมพร รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ 5.36 ล้านลูก
ทั้งนี้ จากการติดตามข้อมูลในพื้นที่พบว่า ยังมีกลุ่มเกษตรกรบางส่วนที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่รับซื้อผ่านเครือข่ายล้งและกลุ่มเกษตรกรคู่ค้าเดิม ประกอบกับมีข้อจำกัดด้านมาตรฐานที่ผู้นำเข้ากำหนด เช่น GAP, Monkey-free Certificate และระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)
จ่อของบกลางพยุงราคา
โดยกรมการค้าภายในของบกลางเพื่อรับซื้อมะพร้าวแกงในราคานำตลาดเพิ่มเติม ควบคู่กับการสำรวจกลุ่มเกษตรกรที่ยังตกหล่น เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง และรองรับผลผลิตที่จะทยอยออกสู่ตลาดในช่วงนี้
ขณะเดียวกันการนำเข้า กรมการค้าต่างประเทศได้ขอความร่วมมือผู้นำเข้าและโรงงานผลิตกะทิให้งดการนำเข้ามะพร้าวในช่วงผลผลิตภายในประเทศออกสู่ตลาด ซึ่งโรงงานยืนยันว่าจะใช้มะพร้าวในประเทศเป็นวัตถุดิบหลัก
โดยจากการสำรวจโรงงานแปรรูปมะพร้าว 9 ราย พบว่า ใช้มะพร้าวในประเทศเป็นวัตถุดิบร้อยละ 80 และนำเข้าเพียงร้อยละ 20 ขณะที่การนำเข้ามะพร้าวในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-พฤษภาคม) มีปริมาณ 79,388 ตัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 190,734 ตัน หรือลดลงกว่าร้อยละ 60
ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศยังสามารถติดตามการนำเข้าของโรงงานได้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากโรงงานต้องขอหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิชำระภาษีนอกโควตา WTO (ร.4)
ปัจจุบัน สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร คาดการณ์ผลผลิตมะพร้าวแกงปี 2569 อยู่ที่ 608 ล้านลูก เพิ่มขึ้น 2.4% จากปีก่อน โดยผลผลิตเริ่มออกมากตั้งแต่เดือนมิถุนายน และคาดว่าจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดอีกประมาณ 69 ล้านลูกในช่วงปัจจุบันถึงเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งโรงงานและล้งอาจรองรับได้ไม่ทั้งหมด
ด้านนางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากรมการค้าต่างประเทศ ได้ติดตามและเข้มงวดการนำเข้ามะพร้าวผลแก่มาโดยตลอด โดยการนำเข้ากรอบ WTO ในโควตา และ AFTA ซึ่งผู้นำเข้าจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีต้องปฏิบัติตามมาตรการที่เข้มงวด
โดยปัจจุบันไม่มีผู้นำเข้ามะพร้าวผลแก่โดยใช้สิทธิทั้ง 2 กรอบความตกลงดังกล่าว และการนำเข้าทุกกรอบความตกลงกำหนดให้นำเข้าได้เพียง 2 ด่าน (ด่านสำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพฯ และแหลมฉบัง)
ขอความร่วมมือชะลอนำเข้ามะพร้าว
ทั้งนี้ สำหรับกรอบ WTO นอกโควตา ซึ่งผู้นำเข้าใช้สิทธินำเข้าในปัจจุบัน (ภาษีร้อยละ 54) กรมฯ ได้มีการกำหนดมาตรการเพิ่มเติมโดยขอความร่วมมือผู้นำเข้าให้ชะลอการนำเข้าในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดมาก พร้อมทั้งขอให้ช่วยรับซื้อผลผลิตมะพร้าวจากเกษตรกรในประเทศเป็นอันดับแรก และตั้งแต่ 1 มกราคม 2566 เป็นต้นมา ได้ขอความร่วมมือผู้นำเข้าให้ชี้แจงเหตุผลความจำเป็นการนำเข้าให้ กรมฯ ทราบก่อนขอหนังสือรับรองประกอบการนำเข้า





