thansettakij
thansettakij
อิเล็กทรอนิกส์ห่วง ‘น้ำท่วม’ฉุดการผลิต ลุ้นสถาการณ์คลี่คลาย คงเป้าส่งออกโต 55%

อิเล็กทรอนิกส์ห่วงน้ำท่วมฉุดการผลิต ลุ้นสถานการณ์คลี่คลาย คงเป้าส่งออกโต 55%

09 ต.ค. 69 | 03:31 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ต.ค. 69 | 03:31 น.

อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยห่วงน้ำท่วมกระทบกำลังผลิต หลังพนักงานเดินทางไม่ได้-ขนส่งสินค้าสะดุด แม้ออร์เดอร์รับกระแส AI Boom เต็มกำลังผลิตล่วงหน้า 2-3 ปี ด้าน ยังคงเป้าส่งออกปี 2569 โต 45-55% ลุ้นสถานการณ์คลี่คลายหลังเดือนตุลาคม

KEY

POINTS

  • ผลกระทบจากน้ำท่วมเปลี่ยนจากความเสี่ยงโรงงานจมน้ำโดยตรง เป็นปัญหาพนักงานไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้ ซึ่งกระทบต่อกำลังการผลิต
  • โรงงานส่วนใหญ่เดินสายการผลิตเต็ม 100% เพื่อรองรับกระแส AI Boom ทำให้เมื่อพนักงานขาดงานจะไม่สามารถหาเวลาผลิตชดเชยได้
  • แม้มีความกังวลเรื่องการผลิต แต่ภาคอุตสาหกรรมยังคงเป้าหมายการส่งออกทั้งปีให้เติบโตที่ 45-55% ตามเดิม เนื่องจากคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่ง

ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยยังเดินหน้าผลิตรับกระแส AI Boom ที่คำสั่งซื้อจากต่างประเทศมีเต็มกำลังผลิต ขณะที่ความเสี่ยงรอบนี้เปลี่ยนจากโรงงานจมน้ำ เหมือนปี 2554 สู่โจทย์ใหม่จากพนักงานเดินทางไม่ได้ ซัพพลายเชนสะดุด และมีข้อจำกัดด้านวัตถุดิบ

ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฎ นายกสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ ให้สัมภาษณ์กับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า สถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตัวโรงงานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในภาพรวมอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากหลังเกิดมหาอุทกภัยปี 2554 ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ได้ร่วมกันจัดตั้งทีมบริหารความเสี่ยงและระบบประเมินสถานการณ์ที่เข้มแข็งขึ้น โดยการประเมินล่าสุด โรงงานส่วนใหญ่ยังอยู่ในสถานะ “สีเขียว” หมายถึงความเสี่ยงที่น้ำจะทะลักเข้าสู่โรงงานจนต้องหยุดการผลิตยังอยู่ในระดับต่ำ

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงครั้งนี้แตกต่างจากปี 2554 อย่างชัดเจน โดยในมหาอุทกภัยครั้งนั้น น้ำสามารถทะลักเข้าโรงงานในบางพื้นที่สูงถึงประมาณ 2 เมตร แต่สถานการณ์ปัจจุบันโครงสร้างนิคมอุตสาหกรรมและโรงงานยังมีความปลอดภัย จึงไม่ได้เป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างเหมือนในอดีต แต่เปลี่ยนเป็นความเสี่ยงจากบุคลากรและชุมชนโดยรอบ โดยเฉพาะกรณีพนักงานได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมบ้านเรือนและไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้ตามปกติ

อิเล็กทรอนิกส์ห่วงน้ำท่วมฉุดการผลิต ลุ้นสถานการณ์คลี่คลาย คงเป้าส่งออกโต 55%

พนักงานหยุด ไม่มีกำลังผลิตสำรอง

ดร.สัมพันธ์ กล่าวอีกว่า ภาคอุตสาหกรรมได้วางหลักร่วมกันอย่างชัดเจนว่า ความปลอดภัยของพนักงานต้องมาก่อน เรื่องเศรษฐกิจมาทีหลัง ดังนั้น เมื่อพนักงานได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ผู้ประกอบการจะไม่กดดันให้พนักงานต้องเดินทางมาทำงาน แต่ผลที่ตามมาคือกำลังการผลิตในวันนั้นอาจสูญเสียไปทันที และไม่สามารถนำกำลังการผลิตดังกล่าวกลับมาผลิตชดเชยในภายหลังได้ เนื่องจากโรงงานส่วนใหญ่มีแผนการผลิตเต็ม 100% เพื่อรองรับความต้องการจาก AI Boom อยู่แล้ว ขณะที่แทบไม่เหลือกำลังการผลิตสำรอง หรือ Capacity Gap เลย

ภาคเอกชนจึงเร่งดูแลพนักงานผ่านสวัสดิการและมาตรการช่วยเหลือพิเศษ รวมถึงการจัดรถรับส่งในเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยให้การผลิตเดินหน้าต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่เริ่มมีความกังวลเรื่องการเดินทางของแรงงาน

 

ออร์เดอร์เต็ม 3 ปี กังวล 2 ปัจจัยทำสะดุด

สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยยังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างร้อนแรง โดยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์มีมูลค่าประมาณ 2.27 ล้านล้านบาท ขยายตัวถึง 50% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในจำนวนนี้กลุ่มคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ รวมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ มีมูลค่าประมาณ 1.20 ล้านล้านบาท ตลาดหลัก ได้แก่ สหรัฐฯ จีน สิงคโปร์ ฮ่องกง และมาเลเซีย

ดร.สัมพันธ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ประเมินไว้ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ว่าการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ไทยจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 30% แต่ตัวเลข 8 เดือนแรกปีนี้กลับขยายตัวถึง 50% และคาดว่าในช่วง 4 เดือนที่เหลือของปีจะยังรักษาระดับการเติบโตไว้ในช่วง 45-55% ส่งผลให้ภาพรวมทั้งปีมีโอกาสเติบโตในกรอบดังกล่าว โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจาก AI Boom ทั่วโลก

ปัจจุบันผู้ประกอบการอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ในไทยหลายรายยืนยันตรงกันว่าผลิตสินค้าไม่ทันขายโดยคำสั่งซื้อและแผนการผลิตในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าถูกจองเต็มแล้ว และบางบริษัทมีคำสั่งซื้อจองล่วงหน้าถึง 5 ปี ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่อยู่ในซัพพลายเชนของ AI Boom ได้รับประโยชน์อย่างมาก แต่ในอีกด้านหนึ่ง การเร่งขยายกำลังการผลิตยังติดข้อจำกัดทั้งด้านวัตถุดิบต้นน้ำ โดยเฉพาะแร่หายาก (Rare Earth) ที่ต้องพึ่งพาการนำเข้า และเครื่องจักรเฉพาะทางที่ต้องสั่งผลิตใหม่ มีระยะเวลการรอคอย (Lead Time) นานเป็นปี ทำให้ไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ทันกับความต้องการของตลาด

เปิดโรงงานใหม่-จ้างงานเพิ่ม เจอ 2 คอขวด

ดร.สัมพันธ์ กล่าวว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมครั้งนี้ส่งผลดีต่อทั้งการลงทุนและการจ้างงาน โดยรายได้ของพนักงานไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามผลประกอบการของบริษัท ขณะเดียวกันมีนักลงทุนรายใหม่เข้ามาในไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตแผงวงจรพิมพ์ ขณะที่ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่เตรียมเปิดโรงงานแห่งใหม่ และผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่มีแผนระยะ 3 ปีในการเพิ่มโรงงานขึ้นอีกเท่าตัว ซึ่งจะทำให้การจ้างงานเพิ่มขึ้นสู่ระดับหลักหมื่นคน

“อย่างไรก็ดีการขยายตัวดังกล่าวยังติดขัดในข้อจำกัดสำคัญ 2 ด้าน ได้แก่ วัตถุดิบต้นน้ำ โดยเฉพาะแร่หายาก ที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ และเครื่องจักรเฉพาะทางที่ไม่สามารถหาซื้อเป็นสินค้าสำเร็จรูปได้ ต้องสั่งผลิตใหม่และใช้เวลา Lead Time นานเป็นปี” ดร.สัมพันธ์ กล่าวย้ำ

นอกจากนี้ ในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมาเกิดความล่าช้าในการตรวจเคลียร์สินค้าเข้า-ออกบริเวณคลังสินค้าแอร์คาร์โก้ สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งกระทบต่อการขนส่งสินค้าและเพิ่ม Lead Time ทั้งการผลิตและการจัดส่งให้ลูกค้าต่างประเทศ ประเด็นนี้จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องเร่งแก้ไข เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับความเชื่อมั่นของประเทศ

“ทุกโรงงานวางแผนการผลิตเต็ม 100% เพื่อรองรับ AI อยู่แล้ว หากพนักงานขาดหาย กำลังผลิตที่เสียไปไม่สามารถนำกลับมาผลิตชดเชยได้”

น้ำท่วมปราจีนฯกระทบเดินทางพนักงาน

สำหรับพื้นที่ตั้งโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล อยุธยา ปทุมธานี พื้นที่ EEC ทั้งระยองและชลบุรี รวมถึงปราจีนบุรี โดยขณะนี้พื้นที่ที่เริ่มมีความกังวลคือปราจีนบุรีในประเด็นการเดินทางของพนักงาน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีสัญญาณจากสมาชิกว่าสภาพอากาศแปรปรวนและสถานการณ์น้ำท่วมจะทำให้นักลงทุนต่างชาติเปลี่ยนทิศทางการลงทุนจากไทยไปยังเวียดนาม อินโดนีเซีย หรือมาเลเซีย

ดร.สัมพันธ์ ประเมินว่า สัดส่วนแรงงานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้ยังไม่สูง เมื่อเทียบกับแรงงานในอุตสาหกรรมทั้งหมดประมาณ 1 ล้านคน แม้บางบริษัทในพื้นที่น้ำท่วมรุนแรงจะได้รับผลกระทบมากกว่าพื้นที่อื่น ขณะที่เป้าหมายการส่งออกไตรมาส 4 ยังไม่มีสมาชิกส่งสัญญาณปรับลดประมาณการ โดยภาคเอกชนยังคงเป้าหมายการเติบโตของการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ในปี 2569 ในภาพรวมไว้ที่ 45-55% ตามเดิม โดยคาดว่าหากผ่านพ้นเดือนตุลาคมไป สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปลอดภัยมากขึ้น