thansettakij
thansettakij
ส่งออกไทย ก.ค. โต 21.6% อิเล็กทรอนิกส์-AI หนุน ครึ่งปีหลังจับตาภาษีสหรัฐ

ส่งออกไทย ก.ค. โต 21.6% อิเล็กทรอนิกส์-AI หนุน ครึ่งปีหลังจับตาภาษีสหรัฐ

27 ส.ค. 69 | 04:19 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ส.ค. 69 | 04:28 น.

ส่งออกไทยเดือน ก.ค. 2569 โต 21.6% แตะ 34,789 ล้านดอลลาร์ อานิสงส์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์-เทคโนโลยี AI ดันยอด 7 เดือนโต 18.2% ขณะที่พาณิชย์จับตาฮอร์มุซ-ภาษีสหรัฐ กดดันการส่งออกช่วงที่เหลือของปี

KEY

POINTS

  • มูลค่าการส่งออกของไทยในเดือนกรกฎาคมขยายตัว 21.6% ซึ่งเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25
  • การเติบโตมีปัจจัยหนุนสำคัญจากสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI
  • ปัจจัยเสี่ยงในช่วงครึ่งปีหลังที่ต้องจับตาคือแนวโน้มมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ และความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) แถลง การส่งออกของไทยในเดือนกรกฎาคม 2569 มีมูลค่า 34,789.1 ล้านดอลลาร์ หรือ 1,128,984 ล้านบาท ขยายตัว 21.6% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25 ที่ หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัว 23.3% 

ทั้งนี้ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาคการส่งออก ขณะเดียวกัน สินค้าเกษตรกลับมาขยายตัว โดยเฉพาะข้าว สินค้าประมง และผักสด ประกอบกับสินค้ายางพาราและสินค้าปศุสัตว์ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนต่อการส่งออก

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งสถานการณ์ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนด้านพลังงานผันผวนและปรับตัวสูงขึ้น และแนวโน้มการออกมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะมีความเจาะจงเป็นรายประเทศและรายสินค้ามากขึ้นในระยะต่อไป 

สำหรับการส่งออก 7 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัว 18.2% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัว 18.5% 

ส่งออก 7 เดือน โต 18.2%

ทั้งนี้ มูลค่าการค้า เดือนกรกฎาคม 2569 การส่งออก มีมูลค่า 34,789.1 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 21.6% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 38,399.6 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 36.7% ดุลการค้า ขาดดุล 3,610.5 ล้านดอลลาร์ 

ขณะที่ภาพรวมการส่งออก 7 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 231,531.0 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 18.2% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 266,885.5 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 37.8% ดุลการค้า ขาดดุล 35,354.5 ล้านดอลลาร์

ส่องสินค้ากลุ่มเกษตร-อุตสาหกรรม

สำหรับมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 1.1% หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน โดยสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 3.3% ในขณะที่สินค้าเกษตร ขยายตัว 0.6% กลับมาขยายตัวในรอบ 3 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ยางพารา ขยายตัว 33.8% 

ข้าว ขยายตัว 5.3% อาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัว 17.4% อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ขยายตัว 2.9% ไก่แปรรูป ขยายตัว 7.5% กุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง ขยายตัว 24.7% 

ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง หดตัว 4.6% หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ หดตัว 10.1% น้ำตาลทราย หดตัว 34% ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ หดตัว 11.8% ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง หดตัว 24.8% หดตัว ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 2.9%

ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 24.2% ขยายตัวต่อเนื่อง 28 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ขยายตัว 63.2% เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 160.3% แผงวงจรไฟฟ้า ขยายตัว 35.2% เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ขยายตัว 21.7% หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ ขยายตัว 47.5% ทองแดงและของที่ทำด้วยทองแดง ขยายตัว 41.7% เครื่องวีดีโอ เครื่องเสียง อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 754.1

ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) หดตัว 5.9% เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ หดตัว 4.9 รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ หดตัว 6.3% ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 22%

จับตาแนวโน้มการส่งออกครึ่งปี 69

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มการส่งออกช่วงที่เหลือของปี 2569 คาดว่าจะยังคงขยายตัวได้ดี จากความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ และผลสรุปมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่มีต่อไทย ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่คาดว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกในระยะข้างหน้า 

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกในหลายด้าน อาทิ ส่งเสริมการนำสินค้าผลไม้เข้าจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำของญี่ปุ่น หารือกับนายกรัฐมนตรีของจีนเพื่อเจรจาขยายตลาดสินค้าพรีเมียมและสินค้าเกษตรนวัตกรรมของไทย รวมทั้งผลักดันการขึ้นทะเบียน GI ของไทยในจีนภายในปีนี้ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ มะขามหวานเพชรบูรณ์ และส้มโอทับทิมสยามปากพนัง นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์กำลังเร่งเจรจาเพื่อสรุปผลความตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) กับสหรัฐฯ ให้เร็วที่สุด เพื่อลดความไม่แน่นอนที่อาจกระทบต่อผู้ส่งออก