
น้ำมัน-อาหารสด ดันเงินเฟ้อเดือน ก.ย. พุ่ง 2.82% หั่นกรอบทั้งปีเหลือ 1.8-2.2%
สนค.เผยเงินเฟ้อเดือน ก.ย. 2569 เพิ่ม 2.82% จากราคาพลังงาน-อาหารสดขยับสูงขึ้น พร้อมปรับกรอบเงินเฟ้อทั้งปีเหลือ 1.8-2.2% เหตุราคาพลังงานยังสูงจากภูมิรัฐศาสตร์ ชี้น้ำท่วมกระทบเงินเฟ้อเพียง 0.1%
KEY
POINTS
- เงินเฟ้อเดือนกันยายน 2569 สูงขึ้น 2.82% โดยมีปัจจัยหลักจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ในระดับสูง และราคาอาหารสดที่ปรับตัวสูงขึ้น เช่น ไข่ไก่ ไก่สด และผักสด
- สินค้าในหมวดพลังงานเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อ คิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ของการปรับขึ้นทั้งหมด
- กระทรวงพาณิชย์ได้ปรับกรอบคาดการณ์เงินเฟ้อทั้งปี 2569 เป็น 1.8% – 2.2% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 1.5% – 2.5%
6 ตุลาคม 2569 นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยดัชนีเศรษฐกิจการค้าเดือนกันยายน 2569 ดัชนีราคาผู้บริโภค เท่ากับ 102.93 สูงขึ้น 2.82% โดยมีปัจจัยสำคัญจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ยังคงทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อนหน้า
ทั้งนี้ จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีความยึดเยื้อ ขณะเดียวกัน ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นในหลายด้าน ประกอบกับการปรับตัวสูงขึ้นของราคาอาหารสด อาทิ ไข่ไก่ ไก่สด ผักสด
สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนกรกฎาคม 2569 เทียบกับเดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้น 0.25% ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเฉลี่ย 9 เดือน (มกราคม - กันยายน) ของปี 2569 เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 สูงขึ้น 1.54%
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อของไทยเมื่อเทียบจาก 139 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก ไทยอยู่อันดับที่ 39 และเป็นอันดับที่ 5 ในกลุ่มประเทศอาเซียน (สูงกว่าบรูไน, มาเลเซีย, สิงคโปร์ แต่ต่ำกว่าอินโดนีเซีย, กัมพูชา, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์ และ สปป.ลาว)
นอกจากนี้ ได้มีการจำแนกหมวดสินค้าดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปดังนี้ หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ปรับสูงขึ้น 0.18% โดยสินค้าที่ราคาปรับสูงขึ้น ได้แก่ ข้าวสารเจ้า, ไข่ไก่, ไก่สด และเนื้อสุกร ขณะที่สินค้าที่ราคาปรับลดลง ได้แก่ แตงกวา, มะละกอดิบ, ผักคะน้า และซอสหอยนางรม
หมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ปรับสูงขึ้น 0.3% เป็นผลมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง, ค่าเช่าบ้าน และค่าทัศนาจรต่างประเทศ ส่วนสินค้าที่ราคาลดลง ได้แก่ ค่ากระแสไฟฟ้า, ค่าบริการล้างแอร์, ผลิตภัณฑ์ซักผ้า และน้ำยาปรับผ้านุ่ม
ทั้งนี้ จากการสำรวจรายการสินค้าและบริการที่นำมาคำนวณดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป ทั้งหมด 464 รายการ พบว่ามีสินค้าปรับราคาสูงขึ้น 190 รายการ, ไม่เปลี่ยนแปลง 136 รายการ และปรับลดลง 138 รายการ ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 9 เดือนแรก (มกราคม – กันยายน 2569) สูงขึ้น 1.54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งหักหมวดอาหารสดและพลังงานออก อยู่ที่ระดับ 102.98 ในเดือนกันยายน ปรับตัวสูงขึ้น 1.5% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน และสูงขึ้น 0.01% เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม 2569 โดยมีเฉลี่ย 9 เดือนแรกสูงขึ้น 1.01%
ปรับกรอบเงินเฟ้อทั้งปี 1.8–2.2%
นายนันทพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สนค. ได้ทำการปรับกรอบประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 จากเดิม 1.5% – 2.5% เป็น 1.8% – 2.2% (โดยมีค่ากลางคงเดิมที่ประมาณ 2.0%) เนื่องมาจากราคาพลังงานที่ยังคงทรงตัวในระดับสูงจากปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งหมวดพลังงานถือเป็นปัจจัยหลักที่สมทบ (Contribution) ในอัตราเงินเฟ้อถึง 1.85 หรือคิดเป็นกว่า 60%
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหนุนเงินเฟ้อช่วงที่เหลือของปี ทั้งเรื่องความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์กดดันราคาน้ำมันเชื้อเพลิง การส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาอาหารสดและอาหารสำเร็จรูป ผลกระทบโดยตรงจากค่าเดินทาง รวมถึงสภาพอากาศที่ส่งผลต่อผลผลิตเกษตร และความต้องการผักสดในช่วงเทศกาลกินเจ ขณะที่ปัจจัยกดดันให้เงินเฟ้อลดลงได้แก่ ค่ากระแสไฟฟ้า และกลุ่มสินค้าของใช้ส่วนบุคคลที่มีแนวโน้มลดลง
น้ำท่วมกระทบเงินเฟ้อ 0.1%
นายนันทพงษ์ ระบุว่า ได้วิเคราะห์ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมต่ออัตราเงินเฟ้อ โดยเปรียบเทียบกับมหาอุทกภัยปี 2554 พบว่า ในช่วงที่เกิดน้ำท่วม เงินเฟ้อไม่ได้ปรับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่หลังน้ำท่วมเงินเฟ้อกลับปรับตัวลดลง เนื่องจากครัวเรือนต้องนำเงินไปซ่อมแซมบ้านเรือนและรายได้ที่สูญหาย ส่งผลให้การใช้จ่ายจริงของครัวเรือนลดลงถึง 29.7% ซึ่งกลายมาเป็นตัวกดดันเงินเฟ้อในระยะถัดมา
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบัน สนค. ประเมินว่าจะส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อภาพรวมค่อนข้างน้อย โดยดันเงินเฟ้อขึ้นเพียง 0.1% เท่านั้น โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ ผักสด (ผักใบอ่อนและพืชอายุสั้น) ในพื้นที่เพาะปลูกหลักภาคกลางและภาคตะวันตก เช่น ปทุมธานี, นนทบุรี, ลพบุรี, อยุธยา, กาญจนบุรี, ราชบุรี, นครราชสีมา






