thansettakij
thansettakij
เศรษฐกิจภูมิภาค ส.ค. เงินเฟ้อพุ่ง 2.53% อีสานเด่น-ใต้ค่าครองชีพสูง

เศรษฐกิจภูมิภาค ส.ค. เงินเฟ้อพุ่ง 2.53% อีสานเด่น-ใต้ค่าครองชีพสูง

สนค.เผยเศรษฐกิจการค้าภูมิภาคเดือนสิงหาคม 2569 ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง เงินเฟ้อเพิ่ม 2.53% ทุกภูมิภาค อีสานเด่นทั้งตั้งธุรกิจ-ยอดขาย-ท่องเที่ยว ด้านภาคใต้เงินเฟ้อสูง 2.85% และรายได้ท่องเที่ยวหดตัว

KEY

POINTS

  • เงินเฟ้อเดือนสิงหาคม 2569 ขยายตัว 2.53% โดยภาคใต้มีอัตราเงินเฟ้อสูงสุดที่ 2.85% สะท้อนค่าครองชีพที่สูงขึ้นซึ่งมีสาเหตุหลักจากราคาอาหาร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) มีความโดดเด่นทางเศรษฐกิจ โดยเป็นภูมิภาคเดียวที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ในเกณฑ์เชื่อมั่น และมีการจดทะเบียนธุรกิจใหม่ขยายตัวสูงสุด
  • ภาพรวมเศรษฐกิจภูมิภาคฟื้นตัวไม่พร้อมกัน แม้ภาคเหนือมีรายได้จากการท่องเที่ยวเติบโตสูงสุด แต่ภาคใต้และกรุงเทพฯ การจดทะเบียนธุรกิจใหม่และรายได้ท่องเที่ยวกลับหดตัว

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าภูมิภาค ประจำเดือนสิงหาคม 2569 พบว่า เศรษฐกิจไทยในระดับภูมิภาคยังมีความแตกต่างกัน โดยแรงกดดันสำคัญมาจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ขณะที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังอยู่ในระดับไม่เชื่อมั่น แม้กิจกรรมทางเศรษฐกิจบางด้าน โดยเฉพาะการจัดตั้งธุรกิจและภาคท่องเที่ยวในบางพื้นที่ยังขยายตัวได้ดี

ทั้งนี้ ข้อมูลของ สนค. ระบุว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้น 2.53% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และขยายตัวในทุกภูมิภาค โดยภาคใต้มีอัตราเงินเฟ้อสูงสุด 2.85% รองลงมาคือภาคกลาง 2.81% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2.43% กรุงเทพฯ และปริมณฑล 2.38% และภาคเหนือ 2.21% สะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่กระจายตัวทั่วประเทศ

ปัจจัยสำคัญมาจากราคาสินค้าในหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้น 2.99% สูงกว่าหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มซึ่งเพิ่มขึ้น 2.23% โดยสินค้าเกษตรที่ราคาปรับขึ้นชัดเจน ได้แก่ ผักสดเพิ่ม 7.42% และไข่และผลิตภัณฑ์นมเพิ่ม 5.16% 

ขณะที่ สนค.ประเมินว่าผักสด ผลไม้สด ไข่ไก่ และไก่สด ยังมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นและผลกระทบต่ออุปทานจากสภาพอากาศ

นอกจากนี้ สถานการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางราคาอาหารในตลาดโลก โดย สนค.ระบุว่า FAO รายงานดัชนีราคาอาหารเดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้น 2.5% จากปีก่อน ขณะที่ดัชนีราคาน้ำมันพืชอยู่ที่ 196.9 จุด สูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2565 ท่ามกลางผลกระทบจากสภาพอากาศร้อนและแห้งแล้ง รวมถึงเอลนีโญที่กระทบผลผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Heatflation หรือเงินเฟ้อจากความร้อน

ด้านความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนสิงหาคมอยู่ที่ระดับ 49.5 ลดลงจากเดือนก่อน และยังอยู่ในช่วงไม่เชื่อมั่น โดยมีเพียงภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่อยู่ในช่วงเชื่อมั่นที่ระดับ 52.0 ขณะที่ภาคกลางอยู่ที่ 47.3 กรุงเทพฯ และปริมณฑล 49.2 ภาคเหนือ 49.4 และภาคใต้ 49.9

อีสานโดดเด่น ตั้งธุรกิจโต 36.3%

ขณะเดียวกันด้านการจัดตั้งธุรกิจ พบว่าเดือนสิงหาคม มีนิติบุคคลจดทะเบียนจัดตั้งทั่วประเทศ 7,913 ราย เพิ่มขึ้น 3.6% จากปีก่อน โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือขยายตัวสูงสุดถึง 36.3% มีจำนวน 1,037 ราย รองลงมาคือภาคเหนือเพิ่มขึ้น 28.4% และภาคกลางเพิ่มขึ้น 1.0% ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลลดลง 3.7% และภาคใต้ลดลง 11.5%

อย่างไรก็ตาม การจดทะเบียนเลิกกิจการยังเพิ่มขึ้น โดยทั่วประเทศมีจำนวน 2,244 ราย เพิ่มขึ้น 35.2% และเพิ่มขึ้นทุกภูมิภาค โดยภาคกลางมีอัตราเพิ่มขึ้นสูงสุด 69.1% ตามด้วยภาคใต้ 27.9% กรุงเทพฯ และปริมณฑล 25.6% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 24.1% และภาคเหนือ 35.1%

สำหรับยอดขายของสถานประกอบการ ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุดเดือนมิถุนายน 2569 ภาพรวมประเทศหดตัว 0.2% แต่ภาคกลางขยายตัวโดดเด่น 17.1% ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือขยายตัว 3.1% ภาคใต้ 1.2% ภาคเหนือ 1.1% ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑลหดตัว 5.0%

ท่องเที่ยวฟื้นต่างกัน ภาคเหนือโตแรง

ด้านรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนเดือนกรกฎาคม 2569 ทั่วประเทศอยู่ที่ 235,166 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยภาคเหนือขยายตัวสูงสุด 14.8% มีรายได้ 17,985 ล้านบาท ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือขยายตัว 5.2% และมีรายได้ 10,440 ล้านบาท

ส่วนภาคกลางมีรายได้จากผู้เยี่ยมเยือน 51,483 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีรายได้ 73,438 ล้านบาท ลดลง 0.1% และภาคใต้มีรายได้สูงถึง 81,820 ล้านบาท แต่ลดลง 0.4% สะท้อนการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวที่ยังแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่

ขณะที่รายได้เกษตรกรเดือนมิถุนายน 2569 ขยายตัว 5.6% ในภาพรวม แต่ยังมีความแตกต่างสูงระหว่างภูมิภาค โดยภาคใต้ขยายตัว 4.5% ซึ่งสูงที่สุด ขณะที่ภาคกลางลดลง 5.1% ภาคตะวันออกลดลง 3.6% ภาคตะวันตกลดลง 9.3% ภาคเหนือลดลง 4.8% และภาคตะวันออกเฉียงเหนือลดลง 2.8%

พาณิชย์เร่งดูแลค่าครองชีพ-เกษตรกร

ท่ามกลางแรงกดดันด้านราคา กระทรวงพาณิชย์ยังเดินหน้ามาตรการดูแลค่าครองชีพ โดยกรมการค้าภายในติดตามสถานการณ์สินค้าอุปโภคบริโภคและกำกับดูแลสินค้าและบริการควบคุม 66 รายการ เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับราคา ขณะที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจัดมหกรรม “ไทยช่วยไทย x Local Low Cost” ระหว่างวันที่ 1-15 สิงหาคม 2569 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชน

ส่วนภาคเกษตร กระทรวงพาณิชย์เร่งแก้ปัญหาสินค้าล้นตลาดและกระจายตลาด โดยเฉพาะลำไยในภาคเหนือ ซึ่งมีการติดตามสถานการณ์การผลิตและรับซื้อ พร้อมขยายตลาดลำไยอบแห้งไปยังอินเดีย เอเชียกลาง และตะวันออกกลาง เพื่อลดการพึ่งพาตลาดหลักและสร้างเสถียรภาพด้านราคา

ขณะที่ภาคใต้มีการเชื่อมโยงผลผลิตมะพร้าวจากเกษตรกรเข้าสู่โรงงานปลายทางจำนวน 500,000 ลูก ในราคารับซื้อประมาณ 8-10 บาทต่อลูก เพื่อช่วยระบายผลผลิตและสร้างรายได้ให้เกษตรกร

โดยภาพรวมข้อมูลเดือนสิงหาคมสะท้อนว่า เศรษฐกิจภูมิภาคยังอยู่ในภาวะ “ฟื้นไม่พร้อมกัน” แม้บางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ มีสัญญาณบวกจากการจัดตั้งธุรกิจและการท่องเที่ยว แต่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังต่ำ ประกอบกับต้นทุนค่าครองชีพและรายได้เกษตรกรที่อ่อนแอในหลายพื้นที่ ยังคงเป็นโจทย์สำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี