thansettakij
thansettakij
น้ำท่วม 29 จังหวัด เสี่ยงฉุดวัตถุดิบอาหาร ป่วนภาคผลิต-ส่งออกไทย Q4

น้ำท่วม 29 จังหวัด เสี่ยงฉุดวัตถุดิบอาหาร ป่วนภาคผลิต-ส่งออกไทย Q4

29 ก.ย. 69 | 12:15 น.
อัปเดตล่าสุด :29 ก.ย. 69 | 12:22 น.

“วิศิษฐ์” ชี้น้ำท่วมกระทบผลผลิตเกษตร-วัตถุดิบป้อนโรงงาน จับตาผักสด มันสำปะหลัง อ้อย สับปะรด และผลไม้ เสี่ยงขาดช่วง เข้า Q4 หวั่นผลิตไม่ทันคำสั่งซื้อปลายปี ดันเป้าส่งออกอาหารโต 3–5% ท้าทายขึ้น แม้ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอปรับประมาณการใหม่

KEY

POINTS

  • สถานการณ์น้ำท่วมใน 29 จังหวัดส่งผลกระทบโดยตรงต่อวัตถุดิบทางการเกษตร ทำให้ผลผลิตเสียหาย เก็บเกี่ยวล่าช้า และเกิดปัญหาการขนส่ง
  • ภาคการผลิตเสี่ยงเผชิญปัญหาวัตถุดิบขาดแคลน อาจต้องลดกำลังการผลิตและมีต้นทุนสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มพืชผักสดที่เสียหายง่าย
  • ผลกระทบอาจต่อเนื่องถึงไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของการส่งออก ทำให้เป้าหมายการเติบโตทั้งปีที่ 3-5% มีความท้าทายและทำได้ยากขึ้น

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า สถานการณ์น้ำท่วม ณ วันที่ 29 กันยายน 2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ระบุ ครอบคลุม 29 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร จำเป็นต้องติดตามผลกระทบต่อแหล่งวัตถุดิบทางการเกษตรอย่างใกล้ชิด โดยจำนวนจังหวัดที่ประสบภัยไม่ได้หมายความว่าพื้นที่เกษตรหรือผลผลิตทั้งหมดในจังหวัดนั้นได้รับความเสียหาย จึงต้องประเมินเป็นรายพื้นที่และรายชนิดพืช

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอาหารขณะนี้มีทั้งผลผลิตเสียหายโดยตรง จากการเก็บเกี่ยวล่าช้า รวมถึงการขนส่งวัตถุดิบออกจากแปลงหรือฟาร์มไม่ได้ตามกำหนด แม้บางพื้นที่ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว แต่ยังต้องติดตามการฟื้นตัวของพืชและคุณภาพผลผลิต โดยเฉพาะความเสียหายที่รากและผลผลิตที่ใกล้เก็บเกี่ยว ซึ่งบางกรณีอาจเห็นความเสียหายชัดเจนภายหลังน้ำลด

จับตาวัตถุดิบเสี่ยงขาดช่วง

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า สำหรับภาคการผลิตยังไม่มีข่าวการปิดโรงงานเป็นวงกว้าง แต่อาจมีบางแห่งที่เผชิญปัญหาวัตถุดิบป้อนไม่เพียงพอ หากวัตถุดิบเข้าโรงงานไม่ต่อเนื่อง ปริมาณไม่เพียงพอ หรือคุณภาพไม่ผ่านเกณฑ์ ผู้ประกอบการอาจต้องปรับตารางการผลิต ลดการเดินเครื่องบางช่วง และมีต้นทุนจัดซื้อหรือขนส่งเพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนสินค้าสำหรับตลาดในประเทศและตลาดส่งออก

วิศิษฐ์  ลิ้มลือชา นายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป

กลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือพืชผักที่ต้องใช้ผลผลิตสดเข้าสู่ตลาดสด ค้าปลีก และโรงงาน เนื่องจากมีช่วงเวลาเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมจำกัด หากเก็บเกี่ยวหรือขนส่งล่าช้าอาจกระทบทั้งการจัดจำหน่ายและคุณภาพการแปรรูป โดยเฉพาะผักใบอ่อนที่เสียหายและเน่าเสียง่าย ส่วนข้าวแม้ทนน้ำขังได้ดีกว่าพืชผักหลายชนิด แต่หากจมน้ำมิดต้นเป็นเวลานาน หรือถูกน้ำท่วมในช่วงออกรวงและใกล้เก็บเกี่ยว ก็ยังมีความเสี่ยงได้รับความเสียหาย

ขณะที่พื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง อ้อย สับปะรด และสวนผลไม้ ต้องติดตามตามระยะการผลิตและระยะเวลาที่น้ำขัง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังควรถือเป็นกลุ่มวัตถุดิบที่มีความเสี่ยง ไม่สามารถสรุปได้ว่าทุกรายการเกิดภาวะขาดแคลนแล้วทั้งระบบ

เร่งกระจายแหล่งซื้อ-วางแผนผลิต

แนวทางรับมือในระยะนี้ ผู้ประกอบการควรเร่งประเมินปริมาณวัตถุดิบกับเกษตรกรและผู้รวบรวม พร้อมกระจายแหล่งจัดซื้อไปยังพื้นที่ที่ไม่ได้รับผลกระทบ ปรับแผนการเก็บเกี่ยวและการผลิตให้สอดคล้องกัน รวมถึงเตรียมเส้นทางขนส่งสำรอง และประสานกำหนดส่งมอบกับลูกค้าล่วงหน้า ทั้งนี้ ผลกระทบอาจไม่ได้จบลงทันทีเมื่อน้ำลด โดยเฉพาะแปลงที่ต้องปลูกใหม่ เพราะต้องใช้เวลาเตรียมพื้นที่และรอรอบการเพาะปลูกใหม่ จึงมีโอกาสทำให้วัตถุดิบขาดช่วงต่อเนื่องเข้าไปในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้ประกอบการต้องวางแผนล่วงหน้า

นายวิศิษฐ์ ประเมินว่า น้ำท่วมถือเป็นความเสี่ยงเพิ่มเติมที่ทำให้การฟื้นตัวในไตรมาส 4 และการบรรลุเป้าหมายส่งออกอาหารทั้งปีที่เคยประเมินว่าจะเติบโต 3–5% ยากขึ้น เนื่องจากไตรมาสสุดท้ายเป็นช่วงสำคัญที่ผู้ประกอบการคาดหวังคำสั่งซื้อจากเทศกาลปลายปี ขณะที่กรอบเติบโต 3–5% เป็นการประเมินภายใต้สถานการณ์ที่เอื้ออำนวยและตลาดฟื้นตัวได้ดี

หากน้ำลดเร็ว ความเสียหายต่อแหล่งวัตถุดิบมีจำกัด และผู้ประกอบการสามารถจัดหาวัตถุดิบทดแทนพร้อมผลิตและส่งสินค้าได้ตามกำหนด การฟื้นตัวใน Q4 ยังมีโอกาสเกิดขึ้น แม้ต้นทุนและกำไรอาจได้รับผลกระทบ แต่หากน้ำท่วมยืดเยื้อ กระทบการปลูกรอบใหม่ หรือทำให้วัตถุดิบและการขนส่งสะดุดต่อเนื่อง ก็มีความเสี่ยงที่โรงงานจะผลิตไม่ทันคำสั่งซื้อและส่งมอบไม่ทันช่วงขายสินค้าปลายปี ส่งผลให้บางคำสั่งซื้ออาจเลื่อนออกไป หรือผู้ซื้อหันไปจัดหาจากแหล่งอื่น

ลุ้น Q4 ฟื้น แต่เป้าส่งออก 3–5% ท้าทาย

“ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลความเสียหายเพียงพอที่จะปรับประมาณการส่งออกเป็นตัวเลขใหม่ แต่โอกาสเติบโตถึงกรอบบนที่ 5% มีความท้าทายมากขึ้น” นายวิศิษฐ์กล่าว พร้อมระบุว่า แม้ Q4 จะกลับมาเติบโต ก็ไม่ได้หมายความว่าทั้งปีจะเติบโตถึง 3–5% โดยอัตโนมัติ เพราะยังต้องชดเชยผลการส่งออกในช่วงก่อนหน้า ดังนั้น การประเมินจากนี้ต้องติดตามทั้งปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ได้จริง คำสั่งซื้อ และยอดส่งมอบ

ด้านการขนส่งยังต้องติดตามตั้งแต่เส้นทางเข้าแปลงและฟาร์มไปยังโรงงาน ศูนย์กระจายสินค้า และท่าเรือ โดยเส้นทางหลักบางสายยังใช้งานได้ แต่บางสายอาจต้องอ้อมเส้นทาง ทำให้เกิดความล่าช้า เพิ่มต้นทุน และกระทบกำหนดส่งออก

น้ำท่วม 29 จังหวัด เสี่ยงฉุดวัตถุดิบอาหาร ป่วนภาคผลิต-ส่งออกไทย Q4

สำหรับตลาดในประเทศ ระบบค้าปลีกและค้าส่งยังดำเนินต่อเนื่อง จุดจำหน่ายส่วนใหญ่ยังเปิดบริการและเติมสินค้า แม้บางสาขาในพื้นที่น้ำท่วมจะมีข้อจำกัดด้านการเดินทางและขนส่ง จึงยังไม่ใช่ภาวะหยุดจำหน่ายอาหารเป็นวงกว้าง

ขณะเดียวกัน ความกังวลจากสถานการณ์น้ำท่วมทำให้ประชาชนบางส่วนซื้ออาหารสำรองเพิ่มขึ้น จนสินค้าบางรายการหมดจากชั้นวางชั่วคราวในบางจุด แต่ยังไม่ใช่ภาวะอาหารขาดแคลนทั่วประเทศ สิ่งสำคัญคือผู้ประกอบการต้องเร่งเติมสินค้าและสื่อสารสถานการณ์ให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนสำรองอาหารตามความจำเป็น และลดการกักตุนที่อาจซ้ำเติมปัญหาสินค้าขาดช่วง