thansettakij
thansettakij
มะพร้าวล้น-ราคาตก รัฐอัด 46.6 ล้านพยุง ชาวสวนจี้ทบทวน 10 บาท

มะพร้าวล้น-ราคาตก รัฐอัด 46.6 ล้านพยุง ชาวสวนจี้ทบทวน 10 บาท

มะพร้าวไทยเจอศึกสองเด้ง ผลผลิตออกกระจุกตัวจนล้นตลาด ขณะที่โรงงานแบกสต็อกไม่ไหว โกดังเต็ม-ต้นทุนพุ่ง “พาณิชย์” งัดงบ 46.6 ล้านบาทดูดซับมะพร้าวผลแก่-เนื้อมะพร้าวแห้ง ขณะที่ชาวสวนจี้รัฐทบทวนเพดาน 10 บาท เหตุราคาตก 8 บาท รัฐชดเชยได้เพียง 2 บาท

KEY

POINTS

  • รัฐบาลอนุมัติงบประมาณ 46.6 ล้านบาทในโครงการดูดซับผลผลิตมะพร้าวส่วนเกินเพื่อพยุงราคาที่ตกต่ำ
  • ชาวสวนเรียกร้องให้ทบทวนเพดานราคาช่วยเหลือที่ 10 บาทต่อผล เนื่องจากทำให้ไม่ได้รับเงินอุดหนุนเต็มจำนวนตามที่กำหนด
  • มาตรการช่วยเหลือมีปัญหาในทางปฏิบัติ เช่น เกณฑ์ประเมินผลผลิตไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง และกระทบความสัมพันธ์ทางการค้ากับผู้รับซื้อรายเดิม

จากปัญหาราคามะพร้าวในประเทศปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีผลผลิตส่วนเกินตกค้างในแหล่งผลิตเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน เดินหน้า “โครงการดูดซับมะพร้าวผลแก่ ปี 2569” เพื่อเร่งระบายผลผลิตส่วนเกิน ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคามะพร้าวลดลง ทั้งมะพร้าวผลแก่ และเนื้อมะพร้าวแห้ง โดยใช้งบคณะกรรมการบริหารกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร (คบท.) กว่า  46.6  ล้านบาท รับซื้อถึง 31 ตุลาคม 2569

โกดังเต็ม-เงินทุนจม

ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมมะพร้าว เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงโครงการดูดซับมะพร้าวผลแก่ ปี 2569 ว่า ภาคเอกชนให้ความร่วมมือนโยบายของกระทรวงพาณิชย์มาอย่างต่อเนื่อง โดยรับซื้อมะพร้าวจากเกษตรกรตามระดับราคาที่ภาครัฐกำหนด อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ไม่ได้อยู่ที่ความต้องการรับซื้อเพียงอย่างเดียว แต่เป็นข้อจำกัดด้านการจัดเก็บและการบริหารสต็อก

โรงงานและล้งพยายามรับซื้อเต็มกำลัง และหลายรายรับภาระเกินขีดความสามารถในการจัดเก็บและบริหารสต็อกแล้ว  วันนี้ไม่มีฝ่ายใดอยู่ในสถานการณ์ที่สบาย ทั้งเกษตรกร ล้ง และโรงงานต่างได้รับผลกระทบจากภาวะตลาด การแก้ปัญหาจึงต้องมองทั้งห่วงโซ่อุปทาน ไม่ใช่ผลักภาระให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยโจทย์สำคัญคือการบริหารจัดการผลผลิตตั้งแต่ต้นทาง การกระจายฤดูการผลิตไม่ให้ผลผลิตออกกระจุกตัว และการสร้างตลาดรองรับอย่างต่อเนื่อง”

ผ่าโครงการดูดซับมะพร้าวผลแก่ ปี 2569

เกษตรกรจี้รัฐปรับเกณฑ์การช่วยเหลือ

ขณะที่แหล่งข่าวจากชาวสวนมะพร้าวที่เข้าร่วมโครงการดูดซับมะพร้าวผลแก่ กล่าวว่า แม้ภาครัฐเปิดรับซื้อตามราคาตลาด พร้อมเงินอุดหนุนช่วยเหลือไม่เกิน 4 บาทต่อผล แต่กลับกำหนดเพดานราคารวมเงินช่วยเหลือไว้ไม่เกิน 10 บาทต่อผล ทำให้การช่วยเหลือไม่ได้เป็นการบวกเพิ่มเต็มจำนวนตามที่กำหนด ตัวอย่างเช่น หากราคาตลาดอยู่ที่ 8 บาทต่อผล รัฐจะอุดหนุนเพียง 2 บาท เพื่อให้ราคารวมแตะเพดาน 10 บาทต่อผล

ขณะเดียวกัน เกณฑ์ประเมินผลผลิตเพื่อรับสิทธิ์ช่วยเหลือที่กำหนดไว้ 1,152 ผลต่อ 10 ไร่ หรือเฉลี่ย 115 ผลต่อไร่ ก็ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ผลผลิตจริง โดยเฉพาะช่วงเดือนสิงหาคม–ตุลาคม ซึ่งเกษตรกรเรียกว่าเป็นช่วง “มะพร้าวขาดคอ” ผลผลิตในสวนมีน้อย ไม่สามารถเก็บได้เต็มตามตัวเลขประเมิน ทำให้มาตรการช่วยเหลืออาจไม่ตรงกับจังหวะที่เกิดปัญหาในพื้นที่

“ปัญหาโครงสร้างการค้าระหว่างเกษตรกรกับล้ง เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่มีล้งคู่ค้าประจำ หากล้งเดิมไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับรัฐ เกษตรกรไม่สามารถเปลี่ยนไปขายให้ล้งรายอื่นเป็นการชั่วคราวเพียง 1–2 เดือนได้ง่าย เพราะอาจกระทบความสัมพันธ์ทางการค้าและการรับซื้อในระยะยาว” แหล่งข่าว กล่าว

 

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,237 วันที่ 20 - 23 กันยายน พ.ศ. 2569