thansettakij
thansettakij
‘ฮอร์มุซ’ เดือดรอบใหม่ลามซาอุฯ ดันน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์ สะเทือนไทย

‘ฮอร์มุซ’ เดือดรอบใหม่ลามซาอุฯ ดันน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์ สะเทือนไทย

13 ก.ย. 69 | 06:36 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ก.ย. 69 | 06:37 น.

ความตึงเครียดตะวันออกกลางกลับมาเขย่าตลาดพลังงานโลกอีกครั้ง หลังมีรายงานเรือถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ซาอุดีอาระเบียสั่งปิดท่อส่งน้ำมันสายสำคัญ ดันราคาน้ำมัน Brent ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

KEY

POINTS

  • ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซปะทุขึ้นอีกครั้งหลังมีรายงานการโจมตีเรือ ประกอบกับซาอุดีอาระเบียระงับท่อส่งน้ำมัน East-West ทำให้เกิดความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมันโลกอย่างรุนแรง
  • สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลในตลาดพลังงาน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
  • ประเทศไทยซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อต้นทุนพลังงานและเศรษฐกิจในภาพรวม

ความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมันโลกกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังมีรายงานการโจมตีเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยังคงยืดเยื้อ ขณะที่สถานการณ์ในทะเลแดงและช่องแคบบับ เอล-มันเดบก็ทวีความตึงเครียด ส่งผลให้ตลาดกลับมากังวลว่าเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกอาจเผชิญความเสี่ยงพร้อมกันหลายจุด

Reuters รายงานว่า ศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร หรือ UKMTO ได้รับรายงานเหตุการณ์โจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของการขนส่งพลังงาน หลังจากซาอุดีอาระเบียเพิ่งระงับการดำเนินงานของท่อส่งน้ำมัน East-West ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่ช่วยลำเลียงน้ำมันออกจากพื้นที่อ่าวโดยไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ฮอร์มุซกลับมาเสี่ยง ตลาดผวาอุปทานน้ำมัน

ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นหนึ่งในเส้นทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของตลาดพลังงานโลก เนื่องจากเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันจากประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ในอ่าวเปอร์เซียออกสู่ตลาดโลก

ก่อนเกิดสงคราม มีน้ำมันประมาณ 20% ของปริมาณการใช้น้ำมันโลกที่ผ่านช่องแคบแห่งนี้ แต่สถานการณ์ความขัดแย้งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาได้ทำให้การเดินเรือและการส่งออกน้ำมันผ่านเส้นทางดังกล่าวหยุดชะงักอย่างหนัก

ล่าสุด การมีรายงานเรือถูกโจมตีเพิ่มเติมจึงสร้างแรงกดดันต่อตลาด เพราะสะท้อนว่าความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของเรือพาณิชย์ยังไม่คลี่คลาย แม้จะมีความพยายามทางการทูตเพื่อหาทางเปิดเส้นทางเดินเรืออีกครั้ง

Reuters ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบ Brent ขยับขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังตลาดประเมินความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลางอีกครั้ง โดยก่อนหน้านี้ราคาน้ำมันได้ปรับขึ้นอย่างรวดเร็วจากเหตุโจมตีเรือและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค

ซาอุฯ ปิดท่อ East-West เพิ่มแรงกดดัน

ปัจจัยที่ทำให้ตลาดน้ำมันวิตกมากขึ้น คือการที่ซาอุดีอาระเบียตัดสินใจปิดท่อส่งน้ำมัน East-West หลังโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวถูกโจมตีทางอากาศ

ท่อส่งสายนี้มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ซาอุดีอาระเบียสามารถส่งออกน้ำมันโดยหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ โดยในช่วงที่การเดินเรือผ่านฮอร์มุซมีปัญหา ท่อดังกล่าวเคยช่วยลำเลียงน้ำมันได้ประมาณ 4-5 ล้านบาร์เรลต่อวัน

การปิดท่อจึงมีความหมายมากกว่าความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานแห่งหนึ่ง เพราะทำให้ทางเลือกในการขนส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบียลดลงในช่วงเวลาที่ช่องแคบฮอร์มุซเองยังมีความเสี่ยงสูง

Reuters รายงานว่า ยังไม่มีฝ่ายใดออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีท่อส่งดังกล่าว ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ระบุว่า อิหร่านน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตี อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังไม่ใช่ข้อสรุปที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นอิสระ

“ฮอร์มุซ-บับ เอล-มันเดบ” เสี่ยงกระทบพลังงานสองทาง

ความน่ากังวลของตลาดไม่ได้จำกัดอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ เพราะสถานการณ์อีกด้านหนึ่งของภูมิภาคก็กำลังทวีความรุนแรงขึ้นเช่นกัน กลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในเยเมนสามารถรุกคืบเข้าใกล้พื้นที่ยุทธศาสตร์บริเวณช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการเดินเรือระหว่างทะเลแดงกับอ่าวเอเดน

Reuters รายงานว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเพิ่มความเสี่ยงต่อการขนส่งน้ำมันและสินค้าทางทะเล โดยเฉพาะเส้นทางที่เชื่อมโยงกับการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย

นั่นทำให้ตลาดต้องจับตา “สองคอขวด” พร้อมกัน คือฮอร์มุซทางฝั่งอ่าวเปอร์เซีย และบับ เอล-มันเดบทางฝั่งทะเลแดง หากสถานการณ์เลวร้ายลงพร้อมกัน ผลกระทบต่อทั้งพลังงานและการค้าระหว่างประเทศจะมีความรุนแรงมากขึ้น

น้ำมัน Brent ทะลุ 100 ดอลลาร์ ตลาดจับตารอบต่อไป

ราคาน้ำมันที่ขยับเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลสะท้อนว่าตลาดกำลังนำความเสี่ยงด้านอุปทานกลับมาเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดราคา

ก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมัน Brent ปิดตลาดวันที่ 11 กันยายนที่ 104.61 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ WTI อยู่ที่ 100.05 ดอลลาร์ หลังราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นมากกว่า 8% ในรอบสัปดาห์จากความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานในตะวันออกกลาง

นอกจากราคาน้ำมันดิบแล้ว ราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันก็ได้รับแรงกดดันตามไปด้วย โดย Reuters รายงานว่าราคาน้ำมันดีเซลในสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดใหม่ ท่ามกลางข้อจำกัดด้านการขนส่งน้ำมันจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางและปัจจัยด้านอุปทานจากภูมิภาคอื่น

จับตาเจรจาเปิดฮอร์มุซ ความหวังยังริบหรี่

แม้ยังมีความพยายามทางการทูตเพื่อหาทางคลี่คลายสถานการณ์ แต่ความไม่แน่นอนยังอยู่ในระดับสูง

Reuters รายงานว่า อิหร่านและโอมานมีความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับแนวทางในอนาคตของช่องแคบฮอร์มุซ แต่ยังไม่มีข้อตกลงที่จะนำไปสู่การเปิดช่องแคบอย่างทันที ขณะที่การประชุมระหว่างอิหร่านกับประเทศอ่าวอาหรับที่โอมานเป็นเจ้าภาพยังมีข้อจำกัดในการหาข้อยุติ

อิหร่านต้องการเงื่อนไขบางประการเกี่ยวกับการบริหารจัดการช่องแคบและการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือ ขณะที่ฝ่ายอื่นไม่เห็นด้วย ทำให้ตลาดยังไม่สามารถประเมินได้ว่าการเดินเรือผ่านฮอร์มุซจะกลับสู่ภาวะปกติได้เมื่อใด

โจทย์ใหญ่เศรษฐกิจโลก หากวิกฤตยืดเยื้อ

สำหรับตลาดโลก ประเด็นสำคัญจากสถานการณ์ล่าสุดจึงไม่ใช่เพียงราคาน้ำมันที่ทะลุ 100 ดอลลาร์ แต่คือคำถามว่า อุปทานน้ำมันจะได้รับผลกระทบต่อเนื่องนานเพียงใด

หากความเสี่ยงในฮอร์มุซและบับ เอล-มันเดบยังดำเนินต่อไป ต้นทุนการขนส่งพลังงานและสินค้าอาจเพิ่มขึ้นตาม ทั้งยังมีโอกาสส่งผ่านไปยังราคาน้ำมันสำเร็จรูป ค่าขนส่ง เงินเฟ้อ และต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจทั่วโลก

สำหรับประเทศไทยซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบโลกจึงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหากราคาน้ำมันยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นเวลานาน เพราะจะเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนพลังงานและเศรษฐกิจในวงกว้าง

สถานการณ์ล่าสุดจึงทำให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเป็นจุดเสี่ยงสำคัญของเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง และตลาดน้ำมันกำลังจับตาว่าเหตุโจมตีเรือครั้งล่าสุดจะเป็นเพียงเหตุการณ์เฉพาะจุด หรือจะกลายเป็นชนวนให้วิกฤตพลังงานตะวันออกกลางปะทุขึ้นรอบใหม่