thansettakij
thansettakij
เปิดโควตาข้าวโพด WTO ล็อตแรก 5.72 แสนตัน ‘ซีพี-เบทาโกร’ ครอง 55%

เปิดโควตาข้าวโพด WTO ล็อตแรก 5.72 แสนตัน ‘ซีพี-เบทาโกร’ ครอง 55%

เปิดโควตานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้ WTO ล็อตแรก 5.72 แสนตัน จัดสรร 28 บริษัท “ซีพี-เบทาโกร” ครองกว่า 55% ภาพรวมต้องแลกด้วยการรับซื้อข้าวโพดจากเกษตรกรรวม 1.71 ล้านตัน ส่วนหน้าลานราคาเหลือ 6.50-6.60 บาท เกษตรกรร้องขาดทุน สวนต้นทุนพุ่ง จี้รัฐดันราคา 7.50 บาท ก่อนผลผลิตทะลัก

KEY

POINTS

  • รัฐบาลเปิดโควตานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ล็อตแรกภายใต้กรอบ WTO ปริมาณรวม 5.72 แสนตัน
  • บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) และ บมจ.เบทาโกร เป็นผู้ได้รับการจัดสรรโควตาสูงสุด
  • ทั้งสองบริษัทได้รับโควตารวมกัน 317,856 ตัน หรือคิดเป็นสัดส่วน 55.5% ของโควตาทั้งหมด

ประเทศไทยต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ละกว่า 9 ล้านตันต่อปี แต่ผลผลิตยังคงอยู่ในระดับ 5 ล้านตัน จึงถือได้ว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ยังขาดแคลน โดยปกติสินค้าที่ขาดแคลนมักจะมีราคาอยู่ในระดับที่ดี ซึ่งในข้อเท็จจริงข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทยสูงกว่าราคาตลาดโลกมาโดยตลอด แต่เพราะโครงสร้างการผลิตของไทยทำให้ต้นทุนการผลิตข้าวโพดของเกษตรกรไทยสูง จึงเกิดข้อพิพาทว่าราคาข้าวโพดไทยตกต่ำหากเทียบกับกับต้นทุนเกษตรกรที่สูงและส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจปศุสัตว์ที่ต้องแบกรับภาระต่อเนื่อง

ข้าวโพดแพงทุบส่งออกไก่ 2 แสนล้าน

แหล่งข่าวจากโรงงานอาหารสัตว์  เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ปัจจุบันรัฐได้เปิดให้นำเข้าข้าวสาลีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้กรอบขององค์การการค้าโลก (WTO) ได้ แต่มีการกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศเพื่อแลกนำเข้าในอัตรา 3 ต่อ 1 ผลคือจำนวนนำเข้าได้ถูกจำกัดตามปริมาณข้าวโพดในประเทศ ทำให้ยังไม่สามารถทดแทนจำนวนที่ขาดได้เต็มจำนวน นอกจากนี้รัฐยังกำหนดช่วงระยะเวลาสะสมปริมาณทำให้ยากต่อการบริหารจัดการนำเข้าและไม่สามารถนำเข้าวัตถุดิบทดแทนในจังหวะที่เหมาะสมได้ ส่วนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้กรอบเขตการค้าเสรีอาเซียน(AFTA) ก็มีจำนวนจำกัด

ด้วยเหตุจากปริมาณผลผลิตของประเทศเพื่อนบ้านมีไม่มากพอที่จะสนองความต้องการของภาคปศุสัตว์โทยได้ และปริมาณการนำเข้าลดลงจากการที่ไทยออกมาตรการปลอดการเผาและการจำกัดช่วงเวลานำเข้า และข้อสำคัญนโยบายดูแลราคาข้าวโพดไทยให้อยู่ในระดับสูงของภาครัฐนั้น นโยบายนี้นำมาซึ่งการจำกัดการเติบโตของภาคปศุสัตว์ สร้างภาระต้นทุนที่สูงขึ้น และสร้างความเหลื่อมล้ำให้เกิดขึ้นในห่วงโซ่อุปทาน ผลที่ตามมาคืออนาคตการส่งออกเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ซึ่งสร้างรายได้ไห้ประเทศปีละกว่า 2 แสนล้านบาท จะไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้ ในทางกลับกันจะหดตัวลงจากความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง และสุดท้ายผลกระทบจะย้อนกลับมาถึงเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดในที่สุด

“ซีพี-เบทาโกร” รับโควตาสูงสุด

สำหรับในปี 2569 มีบริษัทที่ได้รับการจัดสรรปริมาณนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้กรอบ  WTO จำนวน 28 ราย รวมปริมาณจัดสรรทั้งสิ้นล็อตแรก 5.72 แสนตัน ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามสัดส่วนที่กำหนดอยู่ที่รวม 1,717,215 ตัน โดยบริษัทที่ได้รับการจัดสรรโควตาสูงสุด อันดับ 1 คือ บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน)(บมจ.) ได้รับจัดสรร 166,592 ตัน คิดเป็นปริมาณรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 499,776 ตัน

นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้กรอบ  WTO  ครั้งที่ 1

อันดับ 2  บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) (บมจ.) ได้รับจัดสรร 151,264 ตัน รับซื้อรวม 453,792 ตัน  โดย 2 รายแรกนี้ได้รับการจัดสรรรวม 317,856 ตัน หรือประมาณ 55.5% ของโควตาทั้งหมด สะท้อนการกระจุกตัวของโควตาในกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีฐานการผลิตอาหารสัตว์และความต้องการใช้วัตถุดิบในปริมาณสูง

 

นอกจากนี้ ยังมีบริษัท อื่นๆ อาทิ บริษัท ซันฟีด จำกัด (บจก.) ได้รับจัดสรร 22,900 ตัน รับซื้อข้าวโพด 68,700 ตัน บริษัท ไทสัน ฟีด (ไทยแลนด์) จำกัด ได้รับจัดสรร 20,946 ตัน รับซื้อข้าวโพด 62,838 ตัน ขณะที่ บริษัท ไทย ฟู้ดส์ อาหารสัตว์ จำกัด อยู่ในกลุ่มผู้ได้รับโควตารายใหญ่เช่นกันที่ 60,000 ตัน รับซื้อข้าวโพดในประเทศ 180,000 ตัน

สำหรับผู้ประกอบการรายอื่นๆ มีการจัดสรรในระดับตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่นตัน อาทิ บริษัท แหลมทองเกษตรภัณฑ์ จำกัด ได้รับการจัดสรรโควตานำเข้า 25,038 ตัน, บริษัท คาร์กิลล์มีทส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้รับจัดสรร 19,175 ตัน, บริษัท พนัสฟีด มิลล์ จำกัด 15,023 ตัน และ บริษัท เอส พี เอ็ม อาหารสัตว์ จำกัด   10,443 ตัน เป็นต้น

โอดราคาดิ่ง 6.50 บาท ชาวไร่ขาดทุนยับ

ด้านนายเทพ เพียมะลัง ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดเพชรบูรณ์ และกรรมการในคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) กล่าวว่า ทางสภาเกษตรกรฯ ได้นำคณะลงพื้นที่เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 เพื่อสำรวจลานรับซื้อข้าวโพดจังหวัดเพชรบูรณ์ พบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ขายข้าวโพดเบอร์ 3 ความชื้น 30% ราคาเพียง 6.50–6.60 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) ต่ำกว่าราคาอ้างอิงที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด ทำให้เกษตรกรแบกรับภาระขาดทุน จึงเรียกร้องรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ต้องเร่งบริหารสถานการณ์ก่อนผลผลิตล็อตใหญ่จะเข้าสู่ตลาดในช่วงปลายเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน ซึ่งคิดเป็นราว 79% ของผลผลิตทั้งปี

ลงพื้นที่สำรวจราคาข้าวโพด ลานรับซื้อจังหวัดเพชรบูรณ์

พร้อมขอให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ให้สะท้อนต้นทุนจริง เนื่องจากราคาอาจไม่อัปเดตตามสถานการณ์จริง เช่น ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งแตะเกือบ 40 บาทต่อลิตร ขณะที่ราคาปุ๋ยยูเรียสูตร 46-0-0 เพิ่มจากประมาณ 800 บาท เป็น 1,350 บาทต่อกระสอบ ทำให้ต้นทุนการผลิตข้าวโพดเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาขายกลับไม่ขยับตามต้นทุน จึงขอให้พิจารณาราคาที่เกษตรกรเรียกร้องที่ 7.50 บาทต่อ กก. สำหรับความชื้น 30% โดยเร็ว

 

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,234 วันที่ 10 - 12 กันยายน พ.ศ. 2569