thansettakij
thansettakij
พาณิชย์ เบรกนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 6 แสนตัน สั่งเอกชนชะลอนำเข้าจากสหรัฐฯ

พาณิชย์ เบรกนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 6 แสนตัน สั่งเอกชนชะลอนำเข้าจากสหรัฐฯ

27 ส.ค. 69 | 08:55 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ส.ค. 69 | 09:14 น.

พาณิชย์แจงข้าวโพดสหรัฐฯ 1.2 แสนตัน เป็นโควตาเดิม 3 ต่อ 1 ด้าน อคส. ยกเลิกแผนนำเข้าข้าวโพดเพื่อนบ้าน 6 แสนตัน หลังประเมินสถานการณ์แล้วไม่มีความจำเป็น

KEY

POINTS

  • กระทรวงพาณิชย์ชี้แจงการนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ 1.2 แสนตัน เป็นการนำเข้าภายใต้โควตาเดิมตามมาตรการ 3 ต่อ 1 ไม่ใช่การขอโควตาใหม่
  • องค์การคลังสินค้า (อคส.) ได้ยกเลิกประกาศแผนนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านจำนวน 6 แสนตันแล้ว หลังประเมินว่ายังไม่มีความจำเป็น
  • ภาครัฐขอความร่วมมือผู้ผลิตอาหารสัตว์ให้ชะลอการนำเข้าโควตาส่วนที่เหลือ เพื่อรอให้ผลผลิตข้าวโพดในประเทศออกสู่ตลาดก่อน

พาณิชย์เร่งดูแลตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หลังมีความกังวลการนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ และประเทศเพื่อนบ้านกระทบราคาผลผลิตไทย ย้ำข้าวโพดสหรัฐฯ 1.2 แสนตันยังอยู่ในโควตาเดิม ด้าน อคส. ยกเลิกแผนนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน หลังประเมินสถานการณ์แล้วว่ายังไม่มีความจำเป็น พร้อมเดินหน้าคุมเข้มโรงงานรับซื้อและตรวจสอบการกดราคารับซื้อเกษตรกร

วันที่ 27 สิงหาคม 2569 นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงโควต้าการนำเข้าข้าวโพดสหรัฐฯว่า การนำเข้าดังกล่าวยังอยู่ภายใต้เงื่อนไขการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์แบบ 3 ต่อ 1 ซึ่งหมายถึงการซื้อข้าวโพดในประเทศ 3 ส่วนต่อการนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน โดยก่อนหน้านี้คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) ได้เพิ่มปริมาณข้าวโพดจากสหรัฐฯ สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านตัน ให้เข้ามาอยู่ในสัดส่วนดังกล่าวด้วย

โดยจากข้อมูลการนำเข้าที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 900,000 กว่าตัน และยังเหลือปริมาณที่สามารถนำเข้าได้อีกประมาณ 500,000 ตัน ก่อนที่จะมีข่าวว่าผู้ประกอบการขอนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ อีก 120,000 ตัน ซึ่งคาดว่าจะเดินทางมาถึงประมาณเดือนธันวาคม

"ขอย้ำว่าข้าวโพดนำเข้า 120,000 ตันดังกล่าวเป็นการนำเข้าภายใต้โควตาเดิมของเงื่อนไข 3 ต่อ 1 ซึ่งเป็นโควตาเดียวกับการนำเข้าข้าวสาลี ไม่ใช่การขอโควตาใหม่"

ขณะเดียวกัน ยังเหลือโควตาตามเงื่อนไขของปีที่ผ่านมาอีกประมาณ 380,000 กว่าตัน โดยได้หารือและขอความร่วมมือจากผู้ผลิตอาหารสัตว์แล้ว และได้รับคำยืนยันว่าจะชะลอการนำเข้าไว้หลังหลังปี เพื่อรอให้ข้าวโพดในประเทศออกสู่ตลาดแล้วมากกว่า 80% ก่อนพิจารณาการนำเข้าเพิ่มเติม

ทั้งนี้ได้ประสานกับทุกภาคส่วนเพื่อให้ข้าวโพดที่ผลิตในประเทศและกำลังทยอยออกสู่ตลาดในช่วงนี้ได้รับการรับซื้ออย่างสม่ำเสมอ และลดผลกระทบต่อราคาที่เกษตรกรจะได้รับ

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน

อคส.แจงปมประกาศนำเข้าข้าวโพด 

ร้อยโท วีระชัย โพธาสาแสง รองผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า รักษาการแทนผู้อำนวยการ อคส. เปิดเผยว่า จากกรณีองค์การคลังสินค้า (อคส.) เผยแพร่ประกาศเกี่ยวกับแผนพิจารณานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน ปริมาณ 600,000 เนื่องจากต้องการบริหารจัดการวัตถุดิบที่ใช้ผลิตอาหารสัตว์ให้มีปริมาณเข้าสู่ระบบอย่างเหมาะสม และป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอาหารสัตว์ รวมถึงราคาวัตถุดิบสินค้าเกษตร 

โดยช่วงวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา เกิดสถานการณ์น้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากในจังหวัดน่านและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 400,000 ไร่ และเป็นศูนย์รวบรวมและผสมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่สำคัญ จึงความกังวลว่าสถานการณ์อุทกภัยอาจขยายไปยังจังหวัดใกล้เคียงและอาจส่งผลให้ผลผลิตข้าวโพดลดลง  

อย่างไรก็ตาม หลังจากกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งกำกับดูแล นบขพ. และ อคส. ได้ร่วมกันประเมินสถานการณ์ล่าสุดแล้ว เห็นว่าขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องดำเนินการตามแนวทางการนำเข้าดังกล่าว จึงได้ยกเลิกประกาศแล้ว

"มาตรการทั้งหมดที่ดำเนินการในช่วงนี้มีเป้าหมายเพื่อรองรับช่วงที่ผลผลิตข้าวโพดเริ่มออกสู่ตลาด ดูแลให้เกษตรกรมีช่องทางจำหน่ายที่เหมาะสม โรงงานรับซื้ออย่างต่อเนื่อง และให้การซื้อขายเป็นไปตามหลักเกณฑ์ด้านคุณภาพและราคา"

กรมการค้าภายในแถลงข่าวราคาสินค้าเกษตร

ส่องมติประชุม นบขพ. อนมุติ 5 เรื่อง

นายวิทยากร กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) ที่ผ่านมา ได้มีมติสำคัญ 5 เรื่อง เพื่อกำกับดูแลตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ

  1. การขยายกรอบระยะเวลาประกาศการรับซื้อ กำหนดเกณฑ์รับซื้อจากเกษตรกรที่ความชื้นไม่เกิน 30% อยู่ที่ราคา 7.5 สตางค์ และโรงงานรับซื้อที่ราคา 9.80 
  2. การมอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ทบทวนต้นทุนการผลิต เพื่อพูดคุยและหาข้อตกลงร่วมกับเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้อง 
  3. มอบหมายให้สภาเกษตรกรลงพื้นที่สร้างความเข้าใจ ไปคุยและอธิบายกับพี่น้องเกษตรกรเกี่ยวกับการขยายระยะเวลาประกาศรับซื้อดังกล่าว 
  4. ตั้งคณะอนุกรรมการติดตามและกำกับดูแลการรับซื้อ มอบหมายให้หน่วยงานในพื้นที่ลงไปกำกับดูแลการรับซื้ออย่างใกล้ชิด 
  5. มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร พิจารณาแนวทางสนับสนุนเพิ่มเติม วางแผนเพิ่มความเข้มแข็ง ปรับปรุงคุณภาพ และเพิ่มผลผลิตของเกษตรกร แล้วนำกลับมาเสนอต่อ นบข. ต่อไป