
ตลาดโลก สะเทือน “ข้าวโพด-ถั่วเหลือง-ข้าวสาลี” ร่วงยกแผง
ตลาดชิคาโก ปิดลบแรง ราคาสินค้าเกษตรเผชิญแรงเทขาย ข้าวโพดสัญญาเดือน ธ.ค. 2569 ลด 4 เซนต์ เหลือ 5.3675 ดอลลาร์ต่อบุชเชล ขณะที่ถั่วเหลืองร่วง 6.50 เซนต์ และข้าวสาลีดิ่งกว่า 20 เซนต์ หลังตลาดจับตาผลผลิตสหรัฐฯ และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
KEY
POINTS
- ราคาสินค้าเกษตรหลักในตลาดโลก ได้แก่ ข้าวโพด ถั่วเหลือง และข้าวสาลี ปรับตัวลดลงพร้อมกัน
- ปัจจัยกดดันสำคัญมาจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์มีต้นทุนสูงขึ้นสำหรับผู้ซื้อที่ใช้สกุลเงินอื่น
- ราคาข้าวโพดได้รับผลกระทบจากคาดการณ์ผลผลิตสหรัฐฯ ที่สูง ขณะที่ถั่วเหลืองเผชิญความกังวลด้านความต้องการซื้อจากจีน และข้าวสาลีร่วงลงหนักจากความกังวลเรื่องแรงขายในตลาด
แหล่งข่าววงการค้าพืชไร่ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าชิคาโก ณ วันที่ 4 กันยายน 2569 เคลื่อนไหวในแดนลบเกือบทั้งกระดาน โดยเฉพาะ ข้าวโพด ถั่วเหลือง และข้าวสาลี หลังนักลงทุนประเมินปัจจัยด้านสภาพอากาศ ผลผลิตฤดูกาลใหม่ รวมถึงทิศทางความต้องการซื้อสินค้าเกษตรในตลาดโลก ท่ามกลางเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น
ข้าวโพดร่วง หลังตลาดจับตาผลผลิตสหรัฐฯ
ราคาข้าวโพดสัญญาเดือนกันยายน 2569 ปิดที่ 5.1200 ดอลลาร์ต่อบุชเชล ลดลง 3.25 เซนต์ จากระดับเปิด 5.1600 ดอลลาร์ โดยระหว่างวันเคลื่อนไหวสูงสุดที่ 5.1850 ดอลลาร์ และต่ำสุด 5.1075 ดอลลาร์ ส่วนสัญญาเดือน ธันวาคม 2569 ซึ่งเป็นสัญญาที่ตลาดจับตา ปิดที่ 5.3675 ดอลลาร์ต่อบุชเชล ลดลง 4.00 เซนต์ ขณะที่สัญญาเดือนมีนาคม 2570 ปิดที่ 5.5225 ดอลลาร์ ลดลง 3.75 เซนต์แรงกดดันสำคัญมาจากการประเมินว่า ผลผลิตข้าวโพดของสหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง แม้ตลาดจะเริ่มจับตาสภาพอากาศและปริมาณฝนในพื้นที่เพาะปลูกมากขึ้น
ขณะเดียวกันการเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวฤดูกาลใหม่ในสหรัฐฯ ทำให้ตลาดเริ่มให้น้ำหนักกับแรงขายจากผลผลิตที่จะทยอยออกสู่ตลาด ประเด็นที่ต้องจับตาคือ สภาพอากาศในช่วงเก็บเกี่ยว หากผลผลิตออกมามากกว่าคาด อาจเพิ่มแรงกดดันต่อราคาข้าวโพดโลก และส่งผลต่อเนื่องมายังต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ของไทย
ถั่วเหลืองร่วงต่อ ตลาดกังวลดีมานด์จีน
ด้าน "ถั่วเหลือง" สัญญาเดือนกันยายน 2569 ปิดที่ 12.9375 ดอลลาร์ต่อบุชเชล ลดลง 12.50 เซนต์ ขณะที่สัญญาเดือน พ.ย. 2569 ปิดที่ 13.0975 ดอลลาร์ ลดลง 6.50 เซนต์ และสัญญาเดือน ม.ค. 2570 ปิดที่ 13.2500 ดอลลาร์ ลดลง 6.50 เซนต์ ตลาดยังคงจับตาความต้องการซื้อถั่วเหลืองจากจีน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผู้ซื้อรายใหญ่ของโลก โดยเฉพาะการนำเข้าถั่วเหลืองสหรัฐฯ ในฤดูกาล 2026/27 ขณะที่ความไม่แน่นอนด้านการค้าและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้ค้าเพิ่มความระมัดระวัง
นอกจากนี้ ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นยังเป็นแรงกดดันต่อสินค้าโภคภัณฑ์ เพราะทำให้ราคาสินค้าในรูปเงินดอลลาร์มีต้นทุนสูงขึ้นสำหรับผู้ซื้อที่ถือเงินสกุลอื่น
ข้าวสาลีดิ่ง 20.25 เซนต์ หวั่นแรงขายถล่มตลาด
ข้าวสาลี ถือเป็นพระเอกฝั่งขาลง โดยสัญญาเดือน ธันวาคม 2569 ปิดที่ 7.3400 ดอลลาร์ต่อบุชเชล ลดลง 20.25 เซนต์ หรือเกือบ 3% จากระดับเปิด 7.5175 ดอลลาร์ ขณะที่สัญญาเดือน มีนาคม 2570 ปิดที่ 7.4925 ดอลลาร์ ลดลง 20.75 เซนต์
แรงกดดันเกิดขึ้นทั้งจากปัจจัยพื้นฐานของตลาดและความกังวลต่อทิศทางการค้าโลก โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของประเทศผู้ส่งออกข้าวสาลีรายสำคัญ ขณะที่ตลาดยังติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากภูมิภาคดังกล่าวมีบทบาทสำคัญต่อการผลิตและส่งออกธัญพืชโลก
ดอลลาร์แข็ง ฉุดสินค้าเกษตรโลก
อีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องจับตาคือ ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ อยู่ที่ 99.176 เพิ่มขึ้น 0.268 จุด หรือ 0.27% การแข็งค่าของดอลลาร์เพิ่มแรงกดดันต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ซื้อขายในตลาดโลก รวมถึงข้าวโพด ถั่วเหลือง และข้าวสาลี
ภาพรวมจึงสะท้อนว่า ตลาดสินค้าเกษตรโลกกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ โดยนักลงทุนให้น้ำหนักทั้งปริมาณผลผลิตสหรัฐฯ ฤดูเก็บเกี่ยว ความต้องการซื้อจากจีน ค่าเงินดอลลาร์ และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์
ไทยลุ้น ต้นทุนอาหารสัตว์ลด
สำหรับไทย การเคลื่อนไหวของราคาธัญพืชในตลาดชิคาโกถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องติดตาม เพราะมีผลต่อทิศทาง ต้นทุนอาหารสัตว์ ราคาวัตถุดิบ และต้นทุนการผลิตภาคปศุสัตว์ โดยเฉพาะข้าวโพดและกากถั่วเหลือง หากราคาตลาดโลกอ่อนตัวต่อเนื่อง อาจช่วยบรรเทาต้นทุนผู้นำเข้า แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ต้องจับตาผลกระทบต่อเกษตรกรและราคาผลผลิตภายในประเทศอย่างใกล้ชิด







