
“เทพ” ยัน อคส.ยกเลิกนำเข้าข้าวโพด 6 แสนตันแล้ว หลังหารืออธิบดีกรมการค้าภายใน
“เทพ เพียมะลัง” ยืนยัน อคส.ยกเลิกแผนนำเข้าข้าวโพด 6 แสนตัน หลังหารืออธิบดีกรมการค้าภายใน ชี้ช่วยคลายกังวลเกษตรกร ด้านนายกฯ โรงสี หนุนโมเดลต่างประเทศ ดัน อคส. เป็นผู้นำเข้ารายเดียว ชี้ส่วนต่างกำไรช่วยทำนุบำรุงองค์กร-ผุด "กองทุนข้าวโพด" อุ้มเกษตรกร
KEY
POINTS
- องค์การคลังสินค้า (อคส.) ยืนยันยกเลิกแผนการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จำนวน 6 แสนตันแล้ว หลังจากการหารือกับอธิบดีกรมการค้าภายใน
- การยกเลิกแผนนำเข้าเป็นไปตามความต้องการของเกษตรกร เนื่องจากกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อราคาผลผลิตในประเทศที่กำลังจะออกสู่ตลาด
- มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายให้ อคส. ปรับบทบาทเป็นผู้นำเข้าข้าวโพดแต่เพียงผู้เดียว เหมือนโมเดลในต่างประเทศ เพื่อนำกำไรมาจัดตั้ง "กองทุนข้าวโพด" ช่วยเหลือเกษตรกร
นายเทพ เพียมะลัง ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดเพชรบูรณ์ และกรรมการคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงกรณีองค์การคลังสินค้า (อคส.) มีแนวคิดนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปริมาณ ไม่เกินกว่า 6 แสนตัน ตามความตกลงภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน นั้น
อคส.ถอยยกเลิกนำเข้าข้าวโพด 6 แสนตัน
ล่าสุดได้มีการหารือและทำความเข้าใจกับอธิบดีกรมการค้าภายในแล้ว และได้รับการยืนยันว่า ได้สั่งยกเลิกแผนนำเข้าข้าวโพดดังกล่าวแล้ว ซึ่งการรยกเลิกแผนนำเข้าเป็นเรื่องที่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ต้องการให้เกิดขึ้น เพราะหากมีการนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศในช่วงที่ผลผลิตภายในประเทศกำลังออกสู่ตลาด อาจส่งผลกระทบต่อราคาและการรับซื้อผลผลิตของเกษตรกรได้
“ผมได้เคลียร์กับท่านอธิบดีกรมการค้าภายในแล้ว และท่านได้สั่งยกเลิกไปแล้ว” นายเทพ กล่าวยืนยัน
หนุนโมเดลต่างประเทศ ดัน อคส. เป็นผู้นำเข้ารายเดียว
ต่อประเด็นดังกล่าว นายบรรจง ตั้งจิตรวัฒนากุล นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย ได้เปิดเผยทัศนะและข้อเสนอแนะในเชิงนโยบายการค้าเกษตรว่า ในสภาวะปกติทั่วไป ตนมองว่า อคส. ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจควรปรับบทบาทหน้าที่และรูปแบบการดำเนินงานครั้งใหญ่ เสนอแนะให้ดำเนินรอยตามโมเดลบริหารจัดการสินค้าเกษตรของประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ "บูลอก" (Bulog) ของประเทศอินโดนีเซีย และ "เบอร์นาร์ด" (Bernas/เบอร์นาส) ของประเทศมาเลเซีย
"ในภาวะปกติทั่วไป องค์การคลังสินค้าควรทำหน้าที่เหมือนอินโดนีเซียคือ บูลอก และมาเลเซียคือเบอร์นาร์ด โดยทำหน้าที่เป็นผู้นำเข้าแต่เพียงผู้เดียวตลอดเวลา ซึ่งระบบนี้เป็นสิ่งที่ควรนำมาใช้ตั้งนานแล้ว"
ชี้ส่วนต่างกำไรช่วยทำนุบำรุงองค์กร-ผุด "กองทุนข้าวโพด" อุ้มเกษตรกร
นายบรรจง วิเคราะห์ว่า หากภาครัฐผลักดันให้ อคส. เป็นผู้ถือสิทธิ์และทำหน้าที่นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แต่เพียงรายเดียวตลอดเวลา จะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจและการคลังของรัฐวิสาหกิจแห่งนี้ เนื่องจาก อคส. จะได้รับประโยชน์จาก "ส่วนต่างกำไร" (Margin) จากการนำเข้า เม็ดเงินส่วนต่างกำไรที่เกิดขึ้นนี้ อคส. สามารถบริหารจัดการเก็บรวบรวมเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ใน 2 ด้านหลัก คือ
1.ทำนุบำรุงองค์กร เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่ อคส. ในฐานะรัฐวิสาหกิจ
2.จัดตั้งและพัฒนา "กองทุนข้าวโพด" เพื่อนำเงินดังกล่าวไปแจกจ่ายและเยียวยาช่วยเหลือแก่กลุ่มเกษตรกรชาวไร่ข้าวโพดโดยตรง เสมือนกับแนวทางที่ประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซียประสบความสำเร็จมาแล้ว
ชูสูตรบวกกำไร 1 บาท ยึดราคาตลาดในประเทศ
สำหรับข้อกังวลว่าการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์โดยภาครัฐจะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าเกษตรภายในประเทศหรือไม่นั้น นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย ได้เสนอแนวทางกลไกราคาที่เป็นรูปธรรมเพื่อไม่ให้กระทบต่อเกษตรกรไทยไว้ดังนี้:
- หาก อคส. นำเข้ามาในราคาตลาดโลกกิโลกรัมละ 7 บาท ให้ อคส. นำมาจัดจำหน่ายต่อในประเทศที่ ราคากิโลกรัมละ 8 บาท
- หาก อคส. นำเข้ามาในราคากิโลกรัมละ 9 บาท ให้ อคส. จัดจำหน่ายต่อที่ ราคากิโลกรัมละ 10 บาท
แนวทางการบวกส่วนต่างกำไรดังกล่าว จะทำให้ราคาจำหน่ายปลายทางมีระดับที่สอดคล้องและเท่ากับราคาตลาดภายในประเทศไทยพอดี ซึ่งจะไม่สร้างความเดือดร้อนหรือกดราคารับซื้อของเกษตรกรชาวไร่ข้าวโพดไทยในประเทศอย่างแน่นอน







