
อาหารสัตว์ต้านข้าวโพด 7.50 บาท จี้ทบทวน หวั่นต้นทุนพุ่ง 1,000 ล้าน
สมาคมอาหารสัตว์ค้านรัฐตั้งราคารับซื้อข้าวโพดความชื้น 30% ที่ 7.50 บาท /กก. หวั่นเพิ่มต้นทุนปศุสัตว์กว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี จี้ทบทวนหลักเกณฑ์ก่อนเคาะราคา 31 ส.ค. ขณะที่ผู้ค้าร้องโรงงานใหญ่หยุดซื้อ กดราคาตลาด
KEY
POINTS
- สมาคมอาหารสัตว์คัดค้านราคาประกันข้าวโพดใหม่ เนื่องจากจะทำให้ต้นทุนภาคปศุสัตว์เพิ่มขึ้นกว่า 1,000 ล้านบาท โดยมองว่าการปรับเพิ่มอัตรากำไรให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเป็น 24% นั้นไม่มีเหตุผลรองรับ
- ชี้ว่าการกำหนดราคาเดียวตลอดทั้งปีไม่สามารถปฏิบัติได้จริง เพราะราคาข้าวโพดมีความผันผวนสูงตามฤดูกาลและกลไกตลาด ซึ่งเคยขึ้นไปสูงถึง 13 บาทต่อกิโลกรัม
- เรียกร้องให้ทบทวนนโยบายและหลักเกณฑ์การคำนวณต้นทุนใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม เนื่องจากภาครัฐมีการควบคุมราคาสินค้าปศุสัตว์ แต่กลับกำหนดอัตรากำไรข้าวโพดไว้สูง
แหล่งข่าวจากสมาคมอาหารสัตว์ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เหตุผลที่ไม่เห็นด้วยกับราคาดังกล่าว ประเด็นแรกคือ การกำหนดราคาประกาศเดียวตลอดทั้งปีไม่สามารถปฏิบัติได้จริง เนื่องจากราคาข้าวโพดมีความผันผวนตามฤดูกาลและกลไกตลาด โดยในปีที่ผ่านมา ราคาข้าวโพดช่วงปลายฤดู ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน ปรับตัวขึ้นสูงถึงประมาณ 13 บาทต่อกิโลกรัม (กก.)
ดังนั้น ก่อนที่ภาครัฐจะออกประกาศราคาข้าวโพดในปีนี้ สมาคมฯ จึงต้องการให้กำหนดมาตรการที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง โดยเฉพาะแนวทางรองรับในช่วงที่ราคาตลาดปรับตัวสูงขึ้น ไม่ใช่กำหนดเพียงตัวเลขราคาประกัน แต่ยังไม่มีมาตรการรองรับที่ชัดเจน
ราคาข้าวโพดประกันไม่แฟร์ แบกต้นทุนเพิ่ม 1,000 ล้าน
นอกจากนี้ทางสมาคมฯ มองว่าการกำหนดราคาไม่เป็นไปตามหลักการที่ควรจะเป็น เนื่องจากต้นทุนการผลิตของเกษตรกรที่นำมาใช้คำนวณราคาประกันปี 2569/70 ลดลงจากต้นทุนที่ใช้กำหนดราคาประกันในปี 2568/69 แต่ราคาประกันกลับเพิ่มขึ้น 0.17 บาทต่อ กก. ซึ่งการปรับราคาดังกล่าวจะทำให้เกษตรกรภาคปศุสัตว์ต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้นรวมประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อปี
โดยปัจจัยสำคัญมาจากการปรับสมมติฐานอัตรากำไรของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากเดิม 17% เป็น 24% ซึ่งสมาคมฯ เห็นว่ายังไม่มีเหตุผลรองรับที่ชัดเจน หากใช้อัตรากำไรเดิมที่ 17% สมาคมฯ ระบุว่า ราคาประกันข้าวโพดควรอยู่ที่ประมาณ 9.47 บาทต่อ กก. ไม่ใช่ระดับที่สูงขึ้นจากการเพิ่มอัตรากำไรเป็น 24% ที่สำคัญภาระต้นทุนของเกษตรกรภาคปศุสัตว์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมัน ยารักษาโรค บรรจุภัณฑ์ และปัจจัยการผลิตอื่นๆ แต่ภาคปศุสัตว์ยังต้องรับภาระต้นทุนจากราคาประกันข้าวโพดที่ปรับสูงขึ้นอีก
จี้ทบทวนกำไรข้าวโพด 24%
สมาคมฯ ตั้งคำถามถึงความสมดุลของนโยบายว่า ที่ผ่านมา กรมการค้าภายในมีมาตรการควบคุมราคาสินค้าปศุสัตว์หลายรายการ โดยบางสินค้าอนุญาตให้มีกำไรได้ไม่เกิน 20% แต่ขณะเดียวกันกลับกำหนดให้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีอัตรากำไรถึง 24% ทั้งที่ต่างเป็นสินค้าเกษตรเช่นเดียวกัน ดังนั้น หากภาครัฐยังยืนยันให้อัตรากำไรของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดอยู่ที่ 24%
สมาคมฯ เห็นว่า รัฐไม่ควรควบคุมราคาขายสินค้าปศุสัตว์ เพราะจะทำให้เกิดความไม่สมดุลในการกระจายภาระต้นทุนระหว่างต้นน้ำกับปลายน้ำสมาคมอาหารสัตว์จึงเรียกร้องให้ภาครัฐทบทวนทั้งราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มาตรการประกันราคา และหลักเกณฑ์การคำนวณต้นทุน ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงของตลาด ก่อนประกาศใช้มาตรการปี 2569/70 เพื่อไม่ให้ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นถูกผลักไปยังเกษตรกรปศุสัตว์ ผู้ประกอบการ และท้ายที่สุดคือผู้บริโภค
“ในที่ประชุมจึงกำหนดราคาเดิมปีที่แล้ว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ความชื้น 30% ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ กำแพงเพชร ชัยภูมิ พิษณุโลก และอุทัยธานี กำหนดราคารับซื้อที่ 7.05 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ความชื้น 14.5% ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล กำหนดราคารับซื้อที่ 9.80 บาทต่อกิโลกรัม แล้วนัดเคาะต้นทุนใหม่ในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ ”
ด้านนายเทอดศักดิ์ ลาภจิตรกุศล นายกสมาคมการค้าพืชไร่ กล่าวถึงสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงก็คือ โรงงานอาหารสัตว์รายใหญ่ หยุดการรับซื้อมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนจนถึงเดือนสิงหาคม เป็นเวลากว่า 2 เดือนแล้ว พฤติกรรมดังกล่าวส่งผลให้ผู้ค้ารายย่อยไม่กล้าซื้อสินค้าเพราะเกรงว่าราคาจะดิ่งลง จากใช้ข้ออ้างเรื่องการปิดปรับปรุงโรงงาน
“ตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา โรงงานไม่เคยมีพฤติกรรมในลักษณะนี้ และมองว่าเป็นเจตนากลั่นแกล้ง เพื่อกดราคาจากราคา 13 บาท ลงมาเหลือ 9.80 บาท ก็ยังไม่อยากจะซื้อ ต้นเหตุสำคัญที่ทำให้โรงงานอาหารสัตว์มีอำนาจต่อรองเหนือเกษตรกรไทย เนื่องจากในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ผู้ผลิตรายใหญ่แทบไม่ได้ซื้อข้าวโพดในประเทศเลย แต่กลับมีตัวเลขโควตานำเข้า ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสงสัยอย่างยิ่ง เรื่องเดียวที่จะปราบได้คือ ต้องทำอย่างไรให้มาตรการนำเข้าน้อยลง” นายเทอดศักดิ์ กล่าว
หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,227 วันที่ 16 - 19 สิงหาคม พ.ศ. 2569







