
ไข่ไก่ไม่ขาดตลาด“สมาคมการค้าไข่ไก่"แจงของน้อย 20-30% ยันพ่อค้าไม่กักตุน
“สมาคมการค้าไข่ไก่” แจงของน้อยลง 20-30% ยันผู้ค้าคนกลางไม่กักตุน ชี้ส่งออกแค่ 1% ไม่กระทบตลาดในประเทศ ไม่ได้ขาดตลาด
KEY
POINTS
- สมาคมการค้าผู้ค้าไข่ไก่ยืนยันว่าไข่ไก่ไม่ได้ขาดตลาด แต่ปริมาณที่เข้าสู่ระบบลดลงประมาณ 20-30% เนื่องจากฟาร์มบางแห่งลดการส่งมอบ
- ผู้ค้าคนกลางชี้แจงว่าไม่มีการกักตุนสินค้าเพื่อเก็งกำไร เนื่องจากไข่ไก่เป็นของสด มีอายุสั้น และไม่สามารถจัดเก็บในปริมาณมากได้
- ปัญหาไข่ไม่เพียงพอเป็นเพียงสถานการณ์ชั่วคราวในบางพื้นที่ โดยเฉพาะร้านค้าที่ไม่มีโควตาประจำในการรับไข่จากฟาร์มโดยตรง
นายสุธาศิน อมฤก เลขานุการสมาคมการค้าผู้ค้าไข่ไทย ออกมาชี้แจงกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงสถานการณ์ตลาดไข่ไก่ หลังเกิดกระแสข่าวไข่ไก่ขาดตลาดและผู้ค้าคนกลางกักตุนสินค้าเพื่อเก็งกำไร โดยยืนยันว่า ไข่ไก่ไม่ได้ขาดตลาด เพียงแต่มีปริมาณเข้าสู่ตลาดลดลงประมาณ 20-30% ทำให้บางพื้นที่หรือร้านค้าที่ไม่มีโควตาประจำอาจประสบปัญหาไข่ไม่เพียงพอในบางช่วง
“สถานการณ์ดังกล่าวเป็นปัญหาในระยะสั้น โดยอาจเกิดขึ้นประมาณ 1-2 วัน ก่อนจะมีไข่ไก่เข้ามาเติมในตลาดตามรอบการส่งสินค้า ร้านค้าที่มีคิวรับไข่ประจำจากฟาร์มยังสามารถมีสินค้าไว้จำหน่ายได้ตามปกติ ขณะที่ร้านค้าที่ไม่มีคิวประจำหรือเป็นลักษณะ “คิวจร” ต้องออกไปหาไข่จากแหล่งอื่น จึงอาจมีช่วงที่เปิดขายหรือหยุดขายสลับกัน”
หรือเป็นลักษณะ “คิวจร” ต้องออกไปหาไข่จากแหล่งอื่น จึงอาจมีช่วงที่เปิดขายหรือหยุดขายสลับกัน”
ฟาร์มลดส่ง 10-20% ของจึงน้อยลง
สำหรับสาเหตุที่ไข่ไก่มีปริมาณลดลงนั้น เกิดจากฟาร์มบางส่วนปรับลดปริมาณการส่งไข่ให้ผู้ค้าประจำลงประมาณ 10-20% ส่งผลให้ผู้ค้าที่ไม่มีโควตาประจำต้องออกไปหาสินค้าเพิ่มเติม ขณะที่ปริมาณไข่โดยรวมในระบบลดลง
อย่างไรก็ตาม บังจูยืนยันว่า ผู้ค้าคนกลางไม่ได้กักตุนไข่ไก่ ตามที่มีการกล่าวหา เนื่องจากไข่ไก่เป็นสินค้าสด มีอายุจำกัด และผู้ค้าทั่วไปไม่ได้มีห้องเย็นสำหรับเก็บสินค้าในปริมาณมาก การกักตุนเพื่อรอเก็งกำไรจึงไม่สามารถทำได้ในทางปฏิบัติของมีน้อยอยู่แล้ว จะเอาที่ไหนไปกักตุน และไข่ก็เป็นของสด เก็บไว้นานไม่ได้ส่วนตัวเลขที่มีการระบุว่าผู้ค้าสั่งซื้อไข่ไก่เพิ่มขึ้นประมาณ 20% นั้น บังจูมองว่าไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง เพราะ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความต้องการสั่งซื้อ แต่เป็นเรื่องของปริมาณสินค้าที่มีให้สั่งซื้อไม่เพียงพอ
ที่ผ่านมา การปรับราคาส่วนใหญ่จะอ้างอิงจากต้นทุนการเลี้ยงและราคาอาหารสัตว์ โดยฟาร์มเป็นผู้พิจารณาปรับราคา และไม่ได้มีการหารือกับผู้ค้าทุกครั้ง ทำให้ผู้ค้าเป็นเพียงผู้รับผลจากความผันผวนของราคา ทั้งนี้ หากผู้ค้ามีไข่ไก่อยู่ในสต็อกและราคาปรับขึ้น ผู้ค้าอาจมีกำไรเพิ่มขึ้น แต่หากราคาปรับลดลงในช่วงที่ยังมีสินค้าอยู่ในมือ ก็ต้องแบกรับภาวะขาดทุนเช่นกันผู้ค้าไม่ได้เป็นผู้กำหนดราคา แต่เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากราคาขึ้นและลง
ส่งออกไข่ไก่แค่ 1% ยันไม่ใช่ต้นเหตุของไข่ในประเทศน้อย
สำหรับประเด็นการส่งออกไข่ไก่ บังจูยืนยันว่า ปริมาณการส่งออกคิดเป็นเพียงประมาณ 1% ของผลผลิตไข่ไก่ทั้งหมดในประเทศ จึงไม่มีนัยสำคัญมากพอที่จะทำให้ตลาดภายในประเทศเกิดภาวะขาดแคลน
ตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ ฮ่องกงและสิงคโปร์ ขณะที่ตลาดญี่ปุ่นเป็นตลาดไข่ไก่เกรดพรีเมียม ซึ่งมีปริมาณไม่มาก และการส่งออกยังอยู่ภายใต้การควบคุมและเงื่อนไขของภาครัฐส่วนตลาดสหรัฐฯ นั้น ไทยยังไม่สามารถส่งออกไข่ไก่ได้ เนื่องจากติดเงื่อนไขด้านมาตรฐานและสุขอนามัย ดังนั้นจึงไม่ใช่ปัจจัยที่จะดึงปริมาณไข่ไก่ออกจากตลาดไทย
“ไทยช่วยไทย” ดันดีมานด์ไข่พุ่งแค่ระยะสั้น
อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ความต้องการไข่ไก่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา คือโครงการ “ไทยช่วยไทย” ซึ่งกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยและทำให้ความต้องการสินค้าอาหาร รวมถึงไข่ไก่ เพิ่มขึ้นในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อโครงการสิ้นสุดลง คาดว่าการใช้จ่ายและความต้องการไข่ไก่จะทยอยกลับเข้าสู่ระดับปกติ ขณะที่มาตรการสวัสดิการต่าง ๆ ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อปริมาณไข่ไก่ที่ผลิตเข้าสู่ตลาด
บังจูจึงย้ำว่า สถานการณ์ปัจจุบันควรทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่า “ไข่ไก่ไม่ได้ขาดตลาด แต่ปริมาณไข่ในระบบลดลง” ทำให้บางพื้นที่เกิดภาวะตึงตัวชั่วคราว โดยเฉพาะร้านค้าที่ไม่มีโควตาหรือคิวรับไข่ประจำ ขณะที่การกล่าวหาผู้ค้าคนกลางกักตุนเพื่อเก็งกำไรนั้นไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงของธุรกิจไข่ไก่ ซึ่งเป็นสินค้าสดและมีข้อจำกัดด้านการจัดเก็บ
สถานการณ์ต่อจากนี้จึงต้องจับตาทั้ง ปริมาณไข่ที่ฟาร์มส่งเข้าสู่ตลาด ราคาหน้าฟาร์ม และกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะหลังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสิ้นสุดลง ซึ่งจะเป็นตัวสะท้อนทิศทางตลาดไข่ไก่ในระยะต่อไป







