
อุตฯมันสำปะหลัง โคม่า ผลผลิตต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ฉุดรายได้วูบ กว่า 8.5 หมื่นล้าน
4 สมาคมมันสำปะหลังไทยประกาศภาวะวิกฤตวัตถุดิบรุนแรงสุดในประวัติศาสตร์ หลังผลผลิตปี 2569/70 เหลือเพียง 18.757 ล้านตัน โรงงานเดินเครื่องแค่ 20-30% ของกำลังการผลิต เหตุโรคใบด่างฯ ขาดท่อนพันธุ์ สภาพอากาศซ้ำเติม ฉุดรายได้ส่งออกวูบกว่า 8.5 หมื่นล้าน จี้รัฐเร่งอัดงบ 8 พันล้านผ่าน 4 มาตรการฟื้นผลผลิต 35 ล้านตัน ใน 3 ปี
KEY
POINTS
- ผลผลิตมันสำปะหลังไทยตกต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ เหลือไม่ถึง 19 ล้านตัน สวนทางกับความต้องการใช้ที่สูงถึง 45 ล้านตัน ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนวัตถุดิบขั้นวิกฤต
- วิกฤตดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการส่งออก โดยเฉพาะมันเส้นที่ปริมาณลดลงกว่า 70% คาดการณ์ว่ามูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศจะสูญหายไปกว่า 85,000 ล้านบาท
- สาเหตุหลักเกิดจากการระบาดของโรคใบด่างและการขาดแคลนท่อนพันธุ์ดี ส่งผลให้โรงงานแปรรูปเดินเครื่องได้เพียง 20-30% และผู้ประกอบการลานมันจำนวนมากต้องปิดกิจการ
คณะสำรวจผลผลิตมันสำปะหลังฤดูกาลผลิต ปี 2569/70 จากการรายงานผลการสำรวจของ 4 สมาคมมันสำปะหลัง ประกอบด้วยสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย, สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย, สมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย และสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แถลงรายงานสรุปภาวะการผลิตและการค้าฤดูกาล 2569/70 ชี้ภาพรวมอุตสาหกรรมไทยเผชิญภาวะ "ของขาดแคลน" ขั้นรุนแรง ผลผลิตในประเทศปีที่ผ่านมาเหลือไม่ถึง 19 ล้านตัน ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์อย่างมีนัยสำคัญ
ผลผลิตไทยหายวับ เหลือเพียง 18.58 ล้านตัน
นายบุญชัย ศรีชัยพาณิชย์ ประธานคณะสำรวจฯ เปิดเผยว่า แม้ในช่วงเดือนกันยายนปีที่ผ่านมาจะมีการประเมินว่าผลผลิตปี 68/69 จะอยู่ที่ 22.8 ล้านตัน แต่จากการตรวจสอบบัญชีสมดุลล่าสุดโดยอ้างอิงข้อมูลจากกรมศุลกากรและสภาหอการค้าฯ พบว่ามีปริมาณหัวมันสดหมุนเวียนจริงเพียง 22.13 ล้านตัน, และเมื่อหักลบปริมาณการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน 3.5 ล้านตันออก จะพบว่าผลผลิตจริงของไทยมีเพียง 18.58 ล้านตันเท่านั้น ซึ่งตัวเลขนี้จะถูกใช้เป็นฐานในการคำนวณของฤดูกาลใหม่ 2569/70
ส่งออก "มันเส้น" ทรุดหนัก 70% – โรงงานแป้งเผชิญวิกฤตขาดวัตถุดิบ
สถานการณ์การส่งออกในช่วงปีที่ผ่านมาถือว่าน่ากังวลอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกลุ่มมันเส้นที่ปริมาณส่งออกลดลงจาก 3.4 ล้านตัน เหลือเพียง 8 แสนกว่าตัน หรือหายไปกว่า 70% ขณะที่แป้งมันสำปะหลังส่งออกลดลง 22% เหลือ 2.5 ล้านตัน ในด้านการผลิต พบว่าช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โรงงานหลายแห่งต้องประสบปัญหาไม่มีหัวมันสดเข้าสู่กระบวนการผลิต แม้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) จะคาดการณ์ว่าจะมีผลผลิตออกมาช่วง ก.ค.-ก.ย. ราว 1.9 ล้านตัน แต่ในหน้างานจริงกลับพบว่ามีปริมาณน้อยมาก
ปัญหาชายแดนพ่นพิษ นำเข้าวูบ – ไทยแห่นำเข้าแป้งดิบจากลาวแทน
ประธานคณะสำรวจฯ ระบุเพิ่มเติมว่า ปริมาณการนำเข้าหัวมันและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังลดลงจาก 8.9 ล้านตัน เหลือเพียง 3.5 ล้านตัน สาเหตุหลักจากการปิดด่านชายแดนกัมพูชา ทำให้สินค้าไม่สามารถไหลเข้าสู่ไทยได้เหมือนเดิม ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยต้องปรับตัวด้วยการนำเข้า "แป้งมันสำปะหลัง" จากประเทศลาวเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยการขาดแคลนแป้งดิบในประเทศ
ดีมานด์พุ่ง 45 ล้านตัน แต่ของขาดกว่าครึ่ง
จากกรณีดังกล่าว ทาง นายกสมาคมมันลำปะหลังไทยทั้ง 4 แห่ง ประกอบด้วย นายอำนาจ สุขประสงค์ผล นายกสมาคมการค้ามันลำปะหลังไทย,นายสมชาย วราธนสิน นายกสมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย, นายดุสิต พิทยาธิคุณ นายกสมาคมแป้งมันลำปะหลังไทย และนายปัญญา บุญบันดาลฤทธิ์ยกสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมกันแถลงข่าวผลสำรวจสถานการณ์การผลิตมันสำปะหลังฤดูการผลิตปี 2569/70 พบว่า ผลผลิตทั้งประเทศจะเหลือเพียง 18.757 ล้านตัน ลดลง 0.94% จากปีก่อนหน้า แม้พื้นที่จะเพิ่มขึ้น 2.29% แต่ผลผลิตต่อไร่กลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการขาดแคลนท่อนพันธุ์คุณภาพและการระบาดของโรคใบด่าง (CMD)
ปัจจุบันอุตสาหกรรมมีความต้องการใช้หัวมันสดสูงถึง 37-45 ล้านตันต่อปี เมื่อผลผลิตจริงเหลือไม่ถึง 19 ล้านตัน ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนวัตถุดิบอย่างหนัก โรงงานแปรรูปแป้งมันสำปะหลังส่วนใหญ่เดินเครื่องผลิตได้เพียง 20-30% ของกำลังการผลิตเท่านั้น โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาซึ่งเป็นแหล่งผลิตใหญ่ พบว่าในช่วงที่ผ่านมามีหัวมันสดเข้าสู่ระบบเพียง 5,000-8,000 ตันต่อเดือน ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับศักยภาพโรงงาน
ส่งออกทรุด-เศรษฐกิจสูญเสีย 8.5 หมื่นล้าน
อย่างไรก็ตามวิกฤตขาดแคลนวัตถุดิบได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของประเทศ คาดการณ์ว่ามูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทยจะลดลงจากระดับสูงสุด 155,498 ล้านบาทในปี 2565 เหลือ ต่ำกว่า 70,000 ล้านบาทในปี 2569 ซึ่งหมายถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จะหายไปมากกว่า 85,000 ล้านบาท แบ่งในส่วนของตลาดส่งออก แป้งดิบ (Native Starch) เริ่มเสียส่วนแบ่งการตลาดในจีน (ซึ่งเป็นตลาดอันดับ 1 สัดส่วน 60%) เนื่องจากผู้ซื้อเริ่มมองหาแหล่งอื่นที่มีต้นทุนต่ำกว่า ขณะที่การส่งออกมันเส้นเองก็วูบหนักจากเดิม 4 ล้านตัน เหลือเพียง 1 ล้านตันต้นๆ
ลานมันภาคตะวันออก "หายเกลี้ยง"
ส่วน สถานการณ์ความเดือดร้อนขยายวงกว้างไปถึงผู้ประกอบการลานมัน โดยเฉพาะใน ภาคตะวันออก ที่เคยมีลานมันนับร้อยแห่ง ปัจจุบันมีสถานะเป็น "ศูนย์" เนื่องจากไม่มีวัตถุดิบเพียงพอจะดำเนินกิจการต่อผู้ประกอบการจำนวนมากต้องหยุดกิจการชั่วคราวและเปลี่ยนอาชีพไปขับรถรับจ้างเพื่อประคองครอบครัว ขณะที่ภาคอีสานแม้ลานมันยังคงอยู่หนาแน่นกว่าแต่ก็เผชิญปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบและสภาพคล่องอย่างรุนแรงเช่นกัน
ยื่น 4 ข้อเสนอเร่งด่วน—ทางรอดคือ "วาระแห่งชาติ"
เพื่อให้สอดรับกับวิกฤตที่เกิดขึ้น 4 สมาคมฯ ได้ยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลผ่านกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ โดยขอให้อนุมัติงบประมาณฟื้นฟูประมาณ 8,000 ล้านบาท พร้อมมาตรการหลัก 4 ด้าน
1.วาระแห่งชาติ ประกาศแก้ไขปัญหาโรคใบด่างอย่างจริงจัง เร่งกระจายท่อนพันธุ์สะอาดและ "พันธุ์ต้านทาน"
2.เพิ่มผลผลิตต่อไร่ ลงทุนระบบน้ำและเทคโนโลยี ตั้งเป้าดึงผลผลิตกลับสู่ 35 ล้านตันภายใน 3 ปี
3.กลไกตลาดเป็นธรรม ยกระดับมาตรฐานการซื้อขายหัวมันสดเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร
4.ระบบข้อมูลกลาง เพิ่มความเข้มงวดการนำเข้า-ส่งออก และพัฒนาฐานข้อมูลเพื่อเสถียรภาพทั้งห่วงโซ่
"หากรัฐบาลไม่เร่งดำเนินการเชิงรุก ไม่ใช่แค่เกษตรกรที่จะล้มละลาย แต่อุตสาหกรรมต่อเนื่องทั้งอาหารสัตว์, เอทานอล, และพลาสติกชีวภาพ จะต้องเผชิญกับภาวะล่มสลายจากต้นทุนวัตถุดิบที่ควบคุมไม่ได้ในระยะยาว" ผู้แทนสมาคมฯ กล่าวทิ้งท้าย







