thansettakij
thansettakij
เปิดสูตรลับ "1 สวน 2 รายได้" ปลูกทุเรียนในสวนยาง ฟันรายได้ทะลุ 2.6 แสนบาทต่อปี

เปิดสูตรลับ "1 สวน 2 รายได้" ปลูกทุเรียนในสวนยาง ฟันรายได้ทะลุ 2.6 แสนบาทต่อปี

02 ส.ค. 69 | 12:49 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ส.ค. 69 | 13:02 น.

“สุริยะ “แม่ทัพเกษตรฯ สั่งการด่วนพลิกสวนยางสู่ขุมทรัพย์ ดันโมเดล “1 สวน 2 รายได้” นำร่อง พิษณุโลก พื้นที่ทองคำ ภาคเหนือตอนล่างปลูกทุเรียนแซมยาง ฟันรายได้ทะลุ 2.6 1แสนบาทต่อปี

KEY

POINTS

  • ภาครัฐเปิดตัวโครงการนำร่อง "1 สวน 2 รายได้" ที่ จ.พิษณุโลก เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกทุเรียนในสวนยางพาราเป็นการสร้างรายได้เสริมและลดความเสี่ยงจากพืชเชิงเดี่ยว
  • หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนเกษตรกร โดยกรมวิชาการเกษตรให้ความรู้และเทคโนโลยี ส่วนการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) มอบเงินทุน 12,000 บาทต่อไร่ สำหรับการปลูกพืชเศรษฐกิจอื่นทดแทนสวนยางเก่า
  • มีเกษตรกรต้นแบบที่ประสบความสำเร็จจากการทำเกษตรผสมผสาน สามารถสร้างรายได้จากการปลูกทุเรียนในพื้นที่สวนยางได้มากกว่า 260,000 บาทต่อปี

เดินหน้าเต็มสูบเพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรไทย ภายใต้การนำทัพของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เร่งผลักดันนโยบาย "เกษตรมูลค่าสูง" สั่งการด่วนให้ศึกษาและขยายผลโมเดลการปลูกทุเรียนในสวนยางพารา เพื่อพลิกวิกฤตความเสี่ยงจากการพึ่งพาพืชเชิงเดี่ยว ให้กลายเป็นรายได้ใหม่ที่สร้างเม็ดเงินเข้ากระเป๋าเกษตรกรอย่างยั่งยืน

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร พร้อมผู้บริหาร กยท.

ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร พร้อมด้วย นายโกศล บุญคง รองผู้ว่าการด้านบริหาร รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และ นายญาณกิตติ์ ฮารุดีน รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ ได้ร่วมกันเปิดตัวโครงการนำร่องแปลงต้นแบบ "1 สวน 2 รายได้ ยางอยู่ได้ ทุเรียนเติบโต" ณ ตำบลบ้านแยง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก โดยมีผู้นำท้องถิ่น นำโดย นายเอกพงษ์ กุลเจริญ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก, นายศิลา ปัญจลี นายกเทศมนตรีตำบลบ้านแยง, นายธงชัย ยศตุ้ย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 13 ในฐานะเจ้าของพื้นที่ และเกษตรกรเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

ทำไมต้อง "พิษณุโลก"  พื้นที่ทองคำแห่งภาคเหนือตอนล่าง

จังหวัดพิษณุโลกมีศักยภาพสูงมากในการทำเกษตรแบบผสมผสาน ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกยางพารารวม 258,679.54 ไร่ จากเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน 13,798 ราย ขณะที่ตำบลบ้านแยง อำเภอนครไทย มีพื้นที่ปลูกทุเรียน 7,934 ไร่ จากเกษตรกร 939 ราย ซึ่งมีพื้นที่ให้ผลผลิตแล้วกว่า 4,196 ไร่ คาดว่าปีนี้จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณ 2,000 ตัน คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 180 ล้านบาท! นี่จึงเป็นพื้นที่ไข่แดงที่เหมาะสุดๆ ในการทำแปลงต้นแบบ

ชาวสวนยื่นคำขอโครงการโค่นยางปลูกแทน  สูงสุด อัตราไร่ละ 2 หมื่นบาท

แจกจริง เงินทุน 12,000 บาท พร้อมวิชาการครบวงจร

การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ไม่ใช่การลองผิดลองถูก นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เน้นย้ำว่า โครงการนี้มุ่งเน้นส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกทุเรียน "ทดแทนต้นยางพาราเก่าที่ไม่ได้คุณภาพหรือเสื่อมโทรม" โดยกรมวิชาการเกษตรจะจัดเต็มองค์ความรู้ เทคโนโลยี งานวิจัย และมาตรฐานการผลิตที่ถูกต้อง เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เพื่อให้ได้ทุเรียนคุณภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดทั้งในและต่างประเทศ

ขณะที่ นายโกศล บุญคง รักษาการแทนผู้ว่าการฯ ระบุว่า กยท. พร้อมสนับสนุนปัจจัยการผลิต จัดหาพันธุ์ยางคุณภาพดี และส่งเจ้าหน้าที่ลงติดตามให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความยั่งยืนกับเกษตรกรชาวสวนยาง

เปิดสูตรลับ "1 สวน 2 รายได้" ปลูกทุเรียนในสวนยาง ฟันรายได้ทะลุ 2.6 แสนบาทต่อปี

ด้าน นายญาณกิตติ์ ฮารุดีน รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ กยท. เปิดเผยว่า สำหรับเกษตรกร ในแปลงต้นแบบนี้ กยท. มี "ทุนส่งเสริมและสนับสนุนการปลูกแทนสวนยางพาราเก่า" โดยให้เงินสงเคราะห์สำหรับการปลูกแทนด้วยไม้ยืนต้นเศรษฐกิจที่เป็นพืชหลัก (เปลี่ยนไปปลูกไม้ยืนต้นที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ) จำนวน 12,000 บาทต่อไร่ (ระยะเวลา 1 ปี) หากเกษตรกรรายใดสนใจก็สามารถขอรายละเอียดได้ที่ กยท.

เปิดสูตรลับ "1 สวน 2 รายได้" ปลูกทุเรียนในสวนยาง ฟันรายได้ทะลุ 2.6 แสนบาทต่อปี

 ถอดบทเรียนความสำเร็จ โกยรายได้ 2.6 แสน/ปี

ไฮไลต์ของงานคือการเปิดใจ นางชลิดา เทพสุทิน เกษตรกรต้นแบบที่ประสบความสำเร็จจากการทำเกษตรผสมผสาน แบ่งพื้นที่สวนยางมาปลูกทุเรียน อะโวคาโด เงาะ ลิ้นจี่ และสะตอ ผลลัพธ์คือ ทุเรียนเพียง 2 ไร่กว่าๆ สามารถสร้างรายได้ถึง 250,000 บาทต่อปี! บวกกับพืชอื่นๆ อีกประมาณ 10,000 บาท ทำให้มีรายได้หมุนเวียนรวมกว่า 260,000 บาทต่อปี เป็นเครื่องพิสูจน์ชัดเจนว่า การจัดสรรพื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูงร่วมกับยางพารา คือทางรอดและทางรวยของเกษตรกรยุคใหม่