thansettakij
thansettakij
CBOT ปิดลบทั้งกระดาน ข้าวโพด -  ถั่วเหลือง  -ข้าวสาลีร่วง  หวั่นผลผลิตสหรัฐเพิ่ม

CBOT ปิดลบทั้งกระดาน ข้าวโพด - ถั่วเหลือง -ข้าวสาลีร่วง หวั่นผลผลิตสหรัฐเพิ่ม

30 ก.ค. 69 | 05:59 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ก.ค. 69 | 05:59 น.

ตลาดสินค้าเกษตรชิคาโก (CBOT) วันที่ 29 ก.ค. 69 ปิดลบทั้งกระดาน นำโดยข้าวโพด ถั่วเหลือง และข้าวสาลี หลังคาดการณ์ฝนตกในแหล่งเพาะปลูกสำคัญของสหรัฐ หนุนแนวโน้มผลผลิตเพิ่ม ขณะที่นักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อรอรายงาน WASDE วันที่ 12 ส.ค.นี้

KEY

POINTS

  • ราคาธัญพืชหลักในตลาด CBOT (ข้าวโพด ถั่วเหลือง และข้าวสาลี) ปรับตัวลดลงพร้อมกันจากความกังวลว่าผลผลิตในสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้น
  • ปัจจัยกดดันสำคัญมาจากการคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกในเขตมิดเวสต์ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกสำคัญ และจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของผลผลิต
  • นักลงทุนเทขายสัญญาล่วงหน้าเพื่อรอรายงานอุปทานและอุปสงค์ของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA)  วันที่ 12 ส.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าจะสะท้อนแนวโน้มผลผลิตที่สูงขึ้น

แหล่งข่าววงการค้าเกษตร เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ราคาข้าวโพดโลกปรับตัวลดลงต่อในการซื้อขายที่ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าชิคาโก (CBOT) เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 หลังนักลงทุนให้น้ำหนักกับการคาดการณ์สภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกในเขตมิดเวสต์ของสหรัฐ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวโพดสำคัญของโลก แม้ว่าบางพื้นที่ยังเผชิญสภาพอากาศร้อนและแห้งแล้งก็ตาม

ข้าวโพดดิ่งรับฝนสหรัฐฯ


สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนกันยายน 2569 ปิดที่ 4.4900 ดอลลาร์ต่อบุชเชล ลดลง 9.50 เซนต์ ขณะที่สัญญาเดือนธันวาคมปิดที่ 4.7175 ดอลลาร์ต่อบุชเชล ลดลง 8.75 เซนต์ และสัญญาเดือนมีนาคม 2570 ปิดที่ 4.8725 ดอลลาร์ต่อบุชเชล ลดลง 8.50 เซนต์
แรงกดดันหลักมาจากการคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกหลักในเขต Corn Belt โดยเฉพาะรัฐไอโอวา อิลลินอยส์ เนแบรสกา และกลุ่มรัฐดาโกตา ซึ่งหลายพื้นที่คาดว่าจะได้รับปริมาณฝนประมาณ 0.5-3 นิ้ว ส่งผลให้ตลาดเชื่อว่าความชื้นในดินจะเพิ่มขึ้นและช่วยสนับสนุนการเจริญเติบโตของผลผลิต

 

 

นักลงทุนเทขาย รอ USDA เปิดตัวเลขผลผลิต 12  ส.ค.

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตารายงานประมาณการอุปสงค์และอุปทานสินค้าเกษตรโลก (WASDE) ของกระทรวงเกษตรสหรัฐ (USDA) ซึ่งจะเผยแพร่ในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 โดยตลาดคาดว่าจะสะท้อนแนวโน้มผลผลิตข้าวโพดสหรัฐในฤดูกาล 2569/70 ที่มีโอกาสเพิ่มขึ้น
แม้ราคาข้าวโพดจะถูกกดดันจากแนวโน้มผลผลิตที่ดีขึ้น แต่ตลาดยังได้รับแรงหนุนบางส่วนจากการผลิตเอทานอลของสหรัฐ ซึ่งในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 24 กรกฎาคม เพิ่มขึ้นสู่ระดับเฉลี่ย 1.133 ล้านบาร์เรลต่อวัน จาก 1.094 ล้านบาร์เรลต่อวันในสัปดาห์ก่อน สะท้อนความต้องการใช้ข้าวโพดเป็นวัตถุดิบด้านพลังงานที่ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง
ด้านตลาดถั่วเหลืองปรับตัวลดลงแรง โดยสัญญาเดือนสิงหาคมร่วงกว่า 34 เซนต์ หรือ 2.81% หลังตลาดคาดว่าฝนที่กระจายตัวในพื้นที่เพาะปลูกจะช่วยเพิ่มผลผลิต ขณะเดียวกันยังเผชิญแรงกดดันจากแนวโน้มผลผลิตของบราซิลที่เพิ่มขึ้น และการรอตัวเลขยอดส่งออกประจำสัปดาห์ของสหรัฐ ซึ่งจีนยังถูกจับตาในฐานะผู้ซื้อรายใหญ่

CBOT  ปิดลบทั้งกระดาน

ส่วนตลาดข้าวสาลีปิดในแดนลบตามแรงขายในตลาดข้าวโพดและถั่วเหลือง แม้ในช่วงแรกจะได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดในภูมิภาคทะเลดำ และการปรับลดคาดการณ์การส่งออกข้าวสาลีของรัสเซีย แต่แรงกดดันจากแนวโน้มผลผลิตข้าวสาลีฤดูใบไม้ผลิของสหรัฐที่ออกมาดีกว่าคาด ทำให้ราคากลับมาอ่อนตัวในช่วงท้ายตลาด
ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงหลังธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีมติคงอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์ปิดที่ 100.886 จุด ลดลง 0.52% ซึ่งตลาดยังคงติดตามทิศทางนโยบายการเงินและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลต่อทิศทางราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในระยะต่อไป

 

อัปเดตราคาข้าวโพด ณ วันที่  30 ก.ค.69

ราคาข้าวโพดไทย ณ วันที่ 30 กรกฎาคม 2569