
มิลค์บอร์ดเบรกโควตา นำเข้านมผงรายใหญ่ สั่งรับซื้อน้ำนมดิบส่วนเกินก่อนอนุมัติ
มิลค์บอร์ด ชะลอจัดสรรโควตานำเข้านมผง FTA ให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ พร้อมกำหนดเงื่อนไขรับซื้อน้ำนมดิบส่วนเกินก่อนอนุมัติ ขณะที่ผู้ประกอบการที่ไม่รับซื้อน้ำนมดิบยังได้รับจัดสรรโควตาตามปกติ ด้าน "สหกรณ์วังน้ำเย็น" เสนอผู้นำเข้าทุกรายซื้อนมผงไทยพ่วง 8%
KEY
POINTS
- มิลค์บอร์ดมีมติชะลอการอนุมัติโควตานำเข้านมผงสำหรับผู้ประกอบการรายใหญ่ เพื่อแก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด
- ตั้งเงื่อนไขให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ต้องเสนอแผนรับซื้อน้ำนมดิบส่วนเกินจากเกษตรกรก่อน จึงจะพิจารณาอนุมัติโควตาให้
- มาตรการนี้ไม่กระทบผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่ได้ใช้น้ำนมดิบในประเทศ ซึ่งยังได้รับการจัดสรรโควตาบางส่วนเพื่อประคองธุรกิจ
กระทรวงการต่างประเทศ แจ้งผลการหารือกับนิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย เรื่องปัญหาการส่งออกนมผงขาดมันเนยมายังประเทศไทย ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่าง ไทย - ออสเตรเลีย และ ไทย – นิวซีแลนด์ โดยทั้ง 2 ประเทศยังคงเห็นว่ากระบวนการนำเข้านมผงขาดมันเนยในลักษณะแบ่งเป็น 2 ช่วง ถือเป็นมาตรการจำกัดปริมาณและช่วงเวลาของการนำเข้า
ทั้งนี้แม้ไทยจะได้อนุมัติ 100% ของปริมาณนำเข้าที่ภาคเอกชนไทยร้องขอเพื่อเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อการส่งออก แต่ไม่สอดคล้องต่อพันธกรณีภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ซึ่งทาง 2 ประเทศเร่งรัดแก้ไขปัญหาให้เสร็จก่อนการเดินทางเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีที่คาดว่าจะเป็นช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2569
“กลุ่ม 1” ชะลอ- บีบรับซื้อน้ำนมดิบแลกนำเข้านมผงเพิ่ม
แหล่งข่าวจากที่ประชุมคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (มิลค์บอร์ด) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงความคืบหน้าการจัดสรรโควตานำเข้านมผงภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ไทย-ออสเตรเลีย และไทย-นิวซีแลนด์ ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการจัดสรรโควตาให้แก่ผู้ประกอบการบางส่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในการดำเนินธุรกิจ แต่ยังคงมีความเข้มงวดในกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ใช้น้ำนมดิบในประเทศเป็นหลัก เฉพาะกลุ่มนิติบุคคลที่ 2 ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่ได้ซื้อน้ำนมดิบในประเทศ
โดยให้เหตุผลว่าผู้ประกอบการกลุ่มนี้ เช่น โรงงานผลิตไอศกรีม หรือขนมหวาน ส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดเล็กที่ไม่มีแผนผังการผลิต หรือสายการผลิตที่เกี่ยวข้องกับการใช้น้ำนมดิบโดยตรง ดังนั้น การนำเข้านมผงจึงเป็นวัตถุดิบหลักที่จำเป็นต่อการประคองธุรกิจให้เดินหน้าต่อไปได้ และไม่ควรถูกนำมาเป็น “ตัวประกัน” ในปัญหาเรื่องน้ำนมดิบล้นตลาดที่พวกเขามิได้มีส่วนเกี่ยวข้อง
สำหรับกลุ่มนิติบุคคลที่ 1 ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ที่รับซื้อน้ำนมดิบในประเทศและนำมาใช้เป็นเงื่อนไขในการขอโควตานำเข้านมผงนั้น ที่ประชุมยังให้ชะลอการอนุมัติไว้ก่อน เนื่องจากขณะนี้มีปัญหาน้ำนมดิบในประเทศล้นระบบ
อย่างไรก็ดีในที่ประชุมมิลค์บอร์ดได้มอบหมายให้ผู้ประกอบการกลุ่มที่ 1 กลับไปพิจารณาว่า จะสามารถยื่นมือเข้ามาช่วยรับซื้อน้ำนมดิบส่วนเกินที่เหลืออยู่ได้อีกจำนวนเท่าใด โดยมีการจัดตั้งคณะทำงานชุดเล็กขึ้นมาพิจารณาในรายละเอียด เพื่อหาทางออกให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม
“ทางเกษตรกรเขามีเงื่อนไขง่าย ๆ คือ ถ้าเขาสามารถขายน้ำนมดิบได้ ก็ไม่ติดขัดเรื่องการนำเข้านมผง แต่ขอให้ผู้ประกอบการช่วยดูแลน้ำนมดิบในประเทศให้เรียบร้อยก่อนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ส่วนการนำเข้าในกรอบองค์การการค้าโลก หรือ WTO และ กลุ่ม 2 เนื่องจากเป็นโควตาตามรอบปกติที่ผูกพันกับบันทึกความเข้าใจ (MOU) การจัดซื้อน้ำนมดิบอยู่แล้ว จึงไม่มีปัญหาในส่วนนี้”
สถานการณ์หลังจากนี้จึงต้องจับตาดูว่า ผู้ประกอบการกลุ่มที่ 1 จะสรุปตัวเลขการรับซื้อน้ำนมดิบส่วนเกินอย่างไร เพื่อแลกกับการปลดล็อกโควตานำเข้านมผงจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งถือเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมนมไทย
บังคับ "ซื้อนมผงไทย 8% ของยอดนำเข้า" แก้น้ำนมล้น
ด้าน นายอำนวย ทงก๊ก ประธานกรรมการและประธานที่ปรึกษากรรมการสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด กล่าวว่า สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดจนเกษตรกรต้องเทนมทิ้งในปัจจุบัน เกิดจากการนำเข้านมผงจากต่างประเทศทั้งในและนอกโควตาที่มีปริมาณรวมกันสูงถึง 90,000 ตันต่อปี ประกอบกับบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นมรายใหญ่ในไทยหลายแห่งที่มีชื่อเป็นแบรนด์ต่างชาตินั้น แท้จริงแล้วทำหน้าที่เป็นเพียงตัวแทนนำเข้านมผงจากต่างประเทศมาใช้ในประเทศเป็นหลัก
“เพื่อแก้ไขปัญหานี้ได้ให้มีการหารือกับปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ถึงมาตรการบังคับใช้สัดส่วนการซื้อนมผงในประเทศควบคู่กับการนำเข้า โดยกำหนดว่าหากผู้ประกอบการต้องการนำเข้านมผงจากต่างประเทศ 100 ส่วน จะต้องซื้อนมผงที่ผลิตในประเทศไทยในสัดส่วน 8% หรือเท่ากับนำเข้าได้ 92 ส่วน และต้องซื้อของไทย 8 ส่วน
“มาตรการนี้จะครอบคลุมทุกกลุ่มผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่ซื้อน้ำนมดิบอยู่เดิม หรือกลุ่มที่ไม่เคยซื้อน้ำนมดิบเลย ต่อไปนี้หากคุณจะนำเข้านมผง คุณต้องซื้อนมผงที่ผลิตในไทยพ่วงไปด้วยในสัดส่วน 8% เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรในประเทศ”
การันตีคุณภาพนมผงไทยระดับโลก
ในส่วนของมาตรฐานการผลิต นายอำนวยยืนยันว่า นมผงของสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็นมีคุณภาพมาตรฐานเทียบเท่าต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนมผงธรรมดา หรือนมผงพร่องมันเนย (Skim Milk) โดยห้องแล็บของสหกรณ์ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับ A ของโลก และตัวโรงงานอยู่ในระดับ B ซึ่งถือว่าสูงมากในระดับสากล
“เราทำธุรกิจในเมืองไทย ขายคนไทย ก็ควรต้องสนับสนุนของไทย มาตรการนี้จะทำให้วิน-วินทั้งสองฝ่าย รัฐบาลไม่ต้องนำเงินงบประมาณมาอุดหนุนส่วนต่างบ่อยๆ และหากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวในปีหน้า เชื่อว่าราคานมผงจะปรับตัวสูงขึ้นและจะกลับมาแย่งกันซื้อน้ำนมดิบอีกครั้งแน่นอน” นายอำนวย กล่าวทิ้งท้าย
หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,222 วันที่ 30 กรกฎาคม - 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569







