
ไทยปิดดีลซื้อข้าวโพดสหรัฐฯ ส่งมอบ ก.ย.-ต.ค. ราคาอ้างอิง 8.99 บาท/กิโลกรัม
ตลาดสินค้าเกษตรโลกสะพัด ไทยปิดดีลซื้อข้าวโพดสหรัฐฯ รับมอบไตรมาส 4 ราคาอ้างอิง 8.99 บาทต่อกิโลกรัม นายกค้าพืชไร่ ตั้งคำถาม นโยบายรัฐสวนทาง แบนปลูก GMO แต่เปิดนำเข้า แฉโรงงานอาหารสัตว์ปิดรับซื้อ ทำราคาดิ่ง
KEY
POINTS
- ประเทศไทยสั่งซื้อข้าวโพดจากสหรัฐฯ กำหนดส่งมอบช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม ซึ่งตรงกับฤดูเก็บเกี่ยวของไทย ในราคาอ้างอิง 8.99 บาทต่อกิโลกรัม
- สมาคมการค้าพืชไร่มองว่าการนำเข้าครั้งนี้เป็นความผิดพลาดของภาครัฐที่จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรและทำให้ราคาผลผลิตในประเทศตกต่ำ
- เกิดข้อวิจารณ์ต่อนโยบายของรัฐบาลที่ห้ามเกษตรกรไทยปลูกข้าวโพด GMO แต่กลับอนุญาตให้นำเข้าข้าวโพด GMO จากต่างประเทศได้
ไทยช้อปข้าวโพดสหรัฐฯ
แหล่งข่าวในวงการการค้าพืชไร่ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า รายงานตลาดสินค้าเกษตรโลกช่วงวันที่ 16-17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้สั่งซื้อข้าวโพดจากสหรัฐอเมริกา เพื่อขนส่งในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม และมีกำหนดทยอยส่งมอบในไตรมาส 4 ของปีนี้แม้จะไม่มีการเปิดเผยราคาซื้อขายอย่างเป็นทางการ แต่ระดับราคาอ้างอิง (Replacement Level) แบบ CFR Asia ณ วันที่ 16 กรกฎาคม อยู่ที่ 267.43 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน หรือประมาณ 8.99 บาทต่อกิโลกรัม (คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน 33.65 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ)
ขณะที่ประเด็นการนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ กำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิด นายเทอดศักดิ์ ลาภจิตรกุศล นายกสมาคมการค้าพืชไร่ กล่าวว่า การอนุญาตให้นำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐอเมริกาในช่วงเวลานี้ ถือเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ของภาครัฐ เพราะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศ ในช่วงเดือนกรกฎาคมได้เกิดความผิดปกติในตลาด
เมื่อผู้ประกอบการรายใหญ่หลายแห่งประกาศหยุดรับซื้อข้าวโพดและปิดโรงงานทุกแห่ง โดยให้เหตุผลว่าเป็นช่วงนอกฤดูกาล (Low Season) หรือปิดเพื่อปรับปรุงโรงงาน ส่งผลให้เกษตรกรจำนวนมากไม่สามารถระบายผลผลิตได้ และเกิดความกังวลว่าการนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศจะยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ราคาข้าวโพดในประเทศให้รุนแรงยิ่งขึ้น
แฉกลยุทธ์ "บีบซื้อ-กดราคา" ทำลายกลไกตลาด
นายเทอดศักดิ์ ระบุว่าจากการคร่ำหวอดในวงการมานานกว่า 50 ปี ไม่เคยเห็นพฤติกรรมการปิดโรงงานในลักษณะนี้มาก่อน แต่มักพบกลยุทธ์การหาเรื่องกดราคาในช่วงที่เกษตรกรกำลังจะส่งมอบสินค้า เช่น การลดโควตารับซื้อจากวันละ 10 คันเหลือเพียง 5 คัน เพื่อให้เกิดการรอคอยจนราคาดิ่งลงต่ำสุด
"พอเราไม่ขาย เขาก็หาว่ากักตุนสินค้า พูดเองเออเองฝ่ายเดียว ทั้งที่คนกลางอย่างพวกเราเป็นผู้สนับสนุนเกษตรกร ตั้งแต่ให้เมล็ดพันธุ์จนถึงการแปรรูปเบื้องต้นเพื่อให้ชาวบ้านอยู่ได้ แต่ถ้ารัฐบาลยังปล่อยให้บริหารจัดการผิดพลาดแบบนี้ เกษตรกรไทยอยู่ไม่ได้แน่ ขนาดคนเลี้ยงวัวตอนนี้ยังต้องขายวัวทิ้งเพราะสู้ค่าอาหารไม่ไหว" นายกสมาคมการค้าพืชไร่ กล่าวด้วยความอัดอั้น
ย้อนศรนโยบาย GMO "ไม่ให้เราปลูกแต่ให้เขานำเข้า"
ส่วนประเด็นที่เป็นข้อกังขาอย่างมากคือ นโยบายความลักลั่นของกระทรวงฯ และรัฐบาลไทย ที่ไม่อนุญาตให้เกษตรกรไทยปลูกข้าวโพด GMO แต่กลับเปิดทางให้มีการนำเข้าข้าวโพดที่เป็น GMO เข้ามาในราชอาณาจักรได้
"ถ้าไม่ให้เราปลูกแต่ให้เขานำเข้า มันหมายความว่าอย่างไร ข้ออ้างเรื่องสินค้าขาดแคลนเป็นเพียงการหาเหตุผลเพื่อจะซื้อของถูกโดยไม่เห็นใจชาวไร่ ถ้าจะเป็นอย่างนี้ก็อนุญาตให้เราปลูก GMO ไปเลยจะได้จบเรื่อง ไม่ต้องมาทะเลาะกัน"
แฉโครงการประกันราคา "มีแต่ในกระดาษ"
ในส่วนของโครงการประกันราคาที่ 9.80 บาท นายเทอดศักดิ์ระบุว่าในทางปฏิบัติไม่เคยเกิดขึ้นจริง ปีที่ผ่านมาเกษตรกรขายได้จริงเพียง 9.20 บาทเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องการคัดเกรดสินค้าที่ไร้มาตรฐาน โดยทางโรงงานมักจะกดเกรดข้าวโพดไทยให้เป็นเบอร์ 3, 4 หรือ 5 เพื่อลดราคาซื้อลงเสมอ ขณะที่การนำเข้าข้าวโพด DDGS (กากข้าวโพดที่เหลือจากการทำเอทานอล) แม้จะมีปัญหาเรื่องมอดหรือคุณภาพต่ำกว่า โรงงานกลับยอมรับซื้อและนำมาใช้งานได้
ท้อแท้เตรียมลาออก จี้รัฐทบทวนก่อนเกษตรกรล่มสลาย
ปัจจุบันเกษตรกรไทยต้องแบกรับภาระต้นทุนสูงขึ้นจากการใช้รถเกี่ยว ซึ่งทำให้ความชื้นในข้าวโพดสูงถึง 30% เมื่อเจอกับมาตรการกดราคาและการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม ซึ่งเป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยวของไทย ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายลง
นายเทอดศักดิ์ ทิ้งท้ายว่า "ผมเห็นนโยบายแบบนี้มา 10 กว่าปี นับวันยิ่งโหดร้ายขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้ผมทำใจไม่ได้แล้ว คิดว่าจะลาออกจากตำแหน่งนายกสมาคมฯ เพราะอยู่ไปก็ไม่รู้จะช่วยชาวบ้านอย่างไร ในเมื่อรัฐบาลไม่ยอมรับฟังความจริงและยังเปิดทางให้นำเข้าข้าวโพดจากข้างนอกเข้ามาทำลายอาชีพคนไทยด้วยกันเอง"







