
ปาล์มทะยาน 8.50 บาท ยางพักฐาน 92 บาท ข้าวราคานิ่ง สัปดาห์หน้าเกษตรยังผันผวน
ราคาสินค้าเกษตรสัปดาห์ที่ผ่านมา(13-17 ก.ค. 2569) “ปาล์มน้ำมัน-สุกร-ไก่” ขยับขึ้นรับอุปทานตึงตัว ขณะที่ยางพาราพักฐานหลังทำสถิติสูงสุดรอบ 14 ปี ด้านข้าวยังทรงตัวท่ามกลางแรงกดดันตลาดส่งออก
KEY
POINTS
- ราคาปาล์มน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นถึง 8.50 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากสต็อกน้ำมันปาล์มดิบในประเทศลดลงต่ำ
- ราคายางพาราเข้าสู่ช่วงพักฐานที่ประมาณ 92 บาทต่อกิโลกรัม หลังจากที่เคยพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 14 ปี
- ราคาข้าวในประเทศยังคงทรงตัว แม้ว่าราคาส่งออกจะเริ่มอ่อนตัวลงจากการแข่งขันในตลาดโลก
- แนวโน้มสัปดาห์หน้าคาดว่าราคาสินค้าเกษตรโดยรวมจะยังคงผันผวน โดยมีค่าเงินบาทและราคาพลังงานเป็นตัวแปรสำคัญ
“ฐานเศรษฐกิจ” เกาะติด สถานการณ์สินค้าเกษตรในช่วงวันที่ 13-17 กรกฎาคม 2569 พบว่าราคาสินค้าเกษตรสำคัญมีทิศทางแตกต่างกัน โดยกลุ่มพืชเศรษฐกิจบางรายการได้รับแรงหนุนจากภาวะอุปทานตึงตัว ขณะที่สินค้าบางชนิดยังเผชิญแรงกดดันจากตลาดโลกและการส่งออก
โดย ปาล์มน้ำมัน สุกร และไก่เนื้อ เป็นกลุ่มที่ราคาปรับตัวดีขึ้น ส่วนยางพาราเริ่มเข้าสู่ช่วงพักฐานหลังราคาพุ่งสูงสุดในรอบ 14 ปี ขณะที่ข้าวยังทรงตัว แม้ราคาส่งออกเริ่มอ่อนตัวลง
ปาล์มน้ำมันแรง สต็อก CPO ต่ำหนุนราคาขยับ
ราคาปาล์มน้ำมันยังเป็นสินค้าที่โดดเด่นที่สุดในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยราคาผลปาล์มสดหน้าโรงงานปรับขึ้นมาอยู่ที่ 8.00-8.50 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ในประเทศอยู่ที่ 37.75-39.75 บาทต่อกิโลกรัม ปัจจัยสำคัญมาจากปริมาณสต็อกน้ำมันปาล์มดิบในประเทศที่ลดลงเหลือประมาณ 298,993 ตัน ณ วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 จากต้นปีที่เคยสูงกว่า 370,000 ตัน ทำให้โรงสกัดและลานเทแข่งขันกันรับซื้อผลผลิตเพื่อรักษาวัตถุดิบเข้าสู่ระบบ
นอกจากนี้ มาตรการจำกัดการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบของภาครัฐยังช่วยพยุงราคาภายในประเทศ โดยทำให้ราคา CPO ไทยอยู่สูงกว่าตลาดมาเลเซีย ซึ่งอยู่ประมาณ 37.10-37.62 บาทต่อกิโลกรัม
สำหรับสัปดาห์หน้า คาดว่าราคาผลปาล์มสดจะเคลื่อนไหวในกรอบ 8.00-8.60 บาทต่อกิโลกรัม จากแรงหนุนด้านสต็อกที่อยู่ระดับต่ำ และความต้องการใช้ในภาคพลังงาน โดยเฉพาะการผลิตไบโอดีเซล
ยางพาราพักฐาน หลังแตะสูงสุดรอบ 14 ปี
ด้านราคายางพาราเริ่มเข้าสู่ช่วงปรับฐาน หลังจากก่อนหน้านี้ปรับตัวขึ้นแรง โดยราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 ตลาดกลางยางพาราสงขลา ขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 94.19 บาทต่อกิโลกรัม วันที่ 15 กรกฎาคม ก่อนปรับลดลงมาอยู่ที่ 92.51 บาทต่อกิโลกรัม วันที่ 17 กรกฎาคม 2569
ปัจจัยกดดันมาจากอุปทานยางในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มเพิ่มขึ้น หลังสภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการกรีดยาง ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลงมาปิดที่ 84.23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลกดดันต่อราคายางในฐานะสินค้าโภคภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับราคาน้ำมัน อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทที่อ่อนค่ามาปิดที่ 33.61 บาทต่อดอลลาร์ ยังช่วยพยุงราคาส่งออกในรูปเงินบาท
แนวโน้มสัปดาห์หน้า คาดราคายางจะแกว่งตัวในกรอบจำกัด เพื่อสร้างฐานราคาใหม่ โดยมีแนวรับประมาณ 91.50 บาทต่อกิโลกรัม
ข้าวราคานิ่ง ส่งออกชะลอกดดันตลาด
ตลาดข้าวยังอยู่ในภาวะทรงตัว แม้ภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือผ่านโครงการดูดซับข้าวเปลือกนาปรังเพิ่มราคา 300 บาทต่อตัน เพื่อพยุงราคาภายในประเทศ ราคาข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิ 105 เฉลี่ยอยู่ที่ 17,738.33 บาทต่อตัน ส่วนข้าวเปลือกเจ้า 15% จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อยู่ที่ 8,900 บาทต่อตัน
ขณะที่สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย รายงานว่า ราคาข้าวสารในประเทศและตลาดส่งออกปรับลดลง โดยข้าวขาว 100% ชั้น 2 ลดจากกระสอบละ 1,420 บาท เหลือ 1,390 บาท และราคาส่งออก FOB ลดจาก 473 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เหลือ 463 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน
แนวโน้มสัปดาห์หน้า คาดว่าราคาข้าวจะยังเคลื่อนไหวในระดับทรงตัว โดยต้องติดตามสถานการณ์การแข่งขันในตลาดโลกและคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ
สุกร-ไก่เนื้อฟื้น รับต้นทุนอาหารสัตว์ยังสูง
ด้านสินค้าเกษตรกลุ่มปศุสัตว์ ราคาปรับตัวดีขึ้น โดยราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มสัปดาห์ที่ 29/2569 ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 64-70 บาทต่อกิโลกรัม ตามภูมิภาค โดยภาคเหนือและภาคใต้ปรับสูงสุดที่ 70 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ภาคตะวันออกอยู่ที่ 66-69 บาทต่อกิโลกรัม
ส่วนราคาไก่เนื้อมีชีวิตหน้าฟาร์มปรับเพิ่มจาก 41 บาท เป็น 43 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ไข่ไก่ยังทรงตัวที่ราคาแนะนำ 3.80 บาทต่อฟอง
สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติและหน่วยงานด้านปศุสัตว์ประเมินว่า ราคาปศุสัตว์ระยะต่อไปมีแนวโน้มทรงตัวในทิศทางบวก จากต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ยังอยู่ในระดับสูง
ข้าวโพด-ถั่วเหลืองจับตาต้นทุนอาหารสัตว์
ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศยังทรงตัวที่ 792 บาทต่อหาบ ณ ไซโลโรงงานอาหารสัตว์ แม้ตลาดโลกปรับลดลง หลัง USDA รายงานว่าสภาพผลผลิตข้าวโพดสหรัฐฯ ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม แนวโน้มในประเทศคาดว่าราคาอาจปรับเพิ่มขึ้น จากความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์
ส่วนกากถั่วเหลืองนำเข้า ราคาทรงตัวที่ 16 บาทต่อกิโลกรัม โดยตลาดโลกได้รับแรงกดดันจากผลผลิตถั่วเหลืองสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะสูงเป็นประวัติการณ์ แต่ยังต้องติดตามผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างประเทศที่อาจทำให้ค่าระวางเรือเพิ่มขึ้น
จับตาสัปดาห์หน้า บาทอ่อน-พลังงานโลก ตัวแปรสำคัญ
ภาพรวมตลาดสินค้าเกษตรในสัปดาห์หน้า ยังคงต้องติดตาม 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ทิศทางค่าเงินบาท ราคาพลังงานโลก และสถานการณ์อุปทานสินค้าเกษตร โดยเงินบาทที่อ่อนค่าเป็นแรงหนุนสินค้าเกษตรส่งออก
ขณะที่ราคาน้ำมันโลกและต้นทุนขนส่งอาจกลับมากดดันต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะกลุ่มปศุสัตว์และอาหารสัตว์ ขณะที่ปาล์มน้ำมันยังมีแนวโน้มเป็นสินค้าที่ต้องจับตา หลังระดับสต็อก CPO ต่ำและมาตรการภาครัฐยังช่วยรักษาเสถียรภาพราคาในประเทศ







