thansettakij
thansettakij
เอกชนหนุนแยกค่าไฟ Data Center ชี้นักลงทุนห่วงความมั่นคงระบบไฟ มากกว่าราคา

เอกชนหนุนแยกค่าไฟ Data Center ชี้นักลงทุนห่วงความมั่นคงระบบไฟ มากกว่าราคา

18 ก.ค. 69 | 04:55 น.
อัปเดตล่าสุด :18 ก.ค. 69 | 04:57 น.

ภาคเอกชน หนุน กพช.แยกอัตราค่าไฟ Data Center สะท้อนต้นทุนจริง ชี้นักลงทุนระดับโลกไม่ได้กังวลค่าไฟแพง แต่ต้องการไฟฟ้าที่เพียงพอ เสถียร และมั่นคง พร้อมแนะรัฐเร่งสร้างความเชื่อมั่นรองรับการลงทุน AI และดาต้าเซ็นเตอร์

KEY

POINTS

  • ภาคเอกชนสนับสนุนมติ กพช. ในการแยกอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับ Data Center เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและไม่ผลักภาระให้ประชาชน
  • นักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญกับความมั่นคง เสถียรภาพ และความเพียงพอของระบบไฟฟ้า มากกว่าประเด็นเรื่องราคาค่าไฟฟ้า
  • การกำหนดอัตราค่าไฟเฉพาะสำหรับ Data Center เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟฟ้าเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ภายหลังคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเห็นชอบ 7 มาตรการปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟฟ้า โดยกำหนดอัตราค่าไฟเฉพาะสำหรับ Data Center แยกจากผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป ภาคเอกชนมองว่าเป็นแนวทางที่เหมาะสมและสอดคล้องกับแนวปฏิบัติในหลายประเทศ แต่สิ่งที่นักลงทุนให้ความสำคัญมากกว่าราคาค่าไฟ คือความมั่นคงของระบบไฟฟ้า

หนุนแยกค่าไฟ Data Center สะท้อนต้นทุนจริง

ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฎ นายกสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ และที่ปรึกษาคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า เห็นด้วยกับมติ กพช.ที่จะกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าเฉพาะสำหรับ Data Center โดยแยกจากผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป เนื่องจาก Data Center เป็นกิจการที่ใช้ไฟฟ้าปริมาณมหาศาล และต้องการไฟฟ้าสะอาด ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่าไฟฟ้าทั่วไป

ดร.สัมพันธ์ ศิลปะนาฎ นายกสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ และที่ปรึกษาคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

 

ดังนั้น หากผู้ประกอบการต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาดในปริมาณมากและต้องการเชื่อมต่อระบบอย่างรวดเร็ว ก็ควรเป็นผู้รับภาระต้นทุนส่วนเพิ่มดังกล่าว เพื่อไม่ให้ต้นทุนถูกผลักไปยังผู้ใช้ไฟฟ้าภาคส่วนอื่น

ทั้งนี้ มติดังกล่าวสอดคล้องกับหนึ่งใน 7 มาตรการของ กพช. ที่กำหนดให้ Data Center ใช้อัตราค่าไฟฟ้าที่สะท้อนต้นทุนจริง เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องรับภาระต้นทุนการลงทุนระบบโครงข่ายไฟฟ้า

มาเลเซียเก็บ Funding ผู้ใช้ไฟสะอาด

ดร.สัมพันธ์ กล่าวว่า หลายประเทศมีแนวทางบริหารต้นทุนลักษณะเดียวกัน ยกตัวอย่างประเทศมาเลเซียที่จัดเก็บเงินเข้ากองทุน (Funding) ถึง 9 กองทุน สำหรับผู้ที่ต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาด เพื่อนำเงินไปใช้ในการวิจัย พัฒนา และสนับสนุนระบบพลังงานในอนาคต

สำหรับประเทศไทย แนวคิดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนก็อยู่ระหว่างการหารือเช่นกัน ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ช่วยให้ผู้ใช้ไฟฟ้าแต่ละกลุ่มรับผิดชอบต้นทุนของตนเอง และทำให้โครงสร้างค่าไฟมีความเป็นธรรมมากขึ้น

โจทย์ใหญ่ไม่ใช่ค่าไฟ แต่คือไฟต้องพอและมั่นคง

อย่างไรก็ตาม ดร.สัมพันธ์ มองว่า ประเด็นที่นักลงทุนระดับโลกให้ความสำคัญมากกว่าราคาค่าไฟ คือความพร้อมของระบบไฟฟ้า โดยนักลงทุนระดับ Big Investment ไม่ได้กังวลว่าค่าไฟจะสูงขึ้นเท่าไร แต่กังวลว่าจะได้ไฟเมื่อไร ระบบมีไฟฟ้าเพียงพอหรือไม่ และมีความเสถียรกับความมั่นคงเพียงใด

ทั้งนี้แม้การลงทุน Data Center จะถูกตั้งคำถามว่าจ้างงานไม่มาก แต่ใช้ไฟฟ้าและน้ำในปริมาณสูง ขณะเดียวกันก็เป็นอุตสาหกรรมที่สร้างโอกาสในการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และยกระดับผู้ประกอบการ SME รวมถึงภาคการศึกษาของไทย ปัจจุบันนักลงทุนส่วนใหญ่ยังรอความชัดเจนเรื่องไฟฟ้าสะอาด ขณะที่นักลงทุนจากยุโรปให้ความสำคัญกับประเด็นดังกล่าวมากเป็นพิเศษ

หนุนปฏิรูปค่าไฟ เพิ่มศักยภาพแข่งขันประเทศ

ดร.สัมพันธ์ ยังสนับสนุนมติ กพช.ที่ให้แยกค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิลค่าไฟบ้าน โดยมองว่าเป็นเรื่องที่ควรดำเนินการมานานแล้ว แม้มูลค่าที่ประชาชนได้รับอาจไม่มากนัก แต่ถือเป็นการสร้างความโปร่งใสและธรรมาภิบาลในการจัดเก็บค่าไฟ

"ใครควรรับผิดชอบต้นทุนส่วนใด ก็ควรเป็นผู้รับผิดชอบต้นทุนนั้น ไม่ควรนำภาระมารวมไว้กับประชาชน" ดร.สัมพันธ์ ระบุ

พร้อมกันนี้ ยังเห็นว่า 7 มาตรการของ กพช. ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเสรีซื้อขายไฟฟ้าสะอาด (Direct PPA) การกำหนดอัตราค่าไฟสำหรับ Data Center การทบทวนสัญญา Adder และการปรับโครงสร้างค่าไฟ ล้วนเป็นการปฏิรูประบบไฟฟ้าไทยที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้ง Data Center, Semiconductor และยานยนต์ไฟฟ้า (EV)