
จับตาราคาสินค้าเกษตรสัปดาห์นี้ ข้าวลง ยางพักฐานหลังนิวไฮ 14 ปี ปาล์มฟื้น
ภาวะสินค้าเกษตรรอบสัปดาห์ พบ "ข้าว" ราคาปรับลดลง "ยางพารา" พักฐานหลังทำสถิติสูงสุดในรอบ 14 ปี ขณะที่ "ปาล์มน้ำมัน" ยังฟื้นต่อจากแรงหนุนอุปสงค์และมาตรการรัฐ จับตาสัปดาห์นี้ทิศทางราคาท่ามกลางปัจจัยอากาศ ตลาดโลก และค่าเงินบาท
KEY
POINTS
- ราคาข้าวทั้งในประเทศและส่งออกปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง จากตลาดส่งออกที่ชะลอตัว
- ราคายางพาราเริ่มปรับฐานและชะลอตัวลง หลังพุ่งทำสถิติสูงสุดในรอบ 14 ปี จากแรงขายทำกำไรและราคาน้ำมันดิบที่ลดลง
- ราคาปาล์มน้ำมันฟื้นตัวและปรับเพิ่มขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้ในประเทศ โดยเฉพาะภาคไบโอดีเซล
"ฐานเศรษฐกิจ" ติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตรสำคัญของไทยในรอบสัปดาห์ 29 มิถุนายน-3 กรกฎาคม 2569 พบว่าภาพรวมราคายังเคลื่อนไหวแตกต่างกันตามปัจจัยตลาดโลกและอุปสงค์ในประเทศ โดย ข้าวปรับตัวลดลง ยางพาราพักฐานหลังพุ่งแรง ส่วนปาล์มน้ำมันยังทยอยฟื้นตัว ขณะที่สินค้าเกษตรและปศุสัตว์อื่น ๆ ส่วนใหญ่ยังทรงตัว มีเพียงไก่เนื้อที่ปรับเพิ่มขึ้น
ข้าวยังอ่อนตัว ตลาดส่งออกชะลอ
ข้อมูลจากสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ระบุว่า ราคาข้าวในประเทศและราคาส่งออกปรับลดลงต่อเนื่องในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยข้าวขาว 100% ชั้น 2 ลดจากกระสอบละ 1,520 บาท เหลือ 1,470 บาท ส่วนปลายข้าว เอ.วัน.เลิศ ลดจาก 1,250 บาท เหลือ 1,230 บาท
ด้านราคาส่งออก (FOB) ข้าวขาว 100% ชั้น 2 ลดจาก 503 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เหลือ 490 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ขณะที่ปลายข้าว เอ.วัน.เลิศ ลดจาก 421 ดอลลาร์สหรัฐ เหลือ 416 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มในสัปดาห์ 6-10 กรกฎาคม 2569 คาดว่าราคาข้าวจะ ทรงตัว หลังตลาดเริ่มซึมซับปัจจัยด้านอุปทานและการค้าแล้ว
ยางพักฐาน แต่ยังไม่หลุดขาขึ้น
ราคายางพาราในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาเริ่ม ปรับฐานหลังทำสถิติสูงสุดในรอบ 14 ปี โดยยางแผ่นรมควันชั้น 3 (RSS3) ลดจาก 88.01 บาท เหลือ 86.95 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ยางแผ่นดิบคุณภาพดี (USS) ลดลงมาอยู่ที่ 81.60 บาทต่อกิโลกรัม และน้ำยางสดลดลงเหลือ 74.50 บาทต่อกิโลกรัม
ปัจจัยกดดันราคามาจากตลาดยางล่วงหน้าต่างประเทศอ่อนตัว การขายทำกำไรของผู้ค้า และราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับลดลง ส่งผลให้ยางสังเคราะห์มีต้นทุนต่ำลง
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีแรงหนุนจากฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้ปริมาณยางออกสู่ตลาดลดลง รวมถึงความกังวลต่อความเสี่ยงจาก ซูเปอร์เอลนีโญ ที่อาจกระทบผลผลิตในช่วงปลายปี ขณะที่ยางมาตรฐาน EUDR ยังจำหน่ายได้ในระดับพรีเมียมที่ 88.10 บาทต่อกิโลกรัม
ข้อมูลจากการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ตลาดกลางยางพารา และสมาคมประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติ (ANRPC) ประเมินว่า สัปดาห์นี้ราคายางมีแนวโน้ม Sideway Up โดยยางแผ่นรมควันชั้น 3 มีโอกาสทดสอบระดับ 88-90 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่น้ำยางสดคาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 74-78 บาทต่อกิโลกรัม โดยต้องติดตามสถานการณ์ฝนในภาคใต้และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าซึ่งช่วยหนุนการส่งออก
ปาล์มน้ำมันยังฟื้น รับแรงหนุนไบโอดีเซล
ราคาปาล์มน้ำมันยังเป็นสินค้าเกษตรที่เคลื่อนไหวในทิศทางบวก โดยราคาผลปาล์มทะลายเฉลี่ยคุณภาพน้ำมัน 18% ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพิ่มจากเฉลี่ย 8.00 บาทต่อกิโลกรัม ในสัปดาห์ก่อน เป็นประมาณ 8.30 บาทต่อกิโลกรัม หรือเพิ่มขึ้นราว 3.8%
แรงหนุนสำคัญมาจากความต้องการใช้น้ำมันปาล์มในประเทศ โดยเฉพาะภาคไบโอดีเซล ประกอบกับมาตรการส่งเสริมพลังงานทดแทนของหลายประเทศ รวมถึงแผนของรัฐบาลในการปรับสัดส่วนการใช้น้ำมันดีเซลจาก B5 เป็น B7 เพื่อช่วยดูดซับผลผลิตและรักษาเสถียรภาพราคา
อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามปริมาณผลผลิตที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในปีนี้ ความผันผวนของราคาน้ำมันพืชโลก รวมถึงกฎ EUDR ของสหภาพยุโรป ซึ่งอาจเพิ่มต้นทุนผู้ประกอบการส่งออก โดยภาพรวมสัปดาห์นี้คาดว่าราคาปาล์มยังเคลื่อนไหวในระดับดี แม้อาจแกว่งตัวตามปัจจัยตลาดโลก
ข้าวโพดมีลุ้นขยับขึ้น
ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศยังทรงตัวที่ หาบละ 792 บาท แม้ตลาดล่วงหน้า CBOT จะอ่อนตัวเล็กน้อยจากสภาพอากาศที่เอื้อต่อการเพาะปลูกในสหรัฐฯ แต่ปัจจัยด้านพื้นที่เพาะปลูกและสต็อกสินค้าเกษตรยังช่วยประคองตลาด ส่งผลให้สัปดาห์นี้คาดว่าราคาข้าวโพดในประเทศมีโอกาส ปรับตัวสูงขึ้น
สุกร-ไข่ไก่ทรงตัว ไก่เนื้อปรับขึ้น
ด้านปศุสัตว์ ราคาสุกรหน้าฟาร์มยังทรงตัวทุกภูมิภาคตามข้อมูลของสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ โดยความต้องการบริโภคยังอยู่ในระดับปกติ และคาดว่าราคาจะทรงตัวต่อในสัปดาห์นี้
ส่วนไก่เนื้อปรับขึ้นจาก 39 บาท เป็น 40 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่แนวโน้มสัปดาห์นี้คาดว่าจะทรงตัว ส่วนราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มยังยืนที่ ฟองละ 3.60 บาท และมีแนวโน้มทรงตัวเช่นกัน
กากถั่วเหลืองยังนิ่ง รอตลาดโลกส่งสัญญาณ
กากถั่วเหลืองนำเข้ายังทรงตัวที่ 15.80 บาทต่อกิโลกรัม โดยตลาดโลกยังถูกกดดันจากอุปทานที่อยู่ในระดับสูง แม้จะมีความคาดหวังว่าจีนอาจกลับมาซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นในระยะต่อไป ส่งผลให้แนวโน้มราคานำเข้าในสัปดาห์นี้ยังคง ทรงตัว
สัปดาห์นี้จับตา 4 ปัจจัยกำหนดทิศทางสินค้าเกษตร
ภาพรวมสินค้าเกษตรไทยในสัปดาห์ 6-10 กรกฎาคม 2569 ยังต้องติดตาม 4 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ทิศทางตลาดสินค้าเกษตรโลก สภาพอากาศและฝนในพื้นที่เพาะปลูก ค่าเงินบาท และมาตรการภาครัฐด้านพลังงานและการส่งออก ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางราคาสินค้าเกษตรหลักของไทย โดยคาดว่า ข้าวมีแนวโน้มทรงตัว ยางพารามีโอกาสฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่ปาล์มน้ำมันยังได้รับแรงหนุนและเคลื่อนไหวในระดับดี ส่วนสินค้าเกษตรอื่น ๆ ส่วนใหญ่ยังอยู่ในภาวะทรงตัวหรือปรับขึ้นเล็กน้อยตามภาวะตลาด







