
เช็กเลย พันธุ์ข้าวใหม่ 2569 กรมการข้าวเตรียมรับรอง 4 สายพันธุ์เด่น ผลผลิตสูงสุด 1.2 ตันต่อไร่
วงการข้าวไทยคึกคัก กรมการข้าว เตรียมคลอดพันธุ์ใหม่ปี 2569 ชูผลผลิตสูง ทนโรค ตอบโจทย์ตลาดและสภาพอากาศแปรปรวน จับตา “กข121” ดาวเด่น ผลผลิตทะลุ 1.2 ตันต่อไร่
KEY
POINTS
- กรมการข้าวเตรียมประกาศรับรองพันธุ์ข้าวใหม่ 4 สายพันธุ์ในปี 2569 เพื่อเป็นทางเลือกให้เกษตรกรและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
- พันธุ์เด่นคือ กข121 (ข้าวเจ้าพื้นแข็ง) ให้ผลผลิตสูงสุดถึง 1,200 กิโลกรัมต่อไร่ ทนทานต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและน้ำท่วมฉับพลัน
- อีก 3 พันธุ์ประกอบด้วย กข123 (ข้าวเจ้าพื้นนุ่ม), กข28 (ข้าวเหนียวหอม) และ กขบ1 (ข้าวบาร์เลย์) ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ตลาดผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรม
ความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวของประเทศไทย ในปีการผลิต 2569/70 จำนวน 1.411 ล้านตันข้าวเปลือก คำนวณจากการคาดการณ์พื้นที่ปลูกข้าวของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) พื้นที่นา ประมาณ 60 ล้านไร่ และนาปรัง ประมาณ 10 ล้านไร่ แยกเป็นข้าว 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมไทย ข้าวเจ้า (ข้าวพื้นนุ่ม ข้าวเจ้าพื้นแข็ง) ข้าวเหนียว และข้าวตลาดเฉพาะ โดยมีเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีจากแหล่งต่างๆ ดังนี้
เมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดี จำนวน 730,000 ตัน แยกเป็น
- กรมการข้าว 100,000 ตัน
- ศูนย์จ้าวชุมชน 200,000 ตัน
- สมาคมผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์และภาคเอกชน 400,000 ตัน
- สหกรณ์การเกษตร 30,000 ตัน
ส่งเสริมให้เกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์ใช้เอง หรือมีการแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวระหว่างเกษตรกรด้วยกันอีก 780,000 ตัน
เปิดตัว 4 พันธุ์ข้าวใหม่ ปี 2569
ล่าสุด กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมประกาศรับรองพันธุ์ข้าวใหม่ในปี 2569 จำนวน 4 พันธุ์ ซึ่งเป็นผลจากการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิต รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสร้างทางเลือกใหม่ให้แก่เกษตรกรไทย
เริ่มจากพันธุ์ข้าว กข121 เป็นข้าวเจ้าพื้นแข็ง ไม่ไวต่อช่วงแสง สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 110 วัน มีศักยภาพให้ผลผลิตสูงเฉลี่ยถึง 1,200 กิโลกรัมต่อไร่ จุดเด่นคือทนทานต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและทนน้ำท่วมฉับพลัน เหมาะสำหรับผลิตข้าวนึ่งและผลิตภัณฑ์เส้น
กข123 เป็นข้าวเจ้าพื้นนุ่ม ไวต่อช่วงแสง ปลูกได้เฉพาะนาปี ให้ผลผลิตเฉลี่ย 1,000 กิโลกรัมต่อไร่ มีความต้านทานโรคไหม้ คุณภาพการสีดี และเมล็ดข้าวสุกมีลักษณะค่อนข้างนุ่ม สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน
ขณะที่ กข28 เป็นข้าวเหนียวพันธุ์ใหม่ มีกลิ่นหอม ไวต่อช่วงแสง ปลูกในฤดูนาปี ให้ผลผลิตเฉลี่ย 1,000 กิโลกรัมต่อไร่ เก็บเกี่ยวช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน เหมาะสำหรับพื้นที่ปลูกข้าวเหนียวเชิงพาณิชย์
ส่วน กขบ1 หรือข้าวบาร์เลย์ ถือเป็นอีกทางเลือกของพืชเศรษฐกิจใหม่ มีอายุสั้นเพียง 84 วัน ให้ผลผลิตเฉลี่ย 400 กิโลกรัมต่อไร่ ต้านทานโรคใบจุดสีน้ำตาล และมีคุณภาพมอลต์สูงถึง 85% เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมเบียร์และเครื่องดื่มมอลต์ รวมถึงการปลูกในพื้นที่นาน้ำฝนภาคเหนือตอนบน
การผลักดันพันธุ์ข้าวและพืชพันธุ์ใหม่ในปี 2569 สะท้อนนโยบายของกรมการข้าวที่มุ่งเน้นการพัฒนาพันธุ์พืชให้มีผลผลิตสูง คุณภาพดี อายุสั้น ทนต่อโรคและสภาพอากาศสุดขั้ว ตลอดจนตอบโจทย์ตลาดเฉพาะทาง เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรและเสริมความแข็งแกร่งให้ภาคการเกษตรไทยในระยะยาว
ทั้งนี้พันธุ์ข้าวที่กรมการข้าวผลิตเพื่อจำหน่ายให้เกษตรกรปี 2569
1.ข้าวหอมมะลิ (พันธุ์ข้าว กข15,ขาวดอกมะลิ105) ปริมาณ 34,970 ตัน พันธุ์ ปริมาณ 34,970 ตัน
2.ข้าวหอมไทย (กข99,กข119,ปทุมธานี1) ปริมาณ 6,275 ตัน
3.ข้าวเจ้า
-พื้นแข็ง (กข41,กข49,กข61,กข85,กข107,กข111,ชัยนาท 1,ชีบูกันตัง5 ปริมาณ 35,390 ตัน
-พื้นนุ่ม (กข79,กข113,พิษณุโลก80 ) ปริมาณ 8,085 ตัน
4. ข้าวเหนียว (กข6,กข22,กข24,กข26,สันป่าตอง 1ปริมาณ 15,230 ตัน
5.ข้าวสี (ข้าวสังข์หยดพัทลุง) ปริมาณ 50 ตัน
อัปเดตสถานการณ์ปลูกข้าว
ในปีการผลิต 2569/70 เกษตรกรได้แจ้งขึ้นทะเบียนการเพาะปลูกข้าวนาปี (รอบที่ 1) ข้อมูล ณ วันที่ 15 มิ.ย. 2569 มีเกษตรกรขึ้นทะเบียน 1,454,382 ครัวเรือน ทำการเพาะปลูกแล้ว 18,588,386 ไร่ โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการปลูกมากที่สุด15,507,825 ไร่ รองลงมาคือภาคเหนือ 1,761,265 ไร่ ภาค กลาง 1,319,123 ไร่และภาคใต้ 173 ไร่ ตามลำดับ
ในปีการผลิต 2568/69 พื้นที่เป้าหมายส่งเสริมการปลูกข้าว รวมทั้งประเทศ จำนวน 58,854,000 ไร่ เกษตรกรได้แจ้งขึ้นทะเบียนการเพาะปลูกข้าวนาปี (รอบที่ 1) ข้อมูล ณ วันที่ 15 มิ.ย. 2569 ทำการเพาะปลูกแล้ว 53,708,559 ไร่ จำแนกตามกลุ่มสินค้าข้าว คิดเป็นร้อยละของพื้นที่ปลูกข้าว เปรียบเทียบกับพื้นที่เป้าหมาย โดยพื้นที่ปลูกข้าวรวมทั้งประเทศ คิดเป็นร้อยละ 91.26 ซึ่งเรียงลำดับจากพื้นที่ปลูกข้าวที่เป็นไปตามพื้นที่เป้าหมายส่งเสริมการปลูกข้าวตามกลุ่มสินค้าข้าว เรียงจากมากไปน้อย โดยข้าวตลาดเฉพาะปลูกมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 166.14 รองลงมาคือข้าวหอมมะลิ คิดเป็นร้อยละ 109.22 ข้าวเหนียว คิดเป็นร้อยละ 94.69 ข้าวหอมไทย คิดเป็นร้อยละ 86.10 และข้าวเจ้า คิดเป็นร้อยละ 58.80 ตามลำดับ
ชนิดข้าวที่ปลูกนาไทย
ข้าวหอมไทย ได้แก่ กข33 กข51 กข65 กข67 กข75 ข้าวเจ้าหอมสุพรรณบุรีข้าวเจ้าหอมพิษณุโลก1 ข้าวเจ้า หอมคลองหลวง1 นางมล เอส-4
ข้าวเจ้าพื้นนิ่ม ได้แก่ กข21 กข39 กข53 กข59 กข77 พิษณุโลก60-1 กข45 เจ้าฮ่อ เจ้าลีซอสันป่าตอง เจ้าขาวเชียงใหม่
ข้าวเจ้าพื้นแข็ง เช่น กข1 กข3 กข5 กข7 กข9 กข11 กข13 กข23 กข25 กข27 กข29(ชัยนาท 80) กข31(ปทุมธานี 80) กข35 (รังสิต 80) กข37 กข41 กข47 กข49 กข55 กข57 กข61 กข71 กข73 ชัยนาท1 ชัยนาท2 ลูกแดงปัตตานี เล็บนกปัตตานี สุพรรณบุรี1 สุพรรณบุรี2 สุพรรณบุรี3 สุพรรณบุรี60 สุพรรณบุรี90 สุรินทร์1 พิษณุโลก2 พิษณุโลก60-2 พิษณุโลก3 บางแตน พัทลุง พัทลุง60 เก้ารวง88 ข้าวตาแห้ง17
ขาวปากหม้อ148 เฉี้ยงพัทลุง ชุมแพ60 นางพญา132 น้ำสะกุย19 เผือกน้ำ43 ปทุมธานี60 พวงไร่2 เจ๊กเชย1 ไข่มดริ้น3 ขาวกอเดียว35 ช่อลุง97 เหลืองประทิว123 เหลืองใหญ่148 แก่นจันทร์ ข้าวหลวงสันป่าตอง เข็มทองพัทลุง ปิ่นแก้ว56 เล็บมือนาง111 ตะเภาแก้ว161 พลายงามปราจีนบุรี ข้าวบ้านนา432 เหลืองใหญ่ปราจีนบุรี48 กข17 กข19 หันตรา60 ปราจีนบุรี1 ปราจีนบุรี2 อยุธยา1 กู้เมืองหลวง ดอกพะยอม น้ำรู







