
บุกจับกลางดึก ขบวนการลอบขนอะโวคาโดเถื่อน 38.6 ตัน ค่ากว่า 4.5 ล้าน
ลุยตี 3 ทลายขบวนการอะโวคาโดเถื่อน ยึด 38.6 ตัน มูลค่า 4.5 ล้าน ศพร.ปิดเกมลักลอบข้ามแดน ขณะที กรมวิชาการเกษตรรับช่วงดำเนินคดี-กักกันพืช
KEY
POINTS
- เจ้าหน้าที่บุกจับกุมขบวนการลักลอบขนอะโวคาโดเถื่อนจากประเทศเพื่อนบ้าน ยึดของกลางได้ 38.6 ตัน มูลค่ากว่า 4.5 ล้านบาท
- ปฏิบัติการสกัดกั้นครั้งนี้เกิดขึ้นช่วงกลางดึก โดยสามารถตรวจยึดรถบรรทุกได้ 4 คันในพื้นที่ด่านศุลกากรทุ่งช้าง
- อะโวคาโดที่ยึดได้จะถูกนำไปตรวจสอบหาศัตรูพืชและทำลายตามหลักวิชาการ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคพืชและผลกระทบต่อเกษตรกรไทย
นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.) เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินหน้าขับเคลื่อนระบบบริหารความเสี่ยงการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรตามแนวชายแดน ตามนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยให้ ศพร. เป็นกลไกกลางในการบูรณาการข้อมูลข่าวกรอง การประเมินความเสี่ยง และการอำนวยการร่วมระหว่างหน่วยงาน เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบกักกันพืช ปศุสัตว์ ประมง และความมั่นคงทางอาหารของประเทศ
สำหรับปฏิบัติการล่าสุด เมื่อช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 26 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรทุ่งช้าง ร่วมกับฝ่ายสืบสวนและปราบปราม สำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 หน่วยงานฝ่ายปกครอง และหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ เข้าสกัดกั้นการลักลอบขนส่งอะโวคาโดจากประเทศเพื่อนบ้าน สามารถตรวจยึดรถบรรทุกได้ 4 คัน พร้อมอะโวคาโดสด น้ำหนักรวม 38,630 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 4.5 ล้านบาท ก่อนดำเนินการตามกฎหมาย
ภายหลังการตรวจยึด เจ้าหน้าที่ได้ประสาน ด่านตรวจพืชทุ่งช้าง กรมวิชาการเกษตร เข้าดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ภายใต้พระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยตรวจสอบสินค้า เก็บตัวอย่างเพื่อตรวจวินิจฉัยศัตรูพืช ประเมินความเสี่ยงด้านสุขอนามัยพืช ดำเนินมาตรการกักกันพืช และเตรียมทำลายของกลางตามหลักวิชาการ เพื่อป้องกันการรั่วไหลกลับเข้าสู่ระบบการค้า และลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโรคพืชและแมลงศัตรูพืชต่างถิ่นที่อาจสร้างความเสียหายต่อภาคการเกษตรของประเทศ
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า การยกระดับระบบบริหารความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางการเกษตร จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานตามบทบาทหน้าที่ โดยกรมศุลกากรรับผิดชอบด้านการข่าว การสืบสวน การตรวจค้น การสกัดกั้น และการบังคับใช้กฎหมายต่อการลักลอบนำเข้าสินค้า ขณะที่หน่วยงานด้านความมั่นคงและฝ่ายปกครองสนับสนุนการเฝ้าระวังและปฏิบัติการในพื้นที่ ส่วนกรมวิชาการเกษตรทำหน้าที่ตรวจสอบสินค้า วินิจฉัยศัตรูพืช ประเมินความเสี่ยง กำหนดมาตรการกักกันพืช และดำเนินการกับสินค้าพืชที่มีความเสี่ยงตามหลักวิชาการ
อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานภายใต้การอำนวยการของศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.) ที่เชื่อมโยงการข่าว การบังคับใช้กฎหมาย และมาตรการกักกันพืชอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรที่มีความเสี่ยง ปกป้องเกษตรกรไทย รักษาความมั่นคงทางการเกษตร และสร้างความเชื่อมั่นต่อมาตรฐานสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก







