
กุ้งไทย จี้รัฐดันวาระแห่งชาติ เร่งแก้โรคระบาด-ฟื้นอุตสาหกรรม หลังสูญ 7.5 แสนล้าน
สมาคมกุ้งไทยผนึกพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้ง เดินสายหารือ 4 หน่วยงานรัฐ เร่งผลักดันแผนปฏิบัติการแก้ปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ หลังโรคระบาดฉุดผลผลิตทรุด สูญโอกาสส่งออกกว่า 7.5 แสนล้านบาท พร้อมขอรัฐเร่งเจรจามาเลเซียคลายมาตรการนำเข้ากระทบตลาดกุ้งไทย
KEY
POINTS
- สมาคมกุ้งไทยเรียกร้องให้รัฐบาลผลักดัน "แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ" เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดอย่างเร่งด่วน
- อุตสาหกรรมกุ้งไทยเผชิญวิกฤตโรคระบาดรุนแรงมากว่า 13 ปี ส่งผลให้ผลผลิตลดลงอย่างมาก และสูญเสียโอกาสในการส่งออกคิดเป็นมูลค่ากว่า 750,000 ล้านบาท
- แผนวาระแห่งชาติที่เสนอมีวงเงินประมาณ 5.5 พันล้านบาท มีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาโรค ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มผลผลิตให้ได้ 400,000 ตัน เพื่อฟื้นศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก
กุ้งไทยดิ้นฟื้นอุตสาหกรรม จี้รัฐเร่งแผนชาติแก้โรค-ดันส่งออก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย พร้อมด้วยนายอภิชิต วรกิจ เลขาธิการพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย และคณะ เดินสายเข้าพบ 4 หน่วยงาน เพื่อยื่นหนังสือขอความอนุเคราะห์ผลักดันมาตรการแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมกุ้งไทยอย่างเร่งด่วน รวมถึงผลักดัน “แผนปฏิบัติการเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ พ.ศ. 2569-2573”
โดยคณะได้เข้าพบ นางฐิติมา ฉายแสง ประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร เป็นจุดแรก เพื่อสะท้อนปัญหาและแนวทางฟื้นฟูอุตสาหกรรมกุ้งไทย
อดีตผู้นำโลกเจอวิกฤต โรคฉุดผลผลิตหาย 13 ปี
นายเอกพจน์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมกุ้งไทยเคยเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเกษตรสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยต่อเนื่องกว่า 10 ปี พร้อมก้าวขึ้นเป็นผู้นำอันดับหนึ่งด้านการผลิตและส่งออกกุ้งของโลก โดยในช่วงสูงสุดประเทศไทยมีผลผลิตมากกว่า 640,000 ตัน ในปี 2553 และมีมูลค่าส่งออกกว่า 110,000 ล้านบาท ในปี 2554 อุตสาหกรรมดังกล่าวยังสร้างการจ้างงานและรายได้ตลอดห่วงโซ่มากกว่า 2 ล้านคน ใช้วัตถุดิบภายในประเทศกว่า 90% และเป็นสินค้าเกษตรที่ได้รับการยอมรับด้านคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร
อย่างไรก็ตาม หลังเกิดวิกฤตโรคตายด่วน (EMS) ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา ส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาคการผลิต ทำให้ผลผลิตกุ้งไทยลดลงเหลือเฉลี่ยเพียง 270,000-280,000 ตันต่อปี ขณะที่มูลค่าส่งออกลดลงเหลือประมาณ 40,000 ล้านบาท
สมาคมกุ้งไทยประเมินว่า ตลอดระยะเวลา 13 ปีที่ผ่านมา ไทยสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจจากการส่งออกกุ้งกว่า 750,000 ล้านบาท ขณะที่ประเทศคู่แข่งอย่างเอกวาดอร์และอินเดียสามารถเพิ่มกำลังผลิตและขยายส่วนแบ่งตลาดในตลาดโลกได้อย่างต่อเนื่อง
โรคกุ้งกดต้นทุนสูง กระทบแข่งขันตลาดโลก
นายเอกพจน์ ระบุว่า ปัญหาหลักของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทยยังคงเป็นเรื่องโรคระบาด ทั้งโรคตัวแดงดวงขาว โรคตายด่วน โรคขี้ขาว และโรคหัวเหลือง ส่งผลให้การเลี้ยงไม่ประสบความสำเร็จ และกลายเป็นต้นทุนแฝงที่ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงกว่าคู่แข่ง นอกจากนี้ ปริมาณผลผลิตที่ลดลงยังส่งผลต่อเนื่องไปยังผู้ประกอบการห้องเย็นและโรงงานแปรรูป ไม่สามารถผลิตสินค้าและรองรับคำสั่งซื้อได้เต็มศักยภาพ ขณะที่เกษตรกรต้องเผชิญข้อจำกัดด้านขนาดกุ้งที่ตลาดต้องการ และราคากุ้งในประเทศที่อ่อนตัวลง
ที่ผ่านมา ภาคเกษตรกรได้รวมตัว 19 องค์กร ในนาม “พันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย” เพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยได้เสนอเรื่องต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ (Shrimp Board)
จากนั้นกรมประมงได้จัดทำ (ร่าง) แผนปฏิบัติการเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ พ.ศ. 2569-2573 ประกอบด้วย 11 มาตรการ 38 กิจกรรม วงเงินประมาณ 5,537 ล้านบาท
สมาคมกุ้งไทยเชื่อว่าแผนดังกล่าวจะช่วยแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมกุ้งไทยได้อย่างครอบคลุม พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการทั้งระบบ
เดินหน้าศูนย์องค์ความรู้ ดันผลผลิตกลับสู่ 4 แสนตัน
พร้อมกันนี้ สมาคมกุ้งไทยสนับสนุนโครงการศูนย์กลางองค์ความรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตกุ้งของประเทศไทย (Hub of Knowledge) ซึ่งดำเนินการโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้งบสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางตามร่างแผนปฏิบัติการฯ เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมกุ้งไทยกลับมาฟื้นตัว เพิ่มผลผลิตกุ้งคุณภาพเข้าสู่โรงงานเป้าหมาย 400,000 ตัน และลดต้นทุนการผลิตให้สามารถกลับมาแข่งขันในตลาดโลกได้อีกครั้ง
นอกจากนี้ สมาคมกุ้งไทยและพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทยยังเข้าพบนายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ระนอง และนางสาวกานสินี โอภาสรังสรรค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อขอความช่วยเหลือเร่งแก้ปัญหามาตรการระงับนำเข้ากุ้งของประเทศมาเลเซีย หลังมาเลเซียยกระดับมาตรการควบคุมการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำจากไทย โดยเฉพาะการระงับนำเข้ากุ้ง 5 สายพันธุ์ ได้แก่ กุ้งกุลาดำ กุ้งขาว กุ้งแชบ๊วย กุ้งน้ำตาล และกุ้งฟ้า ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ส่งผลกระทบต่อการส่งออกกุ้งไทยประมาณ 2,000 ล้านบาท หรือราว 5% ของการส่งออกทั้งหมด
ทั้งนี้ สมาคมกุ้งไทยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเจรจากับมาเลเซียเพื่อผ่อนปรนหรือขยายเวลาบังคับใช้มาตรการดังกล่าว พร้อมให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งกำหนดแนวทางตรวจสอบและออกใบรับรองความปลอดภัยอาหาร เพื่อป้องกันข้อกล่าวหาว่าเป็นมาตรการกีดกันทางการค้า
ช่วงเย็นวันเดียวกัน สมาคมกุ้งไทยและพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทยได้เข้าพบนายนพพร บุญแก้ว รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมผู้แทนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และกรมประมง เพื่อหารือแนวทางช่วยเหลือเกษตรกร
โดยรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีรับจะสรุปผลการหารือเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อผลักดันวาระแห่งชาติ ส่งเสริมตลาดทั้งในและต่างประเทศ และสร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมกุ้งไทยทั้งระบบต่อไป







