
‘สัมพันธ์’ ชงรัฐเร่งแผนไฟฟ้าสะอาด เสถียร-เพียงพอ ดึงลงทุนอิเล็กทรอนิกส์
‘สัมพันธ์ ศิลปนาฎ’ เสนอรัฐบาลเร่งสร้างความชัดเจนพลังงานสะอาด-ภาษีโลก-พัฒนาคนและเทคโนโลยี หวังดึงลงทุนใหม่ เพิ่มขีดแข่งขันอุตสาหกรรมไทย ชี้ พื้นที่รองรับไฟฟ้าสะอาด คือโจทย์สำคัญที่ต้องตอบให้ชัด
KEY
POINTS
- สมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์ฯ เสนอให้รัฐบาลเร่งจัดทำแผนพลังงานสะอาดให้มีความชัดเจนโดยเร็วที่สุด
- แผนพลังงานสะอาดต้องตอบโจทย์ 3 ด้าน คือ มีปริมาณเพียงพอ มีเสถียรภาพสูง และมีราคาที่สามารถแข่งขันได้
- เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและดึงดูดการลงทุนใหม่ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์
ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฎ นายกสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงการเข้าร่วมเวที “The Listening Forum : Voices to the PM : ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ว่า ได้เสนอข้อกังวลและโอกาสของประเทศต่อรัฐบาล 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ พลังงานสะอาด ภาษีขั้นต่ำโลก และการพัฒนาคนกับเทคโนโลยี เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์
ตัวแทนสะท้อนมุมมองอุตฯอิเล็กทรอนิกส์
ทั้งนี้ ในเวทีดังกล่าว นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เปิดโอกาสให้ผู้นำภาคธุรกิจนำเสนอความคิดเห็นคนละ 3 นาที โดยมีผู้บริหารภาคเอกชนเข้าร่วม 38 ราย ซึ่ง ดร.สัมพันธ์ ระบุว่า ตนเลือกสะท้อนมุมมองในฐานะตัวแทนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้กล่าวถึงบริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดด้านการขออนุมัติจากสำนักงานใหญ่
ขอพลังงานสะอาดตอบโจทย์ 3 ด้าน
สำหรับประเด็นแรกที่เสนอคือเรื่อง “พลังงานสะอาด” โดยเห็นว่ารัฐบาลจำเป็นต้องสร้างความชัดเจนให้เร็วที่สุดว่า ประเทศไทยมีพลังงานสะอาดในปริมาณเท่าใด และต้องตอบโจทย์ 3 ด้าน คือ มีปริมาณเพียงพอ มีเสถียรภาพสูง และมีราคาที่แข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ เพราะความชัดเจนดังกล่าวจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนเดิมขยายการลงทุนเพิ่มเติม และดึงดูดนักลงทุนรายใหม่เข้าสู่ประเทศได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ภาครัฐกำหนดแผนที่ชัดเจนเกี่ยวกับพื้นที่รองรับไฟฟ้าสะอาด เนื่องจากกลุ่มอุตสาหกรรมกระจุกตัวอยู่หลายพื้นที่ ซึ่งถือเป็นรายละเอียดสำคัญและมีความละเอียดอ่อนต่อการวางแผนลงทุนของภาคเอกชน
ส่วนประเด็นที่สอง คือ เรื่อง Global Minimum Tax หรือภาษีขั้นต่ำโลก ซึ่งกำหนดให้บริษัทข้ามชาติต้องจ่ายภาษีขั้นต่ำ 15% ให้ประเทศที่เข้าไปลงทุน โดยมองว่า หากไทยมีมาตรการภาษีที่ชัดเจนและแข่งขันได้ จะทำให้บริษัทข้ามชาติพร้อมจ่ายภาษีในประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ของประเทศ และยกระดับศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว
จี้ยกระดับศักยภาพด้านเทคโนโลยีและกำลังคน
ขณะที่ประเด็นสุดท้าย คือ การพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยี โดย ดร.สัมพันธ์ ระบุว่า ปัจจุบันมีการขยายผลโครงการร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) รวมถึงได้นำเสนอแนวคิดต่อสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแล้ว เพื่อยกระดับศักยภาพด้านเทคโนโลยีและกำลังคน ซึ่งจะเกิดประโยชน์ไม่เฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ แต่ยังต่อยอดไปยังกลุ่ม SME และภาคการศึกษาได้ด้วย
ดร.สัมพันธ์ กล่าวว่า หลังการนำเสนอ มีรองนายกรัฐมนตรี 1 ราย และรัฐมนตรีอีก 1 ราย เข้ามาพูดคุยเพิ่มเติม พร้อมแสดงความสนใจในแนวคิดดังกล่าว และเห็นว่าหลายเรื่องสามารถต่อยอดสู่การดำเนินงานเชิงรูปธรรมได้ โดยเฉพาะการวางแผนพลังงานสะอาดที่ต้องมีความชัดเจนทั้งด้านปริมาณ เสถียรภาพ และพื้นที่รองรับ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ







