
ทุเรียนไทยโตแรง ไลฟ์คอมเมิร์ซดันยอดขาย โลจิสติกส์เร่งขยายกำลังรับออเดอร์
ผลผลิตทุเรียนไทยปี 2569 คาดแตะ 1.89 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 21.4% รัฐเดินหน้ากระตุ้นบริโภคในประเทศ ดันไลฟ์คอมเมิร์ซโตแรง ขณะผู้ให้บริการโลจิสติกส์เร่งเสริมศักยภาพรองรับคำสั่งซื้อพุ่งช่วงพีคซีซัน
KEY
POINTS
- การไลฟ์ขายทุเรียนจากสวนกลายเป็นช่องทางหลักที่ช่วยดันยอดขายให้พุ่งสูงขึ้น ทำให้เกษตรกรสามารถขายตรงถึงผู้บริโภคได้
- ยอดสั่งซื้อจำนวนมากจากไลฟ์คอมเมิร์ซสร้างความท้าทายให้ระบบโลจิสติกส์ในการจัดส่งทุเรียนซึ่งเป็นผลไม้ที่ต้องการความรวดเร็ว
- ผู้ให้บริการโลจิสติกส์เร่งขยายกำลังและจัดตั้งทีมเฉพาะกิจ เพื่อรองรับปริมาณพัสดุทุเรียนที่เพิ่มขึ้นกว่า 60% ในช่วงฤดูกาล
อุตสาหกรรมทุเรียนไทยปี 2569 ขยายตัวต่อเนื่อง หลังผลผลิตรวมทั้งปีคาดอยู่ที่ประมาณ 1.89 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 21.4% จากปีก่อนหน้า โดยจังหวัดจันทบุรีซึ่งเป็นแหล่งผลิตหลักของประเทศ มีสัดส่วนผลผลิตมากกว่า 60% ของทั้งประเทศ ส่งผลให้ภาคการค้าและการขนส่งผลไม้เข้าสู่ช่วงคึกคักตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี
ขณะเดียวกัน โครงสร้างตลาดทุเรียนไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาตลาดส่งออกเป็นหลัก ไปสู่การขยายตลาดบริโภคภายในประเทศมากขึ้น ภายใต้โมเดล “ส่งออก 70% จำหน่ายในประเทศ 30%” ตามนโยบายกระตุ้นการบริโภคผลไม้ของภาครัฐ
รัฐเร่งกระตุ้นตลาดในประเทศ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการบริหารจัดการผลไม้ปี 2569 ผ่าน 8 มาตรการเชิงรุก เพื่อผลักดันการบริโภคภายในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 550,000 ตัน รองรับปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้นในปีนี้
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังร่วมมือกับแพลตฟอร์ม TikTok สนับสนุนผู้ประกอบการออนไลน์รายเล็กและรายกลางกว่า 20,000 รายเข้าสู่ตลาดดิจิทัล พร้อมอัดฉีดงบประมาณกว่า 6.5 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นการจำหน่ายผลไม้ผ่านช่องทางออนไลน์และไลฟ์คอมเมิร์ซ
ไลฟ์คอมเมิร์ซหนุนยอดขาย เกษตรกรเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง
กระแสไลฟ์ขายทุเรียนจากสวนกำลังกลายเป็นช่องทางหลักของผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยการไลฟ์ขายทุเรียนเพียงครั้งเดียวสามารถสร้างยอดคำสั่งซื้อได้สูงถึง 15 ล้านบาท ภายในเวลา 3 ชั่วโมง และมียอดผู้ชมมากกว่า 500,000 คน
“เมื่อก่อนเกษตรกรไม่สามารถตั้งราคาเองได้ ต้องขายผ่านพ่อค้าคนกลางเป็นหลัก แต่ปัจจุบันช่องทางออนไลน์ช่วยให้เข้าถึงลูกค้าโดยตรง ยอดสั่งซื้อในประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และสร้างรายได้ดีกว่าเดิมมาก”
ออเดอร์พุ่งกดดันระบบขนส่ง ผู้ประกอบการเร่งปรับตัว
การเติบโตของยอดสั่งซื้อออนไลน์และไลฟ์คอมเมิร์ซ กำลังสร้างแรงกดดันต่อระบบโลจิสติกส์อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากทุเรียนเป็นสินค้าที่ต้องการความรวดเร็วในการจัดส่งและมีความอ่อนไหวต่อความเสียหายระหว่างขนส่ง
“คำสั่งซื้อจากไลฟ์สดเข้ามาพร้อมกันจำนวนมาก ทำให้ทั้งเรื่องกำลังคน การแพ็กสินค้า และการขนส่งเป็นความท้าทายสำคัญ โดยเฉพาะการควบคุมความเสียหายระหว่างขนส่ง”
J&T Express ตั้งทีมเฉพาะกิจ รับฤดูกาลทุเรียนพีค
ด้าน J&T Express เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดตั้งทีมเฉพาะกิจรองรับฤดูกาลทุเรียนในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรีและระยอง ครอบคลุมทั้งการวางแผนกำลังขนส่ง การจัดสรรบุคลากร และการบริหารจัดการแบบเรียลไทม์ เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา ปริมาณรับพัสดุทุเรียนในพื้นที่ภาคตะวันออกเพิ่มขึ้นกว่า 60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
เพื่อรองรับช่วงพีคของทุเรียนหมอนทองในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน บริษัทได้เตรียมเส้นทางขนส่งเฉพาะกิจ 15 เส้นทาง พร้อมรถบรรทุกสำรองมากกว่า 100 คัน และขยายเวลาปิดรับพัสดุถึงเวลา 24.00 น.
โลจิสติกส์ยุคใหม่ พลิกโฉมห่วงโซ่อุปทานทุเรียนไทย
การเติบโตของตลาดทุเรียนในประเทศ ควบคู่กับการขยายตัวของไลฟ์คอมเมิร์ซและระบบโลจิสติกส์ กำลังเปลี่ยนโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมทุเรียนไทย จากเดิมที่พึ่งพาพ่อค้าคนกลางหลายทอด สู่โมเดล “สวนผลไม้-แพลตฟอร์มออนไลน์-โลจิสติกส์-ผู้บริโภค” ซึ่งช่วยลดระยะเวลาการกระจายสินค้า เพิ่มความรวดเร็วในการหมุนเวียนสินค้า และสร้างรายได้ที่มั่นคงมากขึ้นให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการ
ขณะเดียวกัน ภาครัฐยังเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมทุเรียนทั้งระบบ ตั้งแต่มาตรฐานการเพาะปลูก การควบคุมคุณภาพ การพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูป ไปจนถึงการรักษาความแข็งแกร่งของตลาดส่งออกหลักอย่างจีน ควบคู่กับการกระตุ้นตลาดภายในประเทศ เพื่อสร้างสมดุลด้านอุปสงค์และอุปทานอย่างยั่งยืน







