
ดัน “ปุ๋ยสั่งตัด” ช่วยเกษตรกร ลดต้นทุน 40-60% นำร่องอุดรฯ
“ยศชนัน” ประกาศใช้งานวิจัยแก้ปัญหาปุ๋ยแพง เดินหน้าโครงการ “ปุ๋ยสั่งตัดเพื่อไทย” ใช้วิทยาศาสตร์ข้อมูลออกแบบสูตรเฉพาะดิน-พืช ตั้งเป้าลดต้นทุนเกษตรกร 40-60% เตรียมนำร่องสหกรณ์ 12 กลุ่มในอุดรธานีภายใน 6 เดือน
KEY
POINTS
- กระทรวง อว. เปิดตัวโครงการ “ปุ๋ยสั่งตัด” โดยใช้วิทยาศาสตร์และข้อมูลดินมาวิเคราะห์เพื่อผลิตปุ๋ยสูตรเฉพาะพื้นที่
- มีเป้าหมายเพื่อช่วยลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยให้เกษตรกรได้ประมาณ 40-60% พร้อมฟื้นฟูคุณภาพดินและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
- เริ่มดำเนินโครงการนำร่องในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี โดยร่วมมือกับสหกรณ์การเกษตร 12 แห่ง ก่อนพิจารณาขยายผลทั่วประเทศ
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า กระทรวง อว. เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “ปุ๋ยสั่งตัดเพื่อ (เกษตรกร) ไทย” เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนด้านปุ๋ยของเกษตรกรไทย ซึ่งได้รับผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ราคาปัจจัยการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงสถานการณ์สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ามาแก้ปัญหาเชิงพื้นที่ โดยใช้ข้อมูลสภาพดินและชนิดพืชในแต่ละพื้นที่มาวิเคราะห์ เพื่อออกแบบสูตรปุ๋ยที่เหมาะสมเฉพาะรายพื้นที่ แทนการใช้ปุ๋ยแบบทั่วไปที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของดินอย่างแท้จริง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายกระทรวง อว. ที่มุ่งนำองค์ความรู้จากงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน
นายยศชนัน ระบุว่า เป้าหมายของโครงการ “ปุ๋ยสั่งตัดเพื่อ (เกษตรกร) ไทย” คือการช่วยลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยให้เกษตรกรได้ราว 40-60% ควบคู่กับการฟื้นฟูคุณภาพดิน ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตภาคเกษตรผ่านการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีอย่างแม่นยำ
โดยตั้งเป้าให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงนวัตกรรมดังกล่าวภายในระยะเวลา 6 เดือน หรือภายในสิ้นเดือนกันยายน 2569 ก่อนประเมินผลเพื่อพิจารณาการขยายผลไปยังจังหวัดอื่นทั่วประเทศ
“หากต้องการให้เกษตรกรไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เทคโนโลยีที่ถูกดิน ถูกพืช และถูกราคา จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหารและความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของประเทศ”
พร้อมกันนี้ นายยศชนัน ยังกล่าวขอบคุณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานวิจัย ภาคีเครือข่าย รวมถึงผู้บริหารและทีมงานในสังกัดกระทรวง อว. ที่ร่วมกันผลักดันนวัตกรรมดังกล่าว เพื่อให้เกษตรกรไทยเข้าถึงเทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม







