
ดัน “1 จังหวัด 1 ศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์” แก้ผลผลิตล้น ยกระดับโลจิสติกส์เกษตร
กรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งขับเคลื่อน “1 จังหวัด 1 ศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์” ยกระดับระบบรวบรวม-แปรรูป-กระจายสินค้าแบบครบวงจรรับมือผลผลิตผลไม้ใต้ทะลักกลางปี ลดปัญหาล้นตลาด พร้อมดันเชื่อมตลาดในประเทศและส่งออก
KEY
POINTS
- กรมส่งเสริมสหกรณ์ผลักดันนโยบาย “1 จังหวัด 1 ศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์” เพื่อเป็นศูนย์กลางบริหารจัดการผลผลิตเกษตรแบบครบวงจร
- มีเป้าหมายหลักเพื่อแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาดซ้ำซาก และยกระดับระบบโลจิสติกส์ให้สามารถเชื่อมโยงตลาดทั้งในและต่างประเทศ
- ศูนย์ฯ จะทำหน้าที่รวบรวมผลผลิตจากเกษตรกร กระจายสินค้า และต่อยอดสู่การแปรรูปเพิ่มมูลค่า เพื่อให้สามารถจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี
กรมส่งเสริมสหกรณ์เดินหน้าผลักดันนโยบาย “One Stop Service ศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์” ตั้งเป้าให้ทุกจังหวัดมีศูนย์กลางบริหารจัดการสินค้าเกษตรแบบครบวงจร หวังแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาดซ้ำซาก และยกระดับโลจิสติกส์เชื่อมโยงตลาดทั้งในและต่างประเทศ
นายณฤทธิ์ บุญชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราชว่า การเตรียมความพร้อมครั้งนี้มุ่งรองรับผลผลิตผลไม้ภาคใต้ที่กำลังจะออกสู่ตลาดช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม โดยศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์จะทำหน้าที่รวบรวมผลผลิตจากเกษตรกร กระจายผ่านเครือข่ายสหกรณ์ไปยังตลาดปลายทางอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับนครศรีธรรมราช ใช้ 2 ศูนย์หลัก ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้าธ.ก.ส.นครศรีธรรมราช และสหกรณ์การเกษตรพรหมคีรี เป็นฐานรวบรวมและกระจายผลผลิต ซึ่งขณะนี้มีความพร้อมรองรับผลผลิตฤดูกาลใหม่เกือบ 100% แล้ว
ขณะที่สุราษฎร์ธานี กำหนดให้สหกรณ์การเกษตรเมืองสุราษฎร์ธานีเป็นศูนย์หลักของจังหวัด รองรับผลผลิตจากทุกสหกรณ์ โดยเฉพาะ “เงาะโรงเรียนนาสาร” ที่มีชื่อเสียง พร้อมใช้สหกรณ์นาสารเป็นศูนย์ย่อยรวบรวมผลผลิตส่งต่อมายังศูนย์กลาง ช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์และกระจายสินค้าได้รวดเร็วขึ้น
นโยบายดังกล่าวตั้งเป้าให้แต่ละจังหวัดมีฮับสหกรณ์ครบวงจรที่ไม่เพียงเก็บรวบรวมผลผลิต แต่รวมถึงการแปรรูป เพิ่มมูลค่า และกระจายสินค้าได้ตลอดทั้งปี ลดการพึ่งพาตลาดเฉพาะฤดูกาล
ด้านสหกรณ์การเกษตรพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช เตรียมขยายศักยภาพศูนย์เดิม โดยเสนอของบประมาณ 12 ล้านบาท ก่อสร้างโรงเก็บรวบรวมผลผลิตแห่งใหม่บนพื้นที่กว่า 2,200 ตารางเมตร รองรับปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะทุเรียนและผลไม้เศรษฐกิจอื่น
ผู้บริหารสหกรณ์ระบุว่า ศูนย์แห่งใหม่จะรองรับทั้งผลผลิตเกรดดีและตกเกรด เพื่อนำไปแปรรูปและเพิ่มมูลค่า รวมถึงเป็นจุดพักสินค้าเชื่อมต่อไปยังตลาดภาคใต้ตอนล่างและประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซียและสิงคโปร์
นอกจากนี้ วันที่ 24 เมษายน 2569 กรมส่งเสริมสหกรณ์เตรียมลงพื้นที่จังหวัดตราด ร่วมกับภาคเอกชนตรวจมาตรฐาน GAP สวนทุเรียน หลังสหกรณ์ในพื้นที่ทำสัญญาซื้อขายทุเรียน GI กับห้างค้าปลีกสมัยใหม่ สะท้อนการเชื่อมโยงตลาดต้นน้ำ-ปลายน้ำที่ชัดเจนมากขึ้น
ปัจจุบันมีศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ทั่วประเทศ 84 แห่ง แต่ยังมีเพียงบางส่วนที่พัฒนาเป็นศูนย์ต้นแบบครบวงจร ดังนั้นการผลักดัน “1 จังหวัด 1 ศูนย์” จึงเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับระบบกระจายสินค้าเกษตรไทยทั้งระบบในระยะยาว ลดความเสี่ยงราคาผันผวน และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก







