thansettakij
thansettakij
ดัน 13 แผนเร่งด่วน ! กู้วิกฤตประมง สู้น้ำมันแพง ขอดีเซลไม่เกิน 30 บาท

ดัน 13 แผนเร่งด่วน ! กู้วิกฤตประมง สู้น้ำมันแพง ขอดีเซลไม่เกิน 30 บาท

30 มี.ค. 69 | 09:49 น.
อัปเดตล่าสุด :30 มี.ค. 69 | 09:50 น.

สมาคมประมงฯ ดัน 13 แผนกู้ประมง ส่งถึง“พิพัฒน์” ผู้อำนวยการศูนย์ ศบก. หวังพลิกฟื้นอุตสาหกรรมฝ่าไฟสงครามตะวันออกกลาง พร้อมสยบม็อบเคลื่อนไหว 22 จังหวัด ยันรัฐบาลฟังปัญหา อยู่ในกลุ่มเปราะบางที่ต้องช่วยด่วน

KEY

POINTS

  • สมาคมการประมงแห่งประเทศไทยยื่น 13 มาตรการเร่งด่วนให้รัฐบาลช่วยเหลือชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
  • ข้อเสนอหลักเน้นด้านการเงินและพลังงาน เช่น ขอตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาท/ลิตร, ลดภาษีสรรพสามิต, จัดสินเชื่อปลอดดอกเบี้ย และพักชำระหนี้
  • เรียกร้องให้ปกป้องชาวประมงในประเทศ โดยออกมาตรการควบคุมการนำเข้าสัตว์น้ำ เช่น ใช้มาตรฐาน IUU เดียวกันกับเรือไทย และกำหนดโควตาสินค้านำเข้า
  • เสนอมาตรการช่วยเหลือด้านแรงงานกรณีต้องจอดเรือ และเร่งออกประกาศอนุญาตการขนถ่ายสัตว์น้ำกลางทะเลเพื่อลดต้นทุนเชื้อเพลิง

วันที่ 30 มีนาคม 2569 นายไตรฤกษ์ มือสันทัด ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย  เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า วันนี้ในที่ประชุมใหญ่สามัญ สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ได้สรุปประเด็นข้อเสนอมาตรการทั้งระยะสั้นบรรเทาความเดือดร้อนทันที  เพื่อขอให้รัฐบาลช่วยเหลือชาวประมง ผ่าน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เพื่อแก้ปัญหาราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นและส่งผลกระทบต่อเจ้าของเรือประมงฯ อย่างมาก เพื่อขอให้ช่วยเชิญผู้ค้าน้ำมัน โรงกลั่น น้ำมัน เช่น ปตท. บางจาก ไทยออยล์ IRPC และโรงกลั่นทุกโรงที่ผลิตและขายน้ำมันบี 20 เข้าร่วมประชุมหารือกับ สมาคมฯ และพี่น้องชาวประมงพร้อมกันไปในคราวเดียวกัน ดังนี้

ดัน 13 แผนเร่งด่วน ! กู้วิกฤตประมง สู้น้ำมันแพง ขอดีเซลไม่เกิน 30 บาท

1. ขอให้รัฐบาลสั่งการเร่งให้โรงกลั่นผลิตน้ำมันไบโอดีเซลฯ และกระจายไปยัง 22 จังหวัดขายทะเลเพื่อช่วยเหลือทั้งประมงพาณิชย์และพื้นบ้าน โดยขอให้ราคาหน้าคลังสำหรับชาวประมง คงที่ในราคาลิตรละไม่เกิน 30 บาท ไม่น้อยกว่า 6 เดือน

2.ขอให้รัฐบาลลดภาษีสรรพสามิต น้ำมันบี 20 ลิตรละ 5 บาท ให้เฉพาะกลุ่มเกษตรกรประมง อุตสาหกรรม และขนส่ง เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพต่อไปได้ สำหรับการควบคุมการนำน้ำมันบี 20 ใช้ในเรือประมง ทางสมาคมฯ ยินดีร่วมมือเป็นตัวกลางในการประสานงานและตรวจสอบปริมาณการใช้น้ำมันที่แท้จริงของเรือประมง เพื่อสร้างความมั่นใจและความชัดเจน

3. ขอให้ภาครัฐสนับสนุนโครงการเกี่ยวกับน้ำมันทางเลือก เพื่อนำมาใช้ให้กับเรือประมงในอนาคต

4. ขอให้นำเงินกองทุนภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดตั้งภายใต้ "โครงการสินเชื่อประมง ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง" โดยให้เจ้าของเรือประมงกู้ยืมแบบ "ปลอดดอกเบี้ย" โดยค่อยชำระคืนภายในระยะเวลาถัดไปอีก 1 ปี วัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนหมุนเวียน ซ่อมบำรุงเรือ จ่ายค่าแรงลูกเรือ เป็นต้น จะได้นำไปใช้จ่ายในการเสริมสภาพคล่องการประกอบอาชีพ (วิธีการนี้ ไม่ขัดต่อข้อกำหนดของ WTO จัดอยู่ในกลุ่ม "สนับสนุนทางการเงินทั่วไป (Financial Support)")

5.ขอพักชำระหนี้สินเชื่อโครงการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องเพื่อการประมง ระยะที่ 1, 2 และ 3 ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 2 ปี

7. ด้านภาษีเงินได้ ขอให้รัฐบาลพิจารณายกเว้นภาษีเงินได้ให้กับผู้ประกอบการเรือประมง ปีภาษี พ.ศ.2569 และ 2570 (2 ปี) *ไม่ขัด WTO / Financial Support

8. ขอให้รัฐบาลขอความร่วมมือไปยังร้านค้า ร้านอาหารทุกระดับ สนับสนุนซื้อสัตว์น้ำจากเรือประมงโดยตรง เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและประชาชนได้บริโภคอาหารทะเลที่สดและจากเรือประมงไทยที่ทำการประมงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

9.ขอให้กรมประมงออกหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข การนำเข้าสัตว์น้ำเข้ามาในประเทศไทย ตาม มาตรา 92 แห่งพรก.ประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2568 ให้ใช้ มาตรธาน IUU เช่นเดียวกับที่ชาวประมงไทยปฏิบัติอยู่ เพราะสัตว์น้ำที่จับจากเรือประมงไทยมีต้นทุนที่แพงกว่ามาก

10. ขอให้มีการกำหนดเพดาน หรือโควตาชนิดสินค้าสัตว์น้ำที่นำเข้ามา โดยเฉพาะประเภทที่ เรือประมงไทยสามารถจับได้เป็นการเฉพาะ เช่น หมึก ปลาหลังเขียว ปลาทูแขก และสัตว์น้ำที่นำไปแปรรูปเป็นซูริมิ เป็นต้น เพื่อเป็นการปกป้องเกษตรกรประมงในประเทศ

11. ขอให้เข้มงวด การตรวจสินค้าสัตว์น้ำที่นำเข้ามาในประเทศ ทั้งจากการนำเข้าผ่านตู้คอนเทนเมอร์และด่านชายแดนจังหวัดต่างๆ ป้องกันการสำแดงเท็จและการลักลอบสวมสิทธิสินค้าประเภทอื่นแทนสินค้าประมง

12.ด้านแรงงาน ขอให้กระทรวงแรงงาน หามาตรการดูแลแรงงานที่ทำงานอยู่ในเรือประมงในกรณีที่ที่ที่ เรือประมงจำเป็นต้องจอดเรือ เนื่องจากราคาน้ำมันและต้นทุนการทำประมงสูงขึ้น

13. ด้านการขนถ่ายสัตว์น้ำระหว่างเรือประมง ขอให้กรมประมงเร่งออกประกาศการขนถ่ายสัตว์น้ำระหว่างเรือประมงเป็นการเร่งด่วน เพื่อลดภาระการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง

นายมงคล สุขเจริญคณา ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ย้ำในที่ประชุมตอนท้ายว่า สมาคมมีมติชัดเจนจะไม่ดำเนินการรวมกลุ่มชุมนุมเพื่อเรียกร้องหรือกดดันรัฐบาลแต่อย่างใด เนื่องจากรัฐบาลได้ประกาศให้ภาคประมงเป็นหนึ่งในกลุ่มเปราะบาง จึงเชื่อมั่นว่าภาครัฐจะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมในเร็ววัน