
องคมนตรี เปิดปฏิบัติการ “ฝนหลวง” สกัดพายุลูกเห็บปี 2569
องคมนตรีเป็นประธานเปิดปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศ ยับยั้งและบรรเทาความรุนแรงของการเกิดพายุลูกเห็บ ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ประจำปี 2569 ตั้งแต่เดือนมี.ค.-พ.ค.ช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูเข้าสู่ฤดูร้อน
KEY
POINTS
- องคมนตรีเป็นประธานเปิดปฏิบัติการฝนหลวง ประจำปี 2569 เพื่อดัดแปรสภาพอากาศ ยับยั้งและบรรเทาความรุนแรงจากพายุลูกเห็บ
- ปฏิบัติการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กับกองทัพอากาศ ดำเนินการช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2569
- มีการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการ 3 แห่งในจังหวัดเชียงใหม่ พิษณุโลก และอุดรธานี เพื่อปฏิบัติการในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- ใช้เทคนิคยิงพลุซิลเวอร์ไอโอไดด์ (AgI Flare) เข้าสู่ยอดเมฆ เพื่อทำให้เกิดฝนก่อนที่จะก่อตัวเป็นลูกเห็บ
วันที่ 18 มีนาคม 2569 พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง เป็นประธานเปิดปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศ ยับยั้งและบรรเทาความรุนแรง ของการเกิดพายุลูกเห็บ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กับกองทัพอากาศ ประจำปี 2569 และประชุมติดตามการดำเนินงาน โดยมีนายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และนายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ข้าราชการทหาร หัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ในจังหวัดอุดรธานี เข้าร่วมพิธีเปิดและร่วมประชุม ณ ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี
นายราเชน เปิดเผยว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีภารกิจการดัดแปรสภาพอากาศยับยั้งและบรรเทาความรุนแรงของการเกิดพายุลูกเห็บ ซึ่งมีการดำเนินการในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมของทุกปี เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูเข้าสู่ฤดูร้อน มักจะพบการเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง พายุฤดูร้อน และลูกเห็บตก สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชนและพื้นที่การเกษตร
โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ซึ่งภารกิจดังกล่าวเป็นการช่วยบรรเทาภัยธรรมชาติด้วยการปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศเพื่อบรรเทาความรุนแรงจากพายุลูกเห็บ ด้วยการยิงพลุซิลเวอร์ไอโอไดด์ (AgI Flare) ที่ยอดเมฆซึ่งมีระดับอุณหภูมิ -4 ถึง -12 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นเทคนิคการดัดแปรสภาพอากาศเพื่อทำให้กลุ่มเมฆตกเป็นฝนก่อนที่จะก่อยอดสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเกิดลูกเห็บตกมาถึงพื้น ที่อาจสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินและชีวิตประชาชน และในแต่ละปีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรจะมีการดำเนินงานร่วมกับกองทัพอากาศที่สนับสนุนเครื่องบินและเจ้าหน้าที่การบินในการปฏิบัติการภารกิจดังกล่าว
ในปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านมา มีการปฏิบัติการยับยั้งและบรรเทาความรุนแรงของการเกิดพายุลูกเห็บตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2568 จำนวนทั้งสิ้น 33 วัน 48 เที่ยวบิน ใช้พลุซิลเวอร์ไอโอไดด์ จำนวน 1,088 นัด ปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่ 22 จังหวัด เช่น จ.เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พิษณุโลก อุดรธานี ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา เป็นต้น ซึ่งผลปฏิบัติการมีความสำเร็จคิดเป็นร้อยละ 58.83
สำหรับในปีงบประมาณ 2569 กรมฝนหลวงและการบินเกษตรจัดตั้งหน่วยยับยั้งการเกิดพายุลูกเห็บ จำนวน 3 หน่วย ปฏิบัติการระหว่างเดือนมีนาคม - พฤษภาคม 2569 ดังนี้
1. หน่วยยับยั้งการเกิดพายุลูกเห็บ จ.เชียงใหม่ ใช้เครื่องบิน Alpha Jet ของกองทัพอากาศ จำนวน 1 ลำ สำหรับปฏิบัติการบริเวณภาคเหนือตอนบน
2. หน่วยยับยั้งการเกิดพายุลูกเห็บ จ.พิษณุโลก ใช้เครื่องบิน Super King Air ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร สำหรับปฏิบัติการบริเวณภาคเหนือตอนล่าง
3. หน่วยยับยั้งการเกิดพายุลูกเห็บ จ.อุดรธานีใช้เครื่องบิน Alpha Jet ของกองทัพอากาศ จำนวน 1 ลำ สำหรับปฏิบัติการบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
นอกจากนี้ องคมนตรีและผู้บริหารได้ร่วมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมอาสาสมัครฝนหลวงกลุ่มเศรษฐกิจพอเพียง บ้านหนองคอนแสน ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี เพื่อรับฟังการปฏิบัติการหน้าที่ของอาสาสมัครฝนหลวงในการสนับสนุนภารกิจของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และความต้องการน้ำในพื้นที่
รวมถึงรับฟังการดำเนินการของกลุ่มเศรษฐกิจพอเพียงฯ และความต้องการน้ำสำหรับการเพาะปลูก โดยได้รับทราบถึงความต้องการของเกษตรกรและประชาชน และได้กำชับให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่ที่ต้องการน้ำให้มีปริมาณเพียงพอสำหรับใช้การและบรรเทาสถานการณ์ในบางพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งอีกด้วย






