thansettakij
thansettakij
“ราเชน” อธิบดีกรมฝนหลวงฯ กางโรดแมป 10 ปี ยกระดับฝนหลวงไทย คุมฟ้าเรียลไทม์

“ราเชน” อธิบดีกรมฝนหลวงฯ กางโรดแมป 10 ปี ยกระดับฝนหลวงไทย คุมฟ้าเรียลไทม์

08 มี.ค. 2569 | 02:41 น.
อัปเดตล่าสุด :08 มี.ค. 2569 | 02:57 น.

"ราเชน" เจาะลึกภารกิจ “กรมฝนหลวงและการบินเกษตร” กางโรดแมป 10 ปี เตรียมผุด Operation Room ยกระดับฝนหลวงไทย คุมฟ้าแบบเรียลไทม์

KEY

POINTS

  • กรมฝนหลวงฯ วางโรดแมป 10 ปี เพื่อยกระดับการบริหารจัดการน้ำในชั้นบรรยากาศและดัดแปรสภาพอากาศของไทย
  • เตรียมลงทุนกว่า 900 ล้านบาท จัดตั้งห้องควบคุมสั่งการ (Operation Room) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลกับอากาศยานและสั่งการได้แบบเรียลไทม์
  • มีแผนเพิ่มขีดความสามารถในการบินปฏิบัติการเวลากลางคืน เพื่อให้สามารถรับมือภารกิจลดฝุ่น ทำฝน และสกัดลูกเห็บได้ตลอด 24 ชั่วโมง

“ฐานเศรษฐกิจ” เจาะลึกภารกิจ “กรมฝนหลวงและการบินเกษตร” ในวันที่ประเทศไทยต้องเผชิญทั้งวิกฤตฝุ่นพิษ PM 2.5 และสัญญาณเตือนภัยแล้งจากเอลนีโญ ผ่านบทสัมภาษณ์พิเศษ “นายราเชน ศิลปะรายะ” อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ถึงกลยุทธ์เชิงรุกที่ไม่รอคำร้องขอ แต่ใช้ “นวัตกรรมและศาสตร์พระราชา” เข้าจัดการอย่างเบ็ดเสร็จ ทลายกำแพงฝุ่น PM 2.5 - สกัดลูกเห็บ พร้อมกางโรดแมป 10 ปี เตรียมผุด Operation Room ยกระดับฝนหลวงไทย คุมฟ้าแบบเรียลไทม์

พร้อมบินลดฝุ่น-ทำฝน สู้เอลนีโญ

นายราเชน กล่าวว่า ภารกิจรับมือสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 กรมได้เริ่มปฏิบัติการมาตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม และจะเดินหน้าต่อเนื่องไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม โดยจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ บ่อฝ้าย อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดระยอง เพื่อดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่วนภาคเหนือประจำการที่จังหวัดพิษณุโลก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดขอนแก่น และภาคใต้ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและประจวบคีรีขันธ์

“การบินปฏิบัติการจะดำเนินการในช่วงที่สภาพอากาศเหมาะสมและมีความชื้นเพียงพอ พร้อมปรับเปลี่ยนภารกิจได้ทันทีจากการลดฝุ่นมาเป็นการทำฝนเติมน้ำในเขื่อน เพื่อรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญที่ส่งผลให้ความชื้นในอากาศลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ควบคู่กับแผนรับมือเอลนีโญ ได้มีการประชุมวางแนวทางไว้ล่วงหน้า โดยในช่วงต้นเดือนมีนาคมจะเริ่มปฏิบัติการเติมน้ำในแหล่งกักเก็บอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ หากสภาพอากาศเอื้ออำนวย เครื่องบินที่มีอยู่สามารถสลับภารกิจจากลด PM 2.5 เป็นการทำฝนได้ทันที

 

“ราเชน” อธิบดีกรมฝนหลวงฯ กางโรดแมป 10 ปี ยกระดับฝนหลวงไทย คุมฟ้าเรียลไทม์

นายราเชน กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องฝุ่น PM 2.5 เดิมกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้รับน้ำแข็งแห้งสนับสนุนจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) แต่จากข้อมูลภารกิจทั่วประเทศมีความต้องการสูงถึง 5,000-6,000 ตันต่อปี จึงได้ดำเนิน “โครงการจัดหาชุดเครื่องผลิตสารฝนหลวงสูตร 3 (น้ำแข็งแห้ง)”เพื่อประจำศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงทั่วประเทศ 8 แห่ง อาทิ จังหวัดตาก ,พิษณุโลก,ขอนแก่น และ บุรีรัมย์ เป็นต้น ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานโรงผลิตสารฝนหลวงน้ำแข็งแห้งสูตร 3 เข้าสู่โครงการตามพระราชดำริ ซึ่งเป็นการต่อยอดจากตำราฝนหลวงพระราชทานของในหลวงรัชกาลที่ 9

 

งบ 51 ล้าน สู้ฝุ่นทั้งประเทศ

 นอกจากนี้ กรมยังมีอากาศยานวิจัยที่ออกแบบโดย NASA สำหรับภารกิจฝนหลวงโดยเฉพาะ ติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดได้มากกว่า 20 รายการ ทั้งค่าความชื้น ปริมาณน้ำในก้อนเมฆ และระดับ PM 2.5 ทุกเช้า เครื่องบินจะบินจากหัวหินมายังดอนเมืองในลักษณะ “Touch and Go” เพื่อแตะพื้นและไต่ระดับขึ้นตรวจวัดอนุภาคฝุ่นได้สูงถึง 16,000 ฟุต ทำให้สามารถระบุความสูงของชั้นฝุ่นสะสมในแต่ละวันได้อย่างแม่นยำ เมื่อทราบตำแหน่งชั้นฝุ่นแล้ว ทีมนักวิทยาศาสตร์จะประชุมวางแผนในช่วงเวลา 08.30–09.00 น. เพื่อกำหนดจุดบินโปรยน้ำแข็งแห้งเหนือชั้นอุณหภูมิที่ทำหน้าที่เสมือนฝาปิดกั้นฝุ่น เปิดทางให้อากาศหมุนเวียน และยกตัวพาฝุ่นละอองลอยขึ้นสู่ชั้นบน เปรียบเสมือนกลไกธรรมชาติที่ช่วยดูดซับและลดการสะสมของฝุ่นในชั้นบรรยากาศอย่างมีประสิทธิภาพ

“สำหรับงบประมาณในปี 2569 ทางกรมได้งบสนับสนุน PM 2.5 ทั้งประเทศ 51 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีแรกได้แค่ 12 ล้าน แต่ถ้าได้งบสัก 300 ล้านบาท เราจะทำงานได้มากกว่านี้ ทั้งเรื่องฝุ่นและเรื่องฝน ซึ่งทุกปีที่ผ่านมาเราได้งบรวมทั้งสองส่วนเพียงประมาณ 330 ล้านบาท บางคนอาจมองว่าไม่สำคัญ เปรียบเหมือนชลประทานหาน้ำผิวดิน ส่วนฝนหลวงเราหาน้ำในบรรยากาศ ซึ่งปีที่แล้งหนักๆ แหล่งน้ำแห้งหมด กรมฝนหลวงได้ปฏิบัติภารกิจทำฝนหลวง เพื่อเติมน้ำให้เขื่อนและพื้นที่นอกเขตชลประทาน ซึ่งโดยปกติกรมฝนหลวงฯ จะได้รับงบประมาณรวมต่อปีอยู่ที่ 2,000 กว่าล้านบาท”

“ราเชน” อธิบดีกรมฝนหลวงฯ กางโรดแมป 10 ปี ยกระดับฝนหลวงไทย คุมฟ้าเรียลไทม์

 นอกจากเรื่องฝุ่น กรมฝนหลวงฯ เตรียมเปิดปฏิบัติการเชิงรุกสกัดกั้นพายุลูกเห็บในวันที่ 18 มีนาคมนี้ที่ จ.อุดรธานี โดยร่วมมือกับกองทัพอากาศใช้เครื่องบิน Alpha Jet และเครื่องบิน Super King Air ของกรมฯ ยุทธวิธีคือการใช้เรดาร์ตรวจวัดกลุ่มเมฆที่มีอุณหภูมิใจกลางติดลบและเสี่ยงพัฒนาเป็นลูกเห็บ จากนั้นจะส่งเครื่องบินไปยิง “พลุซิลเวอร์ไอโอไดด์” หรือพลุความร้อนเพื่อระงับการเกิดลูกเห็บทันที ซึ่งมีความเสี่ยงสูงถึงขั้นเครื่องบินอาจพลิกหงายท้องจากสภาพอากาศแปรปรวนได้

 

อัปเกรดใหญ่ ศูนย์สั่งการเรียลไทม์

 อธิบดี กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ยังเปิดเผยวิสัยทัศน์การบริหารจัดการน้ำในชั้นบรรยากาศอย่างเป็นระบบ เตรียมลงทุนกว่า 900 ล้านบาท โดยของบกลาง จัดตั้ง Operation Room หรือห้องศูนย์ควบคุมสั่งการส่วนกลาง เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล Data Link กับอากาศยานแบบเรียลไทม์ รูปแบบการทำงานจะใกล้เคียงกับศูนย์ SWOC ของ กรมชลประทาน ทำให้ผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญสามารถเห็นภาพข้อมูลเดียวกับนักบินบนอากาศยาน และสั่งการได้ทันทีจากส่วนกลางว่าจะให้ปฏิบัติการในพิกัดใด เพิ่มความแม่นยำและความรวดเร็วในการตัดสินใจ

“ราเชน” อธิบดีกรมฝนหลวงฯ กางโรดแมป 10 ปี ยกระดับฝนหลวงไทย คุมฟ้าเรียลไทม์

นอกจากนี้ ยังมีแผนติดตั้งอุปกรณ์ช่วยการเดินอากาศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการ “บินเวลากลางคืน” รองรับภารกิจที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง สะท้อนแนวคิดการทำงานที่ไม่ใช่เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการวางยุทธศาสตร์ระยะยาว 10 ปี เพื่อรักษาความเป็นผู้นำของไทยในด้านการดัดแปรสภาพอากาศ และบทบาทเลขานุการถาวรของอาเซียนในสาขานี้อย่างยั่งยืน

 

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,181 วันที่ 8 - 11 มีนาคม พ.ศ. 2569