thansettakij
thansettakij
กระทรวงมหาดไทย

ปลัดมหาดไทย สั่งด่วนที่สุดผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ยกระดับความปลอดภัยโรงเรียน

ปลัดมหาดไทยสั่งการด่วนที่สุดผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ดำเนิน 4 มาตรการยกระดับการดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินประชาชนในสถานศึกษา-พื้นที่สาธารณะ

KEY

POINTS

  • ปลัดกระทรวงมหาดไทยสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศยกระดับมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษา หลังเกิดเหตุกราดยิงที่จังหวัดนนทบุรี
  • ให้บูรณาการฝ่ายปกครอง ตำรวจ และสถานศึกษา เพื่อเฝ้าระวังบุคคล ควบคุมการเข้า-ออก และเตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉิน
  • สั่งตั้งด่านตรวจค้นเพื่อสกัดกั้นการพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ และเพิ่มความถี่ในการตรวจตราพื้นที่เสี่ยง
  • ให้ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครองและชุมชนเพื่อช่วยสอดส่องเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง

วันนี้ (8 ส.ค. 69) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุการใช้อาวุธปืนภายในสถานศึกษาพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้สั่งการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยและควบคุมอาวุธปืน เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก

นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด บูรณาการกลไกฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปูพรมยกระดับ 4 มาตรการสร้างความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินประชาชนในสถานศึกษา-พื้นที่สาธารณะ ได้แก่ 

1. ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานกรรมการศึกษาธิการจังหวัดร่วมกับสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และหน่วยที่เกี่ยวข้อง 

รวมทั้งแจ้งนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งที่มีสถานศึกษาในสังกัด ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยเฉพาะการเฝ้าระวังบุคคลหรือพฤติการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความรุนแรง การควบคุมการเข้า - ออก การเตรียมความพร้อมรองรับเหตุฉุกเฉิน และการดูแลช่วยเหลือด้านจิตใจเพื่อป้องกันเหตุรุนแรงในสถานศึกษา โดยประสานฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานในพื้นที่ กำหนดมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และระงับเหตุอย่างเหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่

2. บูรณาการตำรวจภูธรจังหวัดและหน่วยที่เกี่ยวข้อง ตั้งด่านตรวจ/จุดตรวจร่วม และสนธิกำลังลงพื้นที่ตรวจตราและตรวจค้นในพื้นที่และห้วงเวลาที่เห็นสมควรอย่างจริงจังต่อเนื่อง มุ่งป้องกันและสกัดกั้นการพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ การนำสิ่งผิดกฎหมายเข้าพื้นที่เสี่ยง และเพิ่มความถี่การตรวจตราเส้นทาง จุดเสี่ยง และพื้นที่สำคัญ โดยหากพบการกระทำผิด ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งคร่งครัด ตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

3. จัดทำแผนปฏิบัติการเชิงพื้นที่ โดยกำหนดพื้นที่และจุดเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ อาทิ สถานศึกษา สถานที่ราชการ สถานที่จัดกิจกรรมสาธารณะ แหล่งชุมชน เส้นทางคมนาคมสำคัญ 

4. ให้ฝ่ายปกครองและตำรวจประสานข้อมูลและเฝ้าระวังกลุ่มบุคคลหรือเหตุการณ์ที่มีแนวโน้มก่อความรุนแรง ด้วยการบูรณาการกับผู้ปกครอง สถานศึกษา ชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายภาคประชาชน สอดส่อง เฝ้าระวัง และแจ้งเบาะแสหรือเหตุผิดปกติที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง โดยมีการประเมินและป้องกันเหตุในระยะเริ่มต้น หากพบพฤติการณ์หรือเหตุการณ์ที่อาจเป็นอันตราย ให้เร่งประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการตามกฎหมายทันที และกำกับ ติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง