
“ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่” คืนชีพ ปี 68 กำไรทะลุ 104 ล้านบาท
กรมส่งเสริมสหกรณ์ปล่อยกู้ 15 ล้าน ฟื้นวิกฤติโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มอ่าวลึกของชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จำกัด หลังขาดทุนต่อเนื่องหลายปี จนมีกำไรปีแรก 104.5 ล้าน ส่วนโรงงานปาล์มแห่งที่สอง ในอำเภอคลองท่อม หยุดเดินเครื่องชั่วคราวหลังมีการฟ้องร้องคู่สัญญาเบี้ยวหนี้
KEY
POINTS
- ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่สามารถพลิกฟื้นกิจการจากภาวะขาดทุนสะสม โดยโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มอ่าวลึกสร้างกำไรได้ 104.5 ล้านบาทในปี 2568 (ม.ค.-พ.ย.)
- ปัจจัยสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูกิจการคือเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 15 ล้านบาทต่อปีจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการรับซื้อผลผลิต
- เงินทุนดังกล่าวช่วยเสริมสภาพคล่องให้โรงงานสามารถรับซื้อผลผลิตปาล์มจากเครือข่ายสหกรณ์สมาชิก 21 แห่งได้อย่างต่อเนื่อง
นายประวัติ แดงบรรจง รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่จ.กระบี่ร่วมกับคณะนายนเรศ ธำรงทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อรับฟังข้อเสนอและปัญหาของชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จำกัด เกี่ยวกับปริมาณผลผลิตปาล์มน้ำมัน การบริหารจัดการตลาดและการรักษาเสถียรภาพราคาปาล์มน้ำมันที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ของสมาชิกสหกรณ์ในพื้นที่ เพื่อพิจารณาหาแนวทางสนับสนุนการบริหารจัดการสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็ง โปร่งใส และสามารถสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกสหกรณ์ชาวสวนปาล์มได้อย่างยั่งยืน
ในปี 2568 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีแรกที่ผลประกอบการโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มอ่าวลึก ซึ่งเป็นโรงงานสกัดฯแห่งแรกของชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มกระบี่ จำกัด มีกำไร 104.5 ล้านบาท (1 ม.ค-พ.ย.68) ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้อนุมัติเงินปล่อยกู้จากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) วงเงิน 15 ล้านบาทต่อปี และคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 1 เพื่อให้ชุมนุมฯ มีสภาพคล่องและนำไปเป็นเงินทุนหมุนเวียนรับซื้อผลผลิตปาล์มน้ำมันจากเกษตรกรสมาชิก เพื่อป้อนวัตถุดิบเข้าสู่โรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ทำให้ชุมนุมฯสหกรณ์สามารถพลิกฟื้นจากวิกฤติได้ หลังจากที่เคยประสบภาวะขาดทุนมาอย่างต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา
จากข้อมูลงบกำไรขาดทุนเบื้องต้น ระหว่างวันที่ 1 ม.ค - 30 พ.ย.2568 รวม 11 เดือน ระบุชัดว่าโรงงานสกัดฯมีรายได้จากธุรกิจการขายและให้บริการสหกรณ์สมาชิก จำนวนเงิน 1,662.5 ล้านบาท หลังหักต้นทุนการขายและบริการ จำนวนเงิน 1,506.3 ล้านบาทและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แล้ว ทำให้โรงงานฯสกัดปาล์มของชุมนุมฯ กลับมามีกำไรในปี 2568 ประมาณ 104.5 ล้านบาท
“ช่วงที่ผ่านมาผมลงไปดูบ่อยมาก เพื่อหาทางแก้วิกฤติขาดทุนสะสม หลังจากประชุมร่วมกับคณะกรรมการชุมนุมฯ จึงได้เสนอแนวทางการดำเนินงาน เริ่มจากแต่งตั้งคณะทำงานติดตามและแก้ไขปัญหาในการดำเนินการตามแผนฟื้นฟูของชุมชนฯ จากนั้นกรมส่งเสริมสหกรณ์ก็จะสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนจากกพส.วงเงิน 15 ล้านบาท/ปีเพื่อนำไปรับซื้อผลผลิตปาล์มจากสมาชิกเข้าโรงงานสกัดของชุมนุมฯ ปัจจุบันมีสหกรณ์ที่เป็นสมาชิกของชุมนุมและเป็นเครือข่ายในพื้นที่ใกล้เคียงส่งผลผลิตปาล์มให้กับโรงงานฯ แห่งนี้ทั้งหมด 21 แห่ง มีผลผลิตรวม 244,475.52 ตัน” นายประวัติ ระบุ
ด้าน นายพรพิพัฒน์ บางพระ ประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มกระบี่ จำกัด กล่าวยอมรับว่า วงเงินกู้จำนวน 15 ล้านบาทต่อปีจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์นั้น มีส่วนสำคัญอย่างมากทำให้เกิดสภาพคล่องการรับซื้อผลผลิตปาล์มจากสมาชิกเข้าสู่โรงงารสกัดน้ำมันปาล์มฯ แห่งนี้ หลังจากธ.ก.ส. งดต่อสัญญาปล่อยสินเชื่อ เงินกู้จำนวน 40 ล้านบาท/ปี ให้กับทางชุมนุม ส่งผลทำให้โรงงานฯขาดสภาพคล่องในทันที
“โรงงานปาล์มฯของเราขาดสภาพคล่องอยู่หลายปี ส่วนหนึ่งมาจากสินเชื่อโอดี ธ.ก.ส.ปีละ 40 ล้านบาท ไม่ได้ไปต่อด้วย ในขณะรายได้บางส่วนก็นำไปปรับปรุงซ่อมแซมเครื่องจักรในโรงงาน โชคดีที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำปีละ 15 ล้าน มาสนับสนุนเป็นทุนหมุนเวียนรับซื้อผลผลิตทำให้ช่วยต่อลมหายใจมาได้”
ช่วงนี้ผลผลิตปาล์มน้ำมันในพื้นที่ยังมีน้อย โรงงานยังเดินเครื่องไม่เต็มที่ ซึ่งปกติกำลังการผลิตสูงสุดอยู่ที่ 90 ตันทะลายปาล์ม/ชั่วโมง และขณะนี้อยู่ในระหว่างการซ่อมบำรุงโรงงานบางส่วนเพื่อเตรียมรับผลผลิตรอบใหญ่ในอีก 2 - 3 เดือนข้างหน้า
“ราคาปาล์มวันนี้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 6.90-7.00 บาท/กิโล ช่วงนี้ผลผลิตออกมาน้อย แต่ราคารับซื้อผลผลิตสวนทางกับราคาขาย ช่วงนี้ราคาขายราคาน้ำมันปาล์มดิบหรือซีพีโอ.อยู่ที่ 34 บาท/กิโล แต่ต้นทุนผลิตอยู่ที่ 35 บาทกว่า” น
อย่างไรก็ดีสำหรับช่องทางการตลาดว่าทุกวันนี้โรงงานฯผลิตน้ำมันปาล์มดิบจำหน่ายให้กับลูกค้าทั่วไป ส่วนใหญ่จะเป็นโปรกเกอร์รับซื้อเพื่อนำไปจำหน่ายต่อให้กับโรงงานแปรรูปน้ำมันปาล์ม เนื่องจากโรงงานฯไม่มีรถบรรทุกที่สามารถนำน้ำมันปาล์มดิบไปส่งโรงงานแปรรูปโดยตรง ส่วนการจำหน่ายจะเป็นวันต่อวัน ซื้อขายด้วยเงินสดเท่านั้น “รถมาปั๊บก่อนจะออกจากตาชั่งต้องจ่ายเงินสดเลย ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นโปรกเกอร์มารับซื้อไปส่งขายต่อโรงงานแปรรูป เพราะเราไม่มีรถที่จะบรรทุกไปเอง เปิดขายแต่ละครั้งจ่ายเป็นเงินสดเท่านั้น โดยจะเปิดขายกับบริษัทที่ให้ราคาสูงสุดในแต่ละครั้ง” นายพรพิพัฒน์กล่าว
ปัจจุบันชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จำกัด มีโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มอยู่ในความรับผิดชอบ 2 แห่ง โดยโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มแห่งแรกตั้งอยู่ในต.คลองยา อ.อ่าวลึก มีเครือข่ายสหกรณ์ที่เป็นสมาชิก 21 แห่ง กำลังการผลิต 90 ตันทะลาย/ชั่วโมง ก่อตั้งเมื่อปี 2547 โดยกู้เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์(กพส.) กรมส่งเสริมสหกรณ์ จำนวน 270 ล้านบาทมาก่อสร้างและดำเนินการกิจการมาจนถึงปัจจุบัน
ส่วนโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มแห่งที่สอง ตั้งอยู่ในต.คลองท่อมเหนือ อ.คลองท่อม มีเครือข่ายสหกรณ์ ในสังกัด 11 แห่ง มีกำลังการผลิต 45 ตันทะลาย/ชั่วโมง โดยโรงงานแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2555 โดยกู้เงินธ.ก.ส.จำนวน 350 ล้านบาทมาดำเนินก่อสร้าง แต่ทว่าการดำเนินกิจการต้องประสบปัญหาขาดทุนสะสมต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาการบริหารจัดการที่ผิดพลาดและมีการทุจริตภายในองค์กร
จนในที่สุดคณะกรรมการดำเนินงาน ซึ่งเป็นผู้แทนจากสหกรณ์สมาชิก 11 สหกรณ์ในสังกัด ลงมติให้ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มกระบี่ จำกัด ขายโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มให้แก่บริษัท กระบี่วิเศษ ปาล์มน้ำมัน จำกัด เมื่อปี 2562 มูลค่า 320 ล้านบาท โดยแบ่งจ่าย 12 งวด เป็นเวลา 12 ปี ทว่าการแบ่งจ่ายค่างวดไม่เป็นไปตามสัญญาซื้อขายระหว่างชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มกระบี่จำกัดกับบริษัท กระบี่วิเศษ ปาล์มน้ำมัน จำกัด จนมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนดำเนินคดีของดีเอสไอ (DSI) ทำให้โรงงานหยุดการเดินเครื่องเป็นการชั่วคราว และอยู่ระหว่างการหาทางคลี่คลายเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกัน






